法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 14/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 14/2552

เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ

ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

ในสภาวะปัจจุบันระบบสถาบันการเงินมีการแข่งขันสูง และธุรกรรมต่างๆ ได้วิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว มีความซับซ้อนและความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น กรรมการและผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินจึงจําเป็นจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้งในด้านจริยธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการและควบคุมการดําเนินงานตลอดจนการกํากับดูแลให้สถาบันการเงินปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่กําหนดไว้เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของสถาบันการเงินและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (stakeholders) ซึ่งเป็นพื้นฐานสําคัญของการมีธรรมาภิบาลที่ดีในระบบสถาบันการเงิน

พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 จึงกําหนดให้การแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนเข้ารับตําแหน่ง และบุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตลอดระยะเวลาที่ดํารงตําแหน่ง

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 24 (4) ถึงมาตรา 24 (6) มาตรา 24 (7) ข มาตรา 24 (8) ถึงมาตรา 24 (10) และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามความในประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง ยกเว้นตําแหน่งกรรมการของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่มีสาขาในประเทศไทยไม่อยู่ภายใต้บังคับของประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 4. ประกาศที่อ้างอิง

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 13/2552 เรื่อง ธรรมาภิบาลของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

5.1 ในประกาศฉบับนี้

5.1.1 คําดังต่อไปนี้ให้ใช้นิยามตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

(1) สถาบันการเงิน

(2) บริษัท

5.1.2 "ผู้มีอํานาจในการจัดการ" หมายความว่า

(1) ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ กรรมการที่เป็นผู้บริหารของสถาบันการเงินหรือบริษัท แล้วแต่กรณี หรือผู้ซึ่งมีตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(2) บุคคลซึ่งสถาบันการเงินหรือบริษัททําสัญญาให้มีอํานาจในการบริหารงานทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ

(3) บุคคลที่ตามพฤติการณ์มีอํานาจควบคุมหรือครอบงําผู้จัดการหรือกรรมการ หรือการจัดการของสถาบันการเงินหรือบริษัท ให้ปฏิบัติตามคําสั่งของตนในการกําหนดนโยบายหรือการดําเนินงานของสถาบันการเงินหรือบริษัท

5.1.3 "กรรมการที่เป็นผู้บริหาร" หมายความว่า

(1) กรรมการที่ทําหน้าที่บริหารงานในตําแหน่งผู้จัดการ รองผู้จัดการผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(2) กรรมการที่ทําหน้าที่รับผิดชอบในการดําเนินการหรือมีส่วนร่วมในการบริหารงานใด ๆ เยี่ยงผู้บริหาร และให้หมายความรวมถึงบุคคลในคณะกรรมการบริหาร (Executive committee)

(3) กรรมการที่มีอํานาจลงนามผูกพัน เว้นแต่เป็นการลงนามผูกพันตามรายการที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติไว้แล้วเป็นรายกรณี และเป็นการลงนามร่วมกับกรรมการรายอื่น

5.1.4 "ที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน" หมายความว่า บุคคลที่เป็นที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน หรือบุคคลที่อาจทําหน้าที่เปรียบเสมือนกรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ หรือผู้ช่วยผู้จัดการ แต่เพียงใช้ชื่อว่าเป็นที่ปรึกษาเท่านั้น รวมไปถึงบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว แต่เรียกชื่ออย่างอื่นด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่รวมถึงบุคคลที่รับจ้างทํางานให้แก่สถาบันการเงิน โดยมีลักษณะของงานที่ใช้ความรู้ความสามารถพิเศษด้านเทคนิด หรือใช้ความชํานาญเฉพาะด้าน เช่น ที่ปรึกษางานบัญชีที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ปรึกษาด้านภาษี ที่ปรึกษาด้านภาษา ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารองค์กร ที่ปรึกษาด้านประกันภัย ที่ปรึกษาด้านแบบจําลองเชิงปริมาณขั้นสูง เป็นต้น

5.1.5 "กลุ่มธุรกิจทางการเงิน" หมายความว่า กลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่ม และที่แก้ไขเพิ่มเติม

5.2 คุณสมบัติของกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินต้องมีคุณสมบัติและความสามารถที่เหมาะสม (Fit and Proper) โดยต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (1) ถึงมาตรา 24 (9) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 (เอกสารแนบ 1) และลักษณะต้องห้ามเพิ่มเติมใน 3 ด้านหลัก ดังต่อไปนี้

5.2.1 ด้านความซื้อสัตย์ สุจริต และชื่อเสียง (Honesty, Integrity and Reputation)

กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่เกี่ยวกับประเด็นความซื่อสัตย์ สุจริต และชื่อเสียง ดังต่อไปนี้

(1) เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สั่งถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการหรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน หรือบริษัทหลักทรัพย์ใดมาก่อน เว้นแต่จะพ้นระยะเวลาที่กําหนดห้ามดํารงตําแหน่งดังกล่าวแล้ว หรือได้รับการยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

