法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้องว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
37
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้อง

ระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้อง

ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล

พ.ศ.

๒๕๕๑[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๖ ก (๕)

แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานของเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖

นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้องว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล

พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันที่เทศบาลประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกระเบียบ ข้อบังคับ

เกี่ยวกับระเบียบการดำเนินงานชุมชนที่มีอยู่ ก่อนหรือขัดแย้งกับข้อความในระเบียบนี้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ยกเลิกระเบียบ ดังนี้

- ระเบียบเทศบาลตำบลสองพี่น้องว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล

พ.ศ. ๒๕๔๓

- ระเบียบเทศบาลตำบลสองพี่น้องว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔

- ระเบียบเทศบาลตำบลสองพี่น้องว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

- ระเบียบเทศบาลตำบลสองพี่น้องว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในระเบียบนี้

“ชุมชน” หมายความว่า

ชุมชนที่เทศบาลจัดตั้งขึ้น

หรือประชาชนร้องขอให้มีการจัดตั้งขึ้นโดยนายกเทศมนตรีเป็นผู้ประกาศจัดตั้งชุมชน

“สมาชิกชุมชน” หมายความว่า

ผู้อยู่อาศัยในชุมชนนั้น

“กรรมการชุมชน” หมายความว่า

บุคคลที่นายกเทศมนตรีประกาศแต่งตั้งเป็นกรรมการชุมชนตามระเบียบนี้

“คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า

คณะบุคคลที่ได้รับการคัดเลือก หรือการรับรองจากผู้อยู่อาศัยในชุมชน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรีให้ทำหน้าที่คณะกรรมการชุมชน

“คณะอนุกรรมการชุมชน” หมายความว่า

คณะบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรีทำหน้าที่ช่วยงานคณะกรรมการชุมชน

“ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า

ผู้อาวุโส หรือผู้ชำนาญการพิเศษด้านต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการชุมชนได้เชิญมาเป็นที่ปรึกษา

และได้รับแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง

“นายกเทศมนตรี” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง หรือผู้ที่ทำการแทนนายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง

“คณะผู้บริหารท้องถิ่น” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง รองนายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง

ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง

“สมาชิกสภาเทศบาล” หมายความว่า

สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสองพี่น้อง

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล พนักงานเทศบาล หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง

หมวด

วัตถุประสงค์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้มีการจัดตั้งและประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการชุมชน

ทำหน้าที่พัฒนาและประสานงานกับทางเทศบาล และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

(๑)

เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้อยู่อาศัยในชุมชน ดำเนินการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจ

สังคม ประเพณี วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม

(๒)

เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาให้มากที่สุด

(๓)

เพื่อส่งเสริมให้รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนตามระบอบประชาธิปไตย

(๔) เพื่อส่งเสริมให้เข้าใจความจำเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะดำเนินการในชุมชน

เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชุมชน

หมวด

การจัดตั้งชุมชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้เทศบาลประกาศจัดตั้งชุมชนขึ้นภายในเขตเทศบาล

ตามลักษณะที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชน ตามระเบียบนี้

โดยพิจารณาถึงความสะดวกในการปกครองดูแลการพัฒนาชุมชนเป็นประมาณ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในการที่จะกำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนต่าง

ๆ ให้พิจารณาแบ่งเขตชุมชนตามสภาพพื้นที่ หรือแนวถนน หรือแม่น้ำลำคลอง

หรืออาคารเรือนแถวเดียวกัน หรือมีลักษณะเป็นเขตพื้นที่เดียวกัน หรือตามความเหมาะสม

โดยได้รับความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรี

หมวด

กรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในชุมชนหนึ่ง ให้มีกรรมการชุมชน

จำนวน ๑๕ คน จากการจัดตั้งหรือประชุมประชาคมคัดเลือก

โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของนายกเทศมนตรี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

