ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการกู้เงินระยะสั้นเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้
(พ.ร.บ.
การบริหารหนี้สาธารณะฯ) ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา
๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๒๐ (๓)
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ดำเนินการกู้เงินระยะสั้นเพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนด
โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) โดยมีสาระสำคัญและเงื่อนไขของการกู้เงินดังนี้
๑.
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินระยะสั้น
โดยวิธีการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน อายุเงินกู้ ๓
เดือน ให้กับธนาคารออมสิน จำนวนรวม ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท
(สามหมื่นสี่พันล้านบาทถ้วน) โดยมีอัตราดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยร้อยละ ๑.๕๑๙๔๑ ต่อปี
เพื่อนำมาใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม
๒๕๖๐
๒.
เบิกเงินกู้ทั้งจำนวนในวันที่ ๒๖
พฤษภาคม ๒๕๖๐
๓.
อายุเงินกู้ ๓ เดือน
นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ครบกำหนดในวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๐
๔.
การชำระคืนต้นเงินกู้
กระทรวงการคลังสามารถชำระคืนต้นเงินกู้ก่อนครบกำหนดได้ทั้งจำนวนหรือบางส่วนก็ได้ ทั้งนี้
กระทรวงการคลังจะแจ้งให้สถาบันการเงินทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒ วันทำการ โดยกระทรวงการคลังจะชำระดอกเบี้ยคงค้างของหนี้เงินต้นที่ค้างชำระ
พร้อมกับการชำระเงินต้นก่อนกำหนดนั้น ทั้งนี้
ดอกเบี้ยคงค้างให้คำนวณนับตั้งแต่วันที่กระทรวงการคลังชำระคืนดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจนถึงวันก่อนวันที่กระทรวงการคลังชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนด
โดยหากวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทยก็ให้เลื่อนไปชำระคืนในวันทำการถัดไปการคำนวณดอกเบี้ยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี
๓๖๕ วัน แล้วนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
๕.
ไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ
ประกาศ ณ วันที่ ๑๗
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
พชร อนันตศิลป์
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พรวิภา/ภวรรณตรี/จัดทำ
๑๒ มิถุนายน
๒๕๖๐
ปริญสินีย์/ตรวจ
๓๑ กรกฎาคม
๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๕๕ ง/หน้า ๒๗/๙ มิถุนายน ๒๕๖๐