(2) เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานของรัฐทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่กํากับและควบคุมสถาบันการเงิน กล่าวโทษ ร้องทุกข์ หรือกําลังถูกดําเนินคดี ในความผิดฐานฉ้อโกง หรือทุจริต ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของสถาบันการเงินและหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่น ๆ เว้นแต่ปรากฏว่าคดีถึงที่สุดโดยไม่มีความผิด

(3) เคยถูกหน่วยงานอื่นของรัฐ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากที่ระบุใน (2) กล่าวโทษ ร้องทุกข์ หรือกําลังถูกดําเนินคดี ในความผิดฐานฉ้อโกง หรือทุจริตทางการเงินเว้นแต่ปรากฏว่าคดีถึงที่สุดโดยไม่มีความผิด

(4) มีหรือเคยมีส่วนร่วมในการประกอบธุรกิจหรือการดําเนินกิจการใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย หรือที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวงผู้อื่นหรือประชาชน

(5) มีหรือเคยมีประวัติส่วนตัวหรือพฤติกรรมที่เป็นการกระทําอันไม่เป็นธรรมหรือเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หรือมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เกิดการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น

(6) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการทํางานอันส่อไปในทางไม่สุจริตหรือฉ้อฉล หรือมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เกิดการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น ซึ่งรวมถึงการเลือกปฏิบัติ หรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดอันอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest)

(7) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการละเลยการตรวจสอบดูแลหรือการปฏิบัติงานที่พึงกระทําตามสมควรเยี่ยงกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ซึ่งทําให้สถาบันการเงินฝ่าฝืนกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ คู่มือการปฏิบัติงานภายใน ตลอดจนมติของคณะกรรมการ หรือมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพิจารณาสินเชื่อ การตัดสินใจลงทุน หรือดําเนินการอื่นใด อันเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในธุรกิจสถาบันการเงิน หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง ฐานะ หรือการดําเนินธุรกิจของสถาบันการเงินอย่างมีนัยสําคัญ หรือเกิดความเสียหายต่อลูกค้าของธุรกิจสถาบันการเงิน เช่น ทําให้การดํารงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด หรือทําให้ไม่สามารถดํารงสินทรัพย์สภาพคล่องได้ตามที่กฎหมายกําหนด เป็นต้น

5.2.2 ด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ (Competence, Capability and Experiences)

กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่จําเป็นและเหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบในระดับที่ผู้ประกอบวิชาชีพการเงินการธนาคารพึงมี และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(1) เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่น ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต นอกเหนือจากตําแหน่งที่ระบุไว้ตามมาตรา 24 (8) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ทั้งนี้ให้รวมถึงผู้ดํารงตําแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี หรือผู้ช่วยรัฐมนตรี ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ. 2546

(2) เป็นผู้ที่พ้นจากการเป็นพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่ครบ 1 ปี ในตําแหน่งผู้อํานวยการขึ้นไปหรือตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นของส่วนงานต่าง ๆ หรือในตําแหน่งผู้บริหารส่วนหรือตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในส่วนงานที่สามารถล่วงรู้ข้อมูลของกิจการสถาบันการเงินตามอํานาจหน้าที่

(3) มีหรือเคยมีการทํางานที่แสดงถึงการขาดมาตรฐานทางบัญชีมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง หรือมาตรฐานทางวิชาชีพอื่น ๆ ในการดําเนินธุรกิจ ซึ่งกําหนดโดยหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกําหนดมาตรฐานอื่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การอําพราง ฐานะทางการเงินหรือผลการดําเนินงานที่แท้จริง การจงใจหลีกเถี่ยงการเปิดเผยข้อมูลในประเด็นอันเป็นสาระสําคัญ การถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นต้น

5.2.3 ด้านสถานะทางการเงิน (Financial Soundness)

กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่เกี่ยวกับประเด็นด้านสถานะทางการเงิน กล่าวคือ บุคคลดังกล่าวจะต้องไม่มีปัญหาในการชําระเงินต้น หรือดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินหรือบริษัทที่ให้สินเชื่อหรือเข้าข่ายจัดชั้นเป็นถูกหนี้ชั้นต่ํากว่ามาตรฐาน ชั้นสงสัย ชั้นสงสัยจะสูญ หรือสูญ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

5.3 การขอความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

สถาบันการเงินต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งบุคคลใหม่หรือแต่งตั้งบุคคลเดิมให้ดํารงตําแหน่งต่อไป โดยมีขั้นตอนดังนี้

5.3.1 สถาบันการเงินต้องตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่จะเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (1) - (9) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และลักษณะต้องห้ามเพิ่มเติมใน 3 ด้านหลัก ตามข้อ 5.2 ในประกาศฉบับนี้