กรณีที่เทศบาลกำหนดให้มีการคัดเลือกคณะกรรมการชุมชน

ให้กำหนดการประชาคม การคัดเลือก ก่อนวันประชาคมคัดเลือก ไม่น้อยกว่า ๗ วัน

พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ประชาคมดังกล่าวตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

วิธีการคัดเลือกจะกระทำโดยลับหรือเปิดเผยก็ได้

หากมีผู้สมัครรับการคัดเลือกไม่เกินจำนวนที่ต้องการ ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับการคัดเลือกโดยไม่จำเป็นต้องมีการลงคะแนน

ถ้าผู้สมัครรับการคัดเลือกมีคะแนนเสียงเท่ากันให้จับสลาก

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

กรรมการชุมชนโดยการจัดตั้ง

หรือจากการคัดเลือกจากประชาชนให้เป็นกรรมการชุมชน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๒ ปี

นับแต่วันประกาศแต่งตั้ง หรือวันประชาคมคัดเลือกโดยเทศบาลออกประกาศแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการชุมชน

มีดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) อายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปี บริบูรณ์ ในวันสมัคร

(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในชุมชนนั้น

(ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันสมัคร)

(๔) เป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา

และพระมหากษัตริย์

(๕) เป็นผู้ที่ประกอบอาชีพสุจริต

ไม่ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม

(๖) เป็นผู้เสียสละตั้งใจจริง มีความรับผิดชอบ

ไม่หวังหรือแสวงหาผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ เพื่อตนเอง หรือหมู่คณะโดยมิชอบ

(๗) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช

(๘) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด

ให้จำคุกตั้งแต่ ๒ ปีขึ้นไป และได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับถึงวันคัดเลือก

เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(๙) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ผู้มีสิทธิออกเสียงคัดเลือกคณะกรรมการชุมชน

มีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) อายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี บริบูรณ์

ในวันประชาคมคัดเลือก

(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในชุมชนนั้น

(๔) เป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา

และพระมหากษัตริย์

(๕) เป็นผู้เสียสละตั้งใจจริง มีความรับผิดชอบ

ไม่หวังหรือแสวงหาผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ เพื่อตนเอง หรือหมู่คณะโดยมิชอบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

กรรมการชุมชนสิ้นสุดลงเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออกและได้รับอนุมัติจากนายกเทศมนตรี

(๓) ขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ ๑๓

(๔) ถึงคราวออกตามกำหนดวาระ

(๕) คณะผู้บริหารท้องถิ่น

มีมติให้ออกเพราะประพฤติตนไม่เหมาะสม

(๖) นายกเทศมนตรีประกาศยุบคณะกรรมการชุมชน

ให้มีการสรรหาหรือคัดเลือกกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เมื่อคณะกรรมการชุมชนสิ้นสุดลงเพราะครบวาระ

ให้เทศบาลดำเนินการคัดเลือกคณะกรรมการชุมชนชุดใหม่

ทั้งนี้นายกเทศมนตรีอาจแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานแทนกรรมการชุมชนชุดเดิมที่หมดวาระในระหว่างที่ยังไม่มีการคัดเลือกคณะกรรมการชุมชนชุดใหม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

นายกเทศมนตรีมีอำนาจยุบคณะกรรมการชุมชน

และให้มีการจัดตั้งหรือคัดเลือกคณะกรรมการชุมชนขึ้นใหม่ตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

กรณีที่กรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่ง

นอกจากถึงคราวออกตามกำหนดวาระถ้าไม่เกินกึ่งหนึ่ง ให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณาเสนอชื่อบุคคลในชุมชนนั้นที่มีคุณสมบัติตามข้อ

๑๓ ให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งให้เป็นกรรมการชุมชนทำหน้าที่แทนได้

และให้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระของกรรมการชุมชนที่เหลืออยู่แต่ถ้าเกินกึ่งหนึ่งให้เทศบาลดำเนินการจัดตั้ง

