ข้อ ๔ ในการเปรียบเทียบความผิดตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
พ.ศ. ๒๕๔๖ และพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. ๒๕๕๐
ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบความผิดพิจารณาเปรียบเทียบปรับในแต่ละกรณีโดยคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้
(๑) พฤติการณ์แห่งความผิด โดยให้พิจารณาจาก
(ก) ความจงใจในการกระทำความผิด
(ข) ประโยชน์ที่ผู้ต้องหาหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
หรือบุคคลอื่นได้รับหรือจะได้รับจากการกระทำนั้น
(ค)
ระดับความสำคัญของความผิดที่ฝ่าฝืนต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของตลาดทุนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
(๒)
ระดับความเสียหายที่เกิดจากการกระทำนั้นทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน
(๓) ข้อเท็จจริงอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยให้พิจารณาจาก
(ก) ช่วงระยะเวลาและความถี่ของการกระทำความผิด
(ข) ระดับของความบกพร่องของระบบบริหารจัดการหรือระบบควบคุมภายในของผู้ต้องหาที่เป็นเหตุให้เกิดการกระทำความผิด
(ค) ความเกี่ยวข้องของกรรมการ ผู้จัดการ
หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้ต้องหาที่เป็นนิติบุคคล
เกี่ยวกับการกระทำความผิดนั้น
(ง)
การดำเนินการของผู้ต้องหาในการป้องกันมิให้เกิดการกระทำความผิดนั้น หรือการติดตามดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย
และการรายงานหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าวต่อสำนักงาน
(จ) การดำเนินการของผู้ต้องหาเพื่อแก้ไขเยียวยาความเสียหาย
(ฉ) ระดับความร่วมมือที่ผู้ต้องหาให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
โดยในกรณีที่ผู้ต้องหาเป็นนิติบุคคล ระดับความร่วมมือดังกล่าวให้หมายความรวมถึง
ระดับความร่วมมือของกรรมการ ผู้จัดการ บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงาน
หรือพนักงานของผู้ต้องหานั้นด้วย
(ช)
ประวัติการถูกลงโทษทางอาญาของผู้ต้องหาตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.
๒๕๔๖ หรือพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วแต่กรณี
หรือในกรณีที่ผู้ต้องหาเป็นนิติบุคคล ให้หมายความรวมถึงประวัติการกระทำของบุคคล
ที่การกระทำนั้นเป็นต้นเหตุของความผิดของนิติบุคคลด้วย
ไม่ว่าบุคคลดังกล่าวจะเคยถูกลงโทษหรือไม่
(ซ)
ระดับการเปรียบเทียบความผิดกับบุคคลที่ได้เคยเปรียบเทียบความผิดที่มีข้อเท็จจริงทำนองเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน
ไม่ว่าเป็นการเปรียบเทียบความผิดตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖
พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. ๒๕๕๐ หรือพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
พ.ศ. ๒๕๓๕