ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 9/2555
เรื่อง หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนสําหรับบริษัทเงินทุน
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยอนุญาตให้บริษัทเงินทุนสามารถกู้ยืมเงินจากประชาชนโดยการออกตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงิน และกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขรวมทั้งระบบการควบคุมภายใน ให้บริษัทเงินทุนถือปฏิบัติ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการระดมเงินให้กับบริษัทเงินทุน โดยในช่วงแรกนั้นยังไม่มีระบบคุ้มครองเงินฝากของประชาชนเหมือนในปัจจุบันแต่เมื่อตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งประชาชนถือนี้ไม่ได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หากเกิดปัญหากับบริษัทเงินทุน ประชาชนผู้ถือตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินก็จะได้รับความเสียหายต่างจากเงินฝากที่จะได้รับการชดเชยจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของลูกค้าและประชาชน
เพื่อปกป้องประชาชนรายย่อย คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กํากับดูแลการระดมเงินจากประชาชนนอกเหนือจากเงินฝากได้ออกหลักเกณฑ์เพื่อคุ้มครองในการระดมเงินจากประชาชนด้วยการกําหนดมูลค่าหน้าตั๋วเงินขั้นต่ํา 10 ล้านบาทอายุตั๋วเงินไม่เกิน 270 วัน และตั๋วเงินต้องไม่มีอนุพันธ์แฝง
จากเหตุผลข้างต้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงประกาศฉบับนี้ เพื่อให้การกํากับดูแลการออกตั๋วเงินของบริษัทเงินทุนมีความสอดคล้องกับประกาศของคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดลักษณะของตั๋วเงินที่เป็นหลักทรัพย์และว่าด้วยการขออนุญาตและอนุญาตให้การออกและเสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ และประกาศของคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปรับปรุงสาระบางส่วนของประกาศฉบับนี้ให้มีความชัดเจนและทันสมัยขึ้น ทั้งนี้ ประกาศฉบับนี้ไม่ครอบคลุมถึงธุรกรรมการกู้ยืมเงินระหว่างสถาบันการเงินภายใต้กฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (Interbank Loan) ที่ใช้ตั๋วเงินเป็นหลักฐานในการกู้ยืม
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 39 มาตรา 41 และมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 และ มาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดให้บริษัทเงินทุนปฏิบัติเกี่ยวกับการรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชน ตามความในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 49/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนสําหรับบริษัทเงินทุน ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
ในการรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชน บริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
5.1 การรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชน
บริษัทเงินทุนสามารถประกอบธุรกิจรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกําหนดไว้ ซึ่งมิใช่การรับฝากหรือรับเงินไว้ในบัญชีที่จะเบิกถอนโดยใช้เช็ค ดังต่อไปนี้
5.1.1 การรับฝากเงินโดยใช้สมุดคู่ฝาก (Passbook) หรือใบรับฝากเงิน (Deposit Receipt)
ในการรับฝากเงินโดยใช้สมุดคู่ฝากหรือใบรับฝากเงิน บริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเงินฝากประเภทต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามและประเภทที่ต้องจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกําหนดไว้ของบริษัทเงินทุน (เอกสารแนบ 1)
5.1.2 การรับฝากเงินโดยวิธีการออกบัตรเงินฝาก (Certificate of Deposit)
บริษัทเงินทุนสามารถออกบัตรเงินฝากเป็นหลักฐานในการรับฝากเงินและเพื่อแสดงสิทธิของผู้ทรงตั๋วเงินที่จะได้รับเงินฝากคืนเมื่อครบกําหนดระยะเวลาอันกําหนดไว้ โดยบริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับบัตรเงินฝากของบริษัทเงินทุน (เอกสารแนบ 2)
5.1.3 การรับเงินจากประชาชนโดยออกตั๋วเงิน