หรือคัดเลือกกรรมการชุมชนแทนตำแหน่งที่ว่าง

และกรรมการชุมชนที่ได้รับการประกาศแต่งตั้งใหม่

อยู่ในวาระเท่ากับกรรมการชุมชนชุดเดิม

ในกรณีที่เหลือเวลาไม่เกิน ๑๒๐ วัน

ที่คณะกรรมการชุมชนจะครบวาระตามความในข้อ ๑๕ จะไม่จัดตั้ง

หรือคัดเลือกกรรมการชุมชนแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้

หมวด

คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการชุมชน

ประกอบด้วยตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้

(๑) ประธานกรรมการชุมชน

(๒) รองประธานกรรมการชุมชน

(๓) เลขานุการชุมชน

(๔) เหรัญญิก

(๕) กรรมการชุมชนฝ่ายต่าง ๆ ได้แก่ ฝ่ายปกครอง

ฝ่ายพัฒนา ฝ่ายการคลัง ฝ่ายการศึกษา ฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายสวัสดิการสังคม

ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสตรีและแม่บ้าน

ฝ่ายกีฬาและนันทนาการ ฝ่ายเด็กและเยาวชน

หรือตามที่คณะกรรมการชุมชนเห็นเป็นการสมควรให้มีฝ่ายต่าง ๆ

๑. ประธานกรรมการชุมชน มีหน้าที่ ดังนี้

- เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการชุมชน

- ควบคุมดูแล

ติดตามผลการดำเนินงานของกรรมการฝ่ายต่าง ๆ

- เรียกประชุมคณะกรรมการชุมชน ตามกำหนด

หรือในกรณีที่ประธานเห็นสมควร

- เป็นผู้ชี้ขาดในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน

- เป็นผู้แทนของชุมชนนั้น

๒. รองประธานกรรมการชุมชน มีหน้าที่ ดังนี้

- ช่วยเหลือประธานคณะกรรมการชุมชนในกิจการทั่วไปตามที่ประธานมอบหมาย

- ทำหน้าที่แทนประธานคณะกรรมการชุมชน

ในกรณีที่ประธานไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

๓. เลขานุการ มีหน้าที่ ดังนี้

- นัดประชุมคณะกรรมการชุมชน

- รับผิดชอบงานสารบรรณ

- การนับคะแนนเสียงในที่ประชุม

- ทำรายงานการประชุมแจ้งไปยังผู้เกี่ยวข้อง

- เรื่องอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

๔. เหรัญญิก มีหน้าที่ ดังนี้

- ดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีรายรับ - รายจ่าย

- เก็บรักษาเงินสดและทรัพย์สินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