5.3.2 ให้สถาบันการเงินมีหนังสือขอความเห็นชอบพร้อมเอกสารประกอบตามเอกสารแนบ 2 ส่งให้ฝ่ายกํากับสถาบันการเงิน สายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ หากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีหนังสือแจ้งทักท้วง หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมภายใน 15 วันทําการนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือขอความเห็นชอบและเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วนให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งนั้นแล้ว

ทั้งนี้ สถาบันการเงินต้องไม่เปิดเผยรายชื่อของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่งต่อสาธารณชนก่อนได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

สําหรับกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ที่ดํารงตําแหน่งอยู่ในปัจจุบันหรือได้รับความเห็นชอบก่อนประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ให้ยังคงดํารงตําแหน่งต่อไปได้ ทั้งนี้ สถาบันการเงินต้องแน่ใจว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (1) - (9) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และลักษณะต้องห้ามเพิ่มเติมตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ในตลอดระยะเวลาที่ดํารงตําแหน่ง แต่เมื่อหมดวาระลงและจะดํารงตําแหน่งต่อไปอีก ก็ให้ขอความเห็นชอบต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามประกาศฉบับนี้

อนึ่ง หากสถาบันการเงินไม่แน่ใจเกี่ยวกับตําแหน่งที่ต้องขอความเห็นชอบก่อนการแต่งตั้ง ก็สามารถหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณีได้

5.4 ปัจจัยประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบ

ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (1) - (9) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และที่กําหนดเพิ่มเติมตามประกาศฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม กรณีที่บุคคลดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (4) ถึงมาตรา 24 (6) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ซึ่งให้อํานาจธนาคารแห่งประเทศไทยในการพิจารณายกเว้นได้ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5.2.1 (1) ถึง (7) ข้อ 5.2.2 (3) และข้อ 5.2.3 ของประกาศฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจนําปัจจัยอื่นมาประกอบการพิจารณาตามเหตุผลและความจําเป็นในแต่ละกรณี โดยปัจจัยที่ใช้ประกอบการพิจารณามีดังต่อไปนี้

5.4.1 ลักษณะต้องห้ามนั้น มิได้ร้ายแรง หรือมิได้ส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินถึงขั้นไม่สมควรได้รับความเห็นชอบ

5.4.2 ระยะเวลาที่ล่วงเลยมานับจากการมีลักษณะต้องห้ามนั้นต้องไม่น้อยกว่า 10 ปี

5.4.3 ลักษณะต้องห้ามนั้น มิได้มีผลกระทบต่อหน้าที่และความรับผิดชอบตามตําแหน่งที่ขอความเห็นชอบ

5.4.4 ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล หรือนัยสําคัญของหลักฐานหรือเหตุการณ์ตลอดจนผลการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีอํานาจตามกฎหมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

5.4.5 ไม่ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลที่ดีของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกํากับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) หรือไม่ขัดต่อกฎหมายอื่น

5.5 ข้อยกเว้นเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (7) (ข) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดข้อยกเว้นเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (7) (ข) ดังนี้

5.5.1 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินแบบรวมกลุ่ม (Consolidated Supervision) ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงอนุญาตให้ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินนั้นและเป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกันกับสถาบันการเงิน สามารถเป็นหรือทําหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินนั้นได้

5.5.2 โดยที่มีกรณีเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งที่สถาบันการเงินมีความจําเป็นจะต้องส่งกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงินของตนเข้าไปกํากับดูแลบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทที่อยู่ในระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ จึงสมควรอนุญาต ให้สถาบันการเงินสามารถส่งกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการ ไปเป็นผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินนั้นและเป็นบริษัทที่อยู่ในระหว่างปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินได้ หรืออีกนัยหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงิน ที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากสถาบันการเงิน สามารถเป็นหรือทําหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินนั้นได้ เพราะเหตุแห่งความจําเป็นที่จะต้องกํากับดูแลลูกหนี้ดังกล่าวมาข้างต้นนั้น

5.6 การเพิกถอนการให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว

ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าบุคคลซึ่งได้รับความเห็นชอบไปแล้ว มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (1) ถึงมาตรา 24 (9) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือลักษณะต้องห้ามเพิ่มเติมใน 3 ด้านหลัก ตามข้อ 5.2 ในประกาศฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาเพิกถอนการให้ความเห็นชอบการดํารงตําแหน่งของบุคคลดังกล่าวเมื่อใดก็ได้

5.7 การแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการ กรรมการบริหาร ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ตามมาตรา 81 (2) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

ในกรณีที่กรรมการ กรรมการบริหาร ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ลาออก เสียชีวิต หรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ในตําแหน่งงานระดับเดียวกัน สถาบันการเงินต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นหนังสือให้สายกํากับสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ตามแบบรายงานการเปลี่ยนแปลง (เอกสารแนบ 3) นอกจากนี้ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สัมพันธ์สถาบันการเงิน(CPC) ของแต่ละสถาบันการเงินทาง E-mail ด้วย

อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2552

(นางธาริษา วัฒนเกส)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 14/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2d7775b1be952d15

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com