บริษัทเงินทุนต้องออกตั๋วเงินเฉพาะตั๋วเงินตามความหมายในประกาศนี้และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) ในประกาศนี้
"ตั๋วเงิน" หมายความว่า ตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่บริษัทเงินทุนออกเพื่อจัดหาเงินทุนจากประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือเพื่อการกู้ยืมเงิน
(2) บริษัทเงินทุนสามารถออกตั๋วเงินเป็นหลักฐานในการรับเงินจากประชาชน และเพื่อแสดงสิทธิของผู้ทรงตั๋วเงินที่จะได้รับเงินคืนเมื่อครบกําหนดระยะเวลาอันกําหนดไว้ โดยบริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติในการรับเงินจากประชาชนโดยการออกตั๋วเงินของบริษัทเงินทุน (เอกสารแนบ 3)
(3) ในกรณีที่บริษัทเงินทุนออกตั๋วเงินที่เป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ บริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยเรื่องการออกและเสนอขายตราสารหนี้ และประกาศของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยเรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ ประกาศและหลักเกณฑ์อื่นที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และประกาศอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
5.2 การปฏิบัติเกี่ยวกับดอกเบี้ย ส่วนลด และค่าบริการต่าง ๆ
บริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติเกี่ยวกับดอกเบี้ยหรือส่วนลด และค่าบริการต่าง ๆ ของเงินฝาก และเงินที่ได้รับจากประชาชน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าบริการต่าง ๆ และเบี้ยปรับ สําหรับบริษัทเงินทุน และที่แก้ไขเพิ่มเติม
5.3 ระบบการควบคุมภายใน
บริษัทเงินทุนต้องมีระบบการควบคุมภายในสําหรับกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทําธุรกรรมการรับฝากเงิน และการรับเงินจากประชาชนที่เหมาะสมและได้มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป โดยต้องจัดทําระเบียบการควบคุมภายในดังกล่าวให้ครบถ้วนถูกต้องและเป็นปัจจุบันเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบได้ และต้องจัดส่งสําเนาระเบียบการควบคุมภายในให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ ทั้งนี้ ในการออกบัตรเงินฝากและตัวเงิน บริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกําหนดระบบการควบคุมภายในเกี่ยวกับบัตรเงินฝากและตัวเงินของบริษัทเงินทุน (เอกสารแนบ 4)
5.4 การคุ้มครองลูกค้า
เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภค บริษัทเงินทุนต้องชี้แจงข้อมูลที่สําคัญให้ลูกค้าได้ทราบและเข้าใจชัดเจนก่อนการรับฝากเงิน หรือการออกตั๋วเงิน เช่น เงื่อนไขการจ่ายชําระคืนเงินต้น ดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยคิดลด ค่าบริการต่าง ๆ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เงื่อนไขการจ่ายดอกเบี้ย และหรือการไถ่ถอนเงินฝาก หรือตั๋วเงินก่อนครบกําหนด สิทธิประโยชน์ทางภาษี รายละเอียดการประกันเงินต้นและดอกเบี้ยจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากของผลิตภัณฑ์ทางการเงินแต่ละประเภทที่บริษัทเงินทุนให้บริการแก่ลูกค้า โดยเฉพาะต้องทําความเข้าใจกับลูกค้าว่า ผู้ทรงตั๋วเงินนั้น มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทเงินทุนและตั๋วเงินดังกล่าวไม่ได้รับการคุ้มครองเงินต้นและดอกเบี้ยจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พร้อมทั้งระบบถ้อยคําที่สื่อได้ว่า ตั๋วเงินนี้ไม่ได้รับการคุ้มครองเงินต้นและดอกเบี้ยจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก นอกจากนี้ต้องชี้แจงถึง วิธีการโอนตั๋วเงิน ความเสี่ยงกรณีลูกค้าทําตั๋วเงินสูญหาย และความเสี่ยงกรณีที่อาจทําให้ลูกค้าไม่ได้รับเงินต้นหรือดอกเบี้ยครบตามจํานวนเพื่อให้ลูกค้าสามารถประเมินความเสี่ยงในการซื้อตั๋วเงินได้
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2555 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2555
(นายเกริก วณิกกุล)
รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน
ผู้ว่าการแทน