ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
การประกาศรายการและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ
บริษัทเงินทุน
และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
๑.
เหตุผลในการออกประกาศ
เนื่องด้วยมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ (International
Accounting Standard -IAS) ฉบับที่ ๓๙ เรื่อง การรับรู้และการวัดมูลค่าตราสารทางการเงิน
ได้เริ่มมีผลบังคับใช้ในประเทศต่างๆแล้วเมื่อปี ๒๕๔๘ สำหรับประเทศไทยคาดว่า สภาวิชาชีพบัญชีจะกำหนดให้มีผลบังคับใช้ประมาณปี
๒๕๕๑ มาตรฐานการบัญชีฉบับดังกล่าวจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงินโดยเฉพาะเงินให้กู้ยืมและลูกหนี้ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักของบริษัท
กล่าวคือ บริษัทต้องกันเงินสำรองเพื่อรองรับความเสียหายเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าลูกหนี้จะไม่สามารถชำระหนี้ได้
เช่น ลูกหนี้ที่มีการค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า ๓ เดือน โดยบริษัทต้องกันเงินสำรองสำหรับผลต่างของยอดหนี้คงค้างกับมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่บริษัทคาดว่าจะได้รับจากลูกหนี้
หรือผลต่างของยอดหนี้คงค้างกับมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่บริษัทคาดว่าจะได้รับจากการจำหน่ายหลักประกัน
ซึ่งเงินสำรองที่ต้องกันดังกล่าวนั้น IAS ๓๙ อนุญาตให้บริษัทเลือกที่จะกันเป็นเงินสำรองสะสมไว้
หรือตัดลูกหนี้ส่วนนั้นออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ วิธีใดก็ได้ตามที่เห็นว่าเหมาะสม
เพื่อให้บริษัทมีการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตาม
IAS ๓๙ ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในประเทศไทยประมาณปี ๒๕๕๑ และเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทมากนักธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
โดยกำหนดให้บริษัททยอยกันเงินสำรองตามมาตรฐานการบัญชีฉบับดังกล่าวภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม
๒๕๕๐ และเมื่อบริษัทได้กันเงินสำรองตามประกาศฉบับดังกล่าวแล้วให้บริษัทแสดงเงินให้กู้ยืมและลูกหนี้ด้อยคุณภาพ
(Non-Performing Loans ) ด้วยยอดคงค้างหักด้วยค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของเงินให้กู้ยืมและลูกหนี้ด้อยคุณภาพทั้งหมดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
เพื่อให้สามารถสะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริงของเงินให้กู้ยืมและลูกหนี้ด้อยคุณภาพทั้งหมดของบริษัทได้
๒.
อำนาจตามกฎหมาย
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาศัยอำ นาจตามความในมาตรา ๒๓
วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ และมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๘ ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดทำและประกาศรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน
รวมทั้งการประกาศรายการและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้
๓.
ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
ทุกบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
๔.
เนื้อหา
๔.๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การประกาศรายการและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเงินทุน
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๖
๔.๒ ให้บริษัทปิดประกาศรายการที่ครบถ้วนและตรงต่อความเป็นจริงดังต่อไปนี้
ไว้ในที่เปิดเผยในสำนักงานทุกแห่งของบริษัทที่ใช้ติดต่อกับประชาชน
(๑) ใบอนุญาตหรือสำ เนาใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินทุน
หรือธุรกิจ
เครดิตฟองซิเอร์
แล้วแต่กรณี
(๒) หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
กระทรวงพาณิชย์ที่แสดงรายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ทุนจดทะเบียน และที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทรวมทั้งสาขา
(ถ้ามี) ที่เป็นปัจจุบัน
(๓) รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่สิบลำดับแรกเรียงตามลำดับ
ทั้งนี้ ตามหลักฐานที่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท พร้อมทั้งแสดงอัตราร้อยละของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่
ณ วันที่บริษัทอ้างถึง
(๔) ชื่อผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี
และได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว พร้อมทั้งชื่อและสถานที่ตั้งสำนักงานของผู้สอบบัญชี
(๕) ตัวอย่างตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัท และวันที่เริ่มใช้พร้อมทั้งระบุชื่อโรงพิมพ์ที่พิมพ์ตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว
(๖) ตัวอย่างตราของบริษัทที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจดทะเบียนไว้กับสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
กระทรวงพาณิชย์
(๗) รายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน ณ วันสิ้นเดือนของทุกเดือน
ตามแบบรายงาน บ.ง. 1.2 หรือ บ.ค. 1.2 ที่แนบท้ายประกาศนี้
แล้วแต่กรณี โดยให้บริษัทปิดประกาศและจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายในวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือนถัดไป
นอกจากนี้ ให้บริษัทประกาศรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน
ณ วันสิ้นเดือนของเดือนสุดท้ายของไตรมาส คือ เดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม
ในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อย ๑ ฉบับ ภายในวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือนถัดไป
๔.๓ ให้บริษัทจัดให้มีเอกสารที่แสดงข้อมูลที่ครบถ้วนและตรงต่อความเป็นจริงดังต่อไปนี้ไว้ในที่เปิดเผยตลอดเวลาทำการ
ภายในสำนักงานทุกแห่งของบริษัท เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจดูได้โดยสะดวก ทั้งนี้ อาจจัดเตรียมไว้เป็นแฟ้มก็ได้
(๑) งบการเงินและรายงานของผู้สอบบัญชี พร้อมหมายเหตุประกอบงบการเงินของงวดการบัญชีหลังสุด
(๒) รายชื่อกรรมการและพนักงานผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัททุกคน
พร้อมทั้งตัวอย่างลายมือชื่อที่ใช้อยู่เป็นปกติของบุคคลดังกล่าวทุกภาษา ตลอดจนขอบเขตและอำนาจในการลงนามแทนบริษัท
๔.๔ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับรายการหรือข้อมูล
ตลอดจนรายละเอียดที่ประกาศหรือเปิดเผยไว้ตามข้อ ๔.๒ หรือข้อ ๔.๓ ดังกล่าวข้างต้น ให้บริษัทแก้ไขประกาศหรือข้อมูลนั้นให้ถูกต้องครบถ้วนโดยพลัน
เว้นแต่รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ตามข้อ ๔.๒ (๓) จะปรับปรุงเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญก็ได้
๕.[๑]
วันเริ่มต้นใช้บังคับ
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่รายงาน ณ วันสิ้นเดือนธันวาคม
๒๕๔๙ เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
ธาริษา
วัฒนเกส
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แบบ บ.ง. 1.2
๒.
คำอธิบายการจัดทำรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (บ.ง. 1.2)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๒๖
ธันวาคม ๒๕๔๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง/หน้า ๔๙/๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๙