法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

(ฉบับที่ ๕)

พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติดให้มีความเหมาะสม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔

นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน

(๓) ของข้อ ๑๒ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๓)

เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามและการตรวจสินค้าตำแหน่งดังนี้

(ก) ประเภททั่วไปตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป

(ข) ประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับปฏิบัติการขึ้นไป

(ค) ประเภทอำนวยการ

(ง) ประเภทบริหาร”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๓ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๓

การแจ้งความนำจับให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตามข้อ ๑๒

และให้ผู้รับแจ้งความจัดทำใบรับแจ้งความนำจับตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนด

เป็นจำนวนสองฉบับโดยมีข้อความถูกต้องตรงกัน

และมอบให้แก่ผู้แจ้งความนำจับ ๑ ฉบับ เพื่อเป็นหลักฐานก่อนการจับกุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วน

จะแจ้งความนำจับด้วยวาจาต่อเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจก่อนและจัดทำหลักฐานการแจ้งความภายหลังการจับกุมได้

กรณีที่ผู้แจ้งความนำจับประสงค์จะปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง

ผู้รับแจ้งความนำจับมีหน้าที่ต้องทำหลักฐานข้อมูลส่วนบุคคลของผู้แจ้งความนำจับ

และให้หน่วยงานจัดเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการแจ้งความนำจับดังกล่าว”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความใน

(๑) และ (๒) ของข้อ ๑๘ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) คดีที่จับผู้ต้องหาได้ตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

เมื่อหัวหน้าพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องข้อหาเสพหรือรับรองว่าผู้ต้องหาได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้จ่ายคดีละ ๓๖๐ บาท

(๒) คดีที่จับได้ทั้งผู้ต้องหาและยาเสพติดของกลางซึ่งคำนวณตามปริมาณยาเสพติด

เป็นเงินไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท

เมื่อหัวหน้าพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องในข้อหาครอบครองให้จ่ายคดีละไม่เกิน

๑,๐๐๐ บาท ยกเว้น

(ก) กรณีตามมาตรา ๙๒ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒

(ข) กรณีตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ.

๒๕๓๓”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๕ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๕

ให้จ่ายเงินช่วยเหลือเฉพาะตัวแก่เจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานปราบปรามยาเสพติดที่ได้รับอันตรายในระหว่างการสืบสวน

หรือจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บทุพพลภาพจนต้องออกจากราชการ ไม่เกินคนละ

๓๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องเสียอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใด

ไม่เกินคนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) ผู้ได้รับบาดเจ็บแก่ร่างกายเป็นบาดแผลฉกรรจ์หรือบาดเจ็บสาหัส

และต้องได้รับการรักษาเกินกว่า ๒๐ วัน ไม่เกินคนละ ๖๐,๐๐๐ บาท

(๔) กรณีได้รับบาดเจ็บไม่ถึงแก่บาดเจ็บสาหัสและรักษาตัวไม่เกิน ๒๐

วัน ไม่เกินคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท

กรณีเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่

และหากต่อมาปรากฏว่าถึงแก่ชีวิตหรือบาดเจ็บทุพพลภาพจนต้องออกจากราชการ

ให้จ่ายเงินเพิ่มได้ในอัตราที่กำหนดไว้ใน (๑)

ผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง

และมีสิทธิได้รับเงินทำขวัญตามระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยเงินทำขวัญข้าราชการและลูกจ้าง

เมื่อได้รับเงินช่วยเหลือทางใดทางหนึ่งแล้วไม่มีสิทธิขอรับหรือได้รับเงินอีกทางหนึ่ง”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๖ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๖

การขอรับเงินสินบนตามข้อ ๑๘ (๑) และ (๒) ให้ยื่นคำขอพร้อมกับคำขอรับเงินรางวัลตามแบบที่สำนักงาน

ป.ป.ส. กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้

(๑) หนังสือรับรองของหัวหน้าพนักงานสอบสวน

ในกรณีที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องข้อหาเสพหรือรับรองการที่ผู้ต้องหาได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือมีความเห็นสั่งฟ้องข้อหาครอบครอง

(๒)

สำเนาหลักฐานการตรวจวิเคราะห์และพิสูจน์ยาเสพติดของสถานตรวจพิสูจน์ภาครัฐ

แล้วแต่กรณี”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความใน

(๔) ของข้อ ๒๗ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๔)

สำเนาหลักฐานการตรวจวิเคราะห์และพิสูจน์ยาเสพติดของสถานตรวจพิสูจน์ภาครัฐหรืออุปกรณ์การผลิตของสถานตรวจพิสูจน์ภาครัฐ”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความใน

(๘) ของข้อ ๒๗ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๐ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓๐

การยื่นคำขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลให้ยื่นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่หัวหน้าพนักงานสอบสวนมีคำสั่ง

หรือรับรองตามข้อ ๑๘ (๑) และ (๒)

หรือพนักงานอัยการมีคำสั่งหรือศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา แล้วแต่กรณี

เว้นแต่การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลครึ่งแรกตามข้อ ๑๘ (๓)

ให้ยื่นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันจับกุม

การขอรับเงินช่วยเหลือเฉพาะตัวตามข้อ ๒๕

ให้ยื่นภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่เสียชีวิตหรือได้รับอันตราย

การขอรับเงินรางวัลเพิ่มตามข้อ ๒๕/๑

ให้ยื่นภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันจับกุมหรือยึดได้ยาเสพติด”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความในวรรคสาม ของข้อ ๓๓

แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“คณะอนุกรรมการภาค ประกอบด้วย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค

หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นเทียบเท่าผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคหรือผู้แทน

เป็นประธาน ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่เกินห้าคน เป็นอนุกรรมการ

และข้าราชการตำรวจในสังกัดจำนวนสองคน เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ

และเป็นอนุกรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการ”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ยกเลิกความในวรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า ของข้อ ๓๕

แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน

ให้ประธานอนุกรรมการมีอำนาจกระทำการตามวรรคหนึ่ง

และให้รายงานคณะอนุกรรมการทราบในโอกาสแรกของการประชุมคณะอนุกรรมการ

ในกรณีที่ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภาค

ให้คณะอนุกรรมการภาคมีอำนาจหน้าที่พิจารณาจ่ายเงินสินบนตามข้อ ๑๘ เงินรางวัลตามข้อ

๑๙ เงินสินบนเพิ่มตามข้อ ๒๑ และเงินรางวัลเพิ่มตามข้อ ๒๔ ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ

โดยให้ ป.ป.ส. ประกาศกำหนดชนิดและปริมาณของของกลางในการพิจารณาจ่าย

ให้นำความใน (๖) ถึง (๙) ของวรรคหนึ่ง

มาใช้บังคับแก่คณะอนุกรรมการภาคโดยอนุโลม”

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคหก ของข้อ ๓๕ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙

“มติคณะอนุกรรมการและคณะอนุกรรมการภาคให้เป็นที่สุด”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

บรรดาสิทธิในการขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัล

รวมทั้งการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัลสำหรับคดียาเสพติดที่จับหรือยึดของกลางได้ก่อนวันที่ใช้ระเบียบนี้

ให้ใช้บังคับตามระเบียบและประกาศที่ใช้อยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘

พลเอก

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

ปริยานุช/จัดทำ

๒๙ กันยายน

๒๕๕๘

วริญา/ตรวจ

๒๙ กันยายน

๒๕๕๘

ธนัวชร/ตรวจ

๒๔ พฤษภาคม

๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๒๒๙ ง/หน้า ๑/๒๓ กันยายน ๒๕๕๘

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2cbdf276c53ac24c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com