- แถลงบัญชีรายรับ - รายจ่าย

ต่อที่ประชุมคณะกรรมการชุมชน

- เรื่องอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

๕. กรรมการฝ่ายการคลัง มีหน้าที่ ดังนี้

- จัดหารายได้เข้าชุมชน

- มีหน้าที่เกี่ยวกับการคลังและดูแลทรัพย์สินของชุมชน

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

๖. กรรมการฝ่ายปกครอง มีหน้าที่ ดังนี้

- บำบัดทุกข์บำรุงสุข

- การดูแลชุมชนให้เป็นไปโดยกฎหมาย

ขนบธรรมเนียมประเพณีและนโยบายส่วนรวมของชาติ

- การส่งเสริมให้ราษฎรสนใจในการปกครอง

ตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

- การส่งเสริมให้ราษฎรสนใจในการปกครองท้องถิ่น

- การส่งเสริมสามัคคีของส่วนรวม

- การดูแลสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันในชุมชน

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

๗. กรรมการฝ่ายพัฒนา มีหน้าที่ ดังนี้

- การวางโครงการและแผนดำเนินงานพัฒนาและส่งเสริมอาชีพของราษฎรในชุมชน

- การขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการ องค์การ

หรือเอกชน ตามที่เห็นสมควรเพื่อปฏิบัติงานตามโครงการ

- การแก้ไขปัญหาอุปสรรค

ข้อขัดข้องที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

๘. กรรมการฝ่ายการศึกษา มีหน้าที่ ดังนี้

- ด้านการศึกษา การส่งเสริม

ช่วยเหลือการศึกษาบุคคลในชุมชน

- การฝึกอบรมวิชาชีพ

- จัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญของชาติ

- การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทย

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

๙. กรรมการฝ่ายสาธารณสุข มีหน้าที่ ดังนี้

- การส่งเสริมสุขภาพอนามัย

- การป้องกันโรค/การวางแผนครอบครัว

- การดูแลงานด้าน อสม.

- การดูแล และรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชน

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

๑๐. กรรมการฝ่ายสวัสดิการสังคม มีหน้าที่ ดังนี้

- สวัสดิการของชุมชน เช่น

ดูแลสถานที่พักผ่อนและสนามเด็กเล่น

- สำรวจข้อมูลผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยเอดส์

ที่มีคุณสมบัติสมควรที่ได้รับความช่วยเหลือ

- สำรวจผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

๑๑. กรรมการฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย

มีหน้าที่ ดังนี้

- ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชน

- ช่วยเหลือดูแลและระมัดระวังในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

และอาชญากรรมภายในชุมชน

- รณรงค์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

๑๒. กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ ดังนี้

- ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ประชาชนในชุมชนได้ทราบ

- ดูแลอุปกรณ์เครื่องเสียง

บำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีพร้อมที่จะใช้งานอยู่เสมอ

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

๑๓. กรรมการฝ่ายสตรีและแม่บ้าน มีหน้าที่ ดังนี้

- จัดตั้งกลุ่มอาชีพ

- ดำเนินกิจกรรมงานด้านสตรีและแม่บ้านของชุมชน

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

๑๔. กรรมการฝ่ายเด็กและเยาวชน มีหน้าที่ ดังนี้

- ส่งเสริมสนับสนุนเด็กและเยาวชน ในด้านต่าง ๆ

- จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็กและเยาวชน

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

๑๕. กรรมการฝ่ายกีฬาและนันทนาการ มีหน้าที่

ดังนี้

- จัดการแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ

- ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคลในวัยต่าง ๆ

สนใจเล่นกีฬา

- เรื่องอื่น ๆ ที่กรรมการชุมชนมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

กรรมการชุมชนฝ่ายต่าง ๆ

สามารถพิจารณาเสนอชื่อบุคคลให้เป็นคณะอนุกรรมการชุมชนขึ้นจำนวน ๑๓ คน

เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่กรรมการฝ่ายต่าง ๆ มอบหมายก็ได้

โดยให้ประธานคณะกรรมการชุมชนเสนอนายกเทศมนตรีเห็นชอบประกาศแต่งตั้งต่อไป

วาระการดำรงตำแหน่งของคณะอนุกรรมการชุมชนฝ่ายต่าง ๆ ให้มีวาระตามข้อ ๑๒ นำความข้อ

๑๕ และข้อ ๒๙ บังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

คณะอนุกรรมการชุมชน

ย่อมมีสิทธิเข้าประชุม

และแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการชุมชน

แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

เมื่อสิ้นสุดวาระการเป็นคณะกรรมการชุมชนด้วยกรณีใดก็ตาม

ให้คณะกรรมการชุมชนส่งมอบงานและทรัพย์สินที่เป็นของส่วนรวมในชุมชนให้กับเทศบาลภายใน

๑๕ วัน เพื่อดูแลรักษาไว้จนกว่าจะมีคณะกรรมการชุมชนชุดใหม่เข้ารับหน้าที่แทน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การประชุมคณะกรรมการชุมชนทุกครั้ง

ต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการชุมชนทั้งหมด

จึงเป็นองค์ประชุม

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การลงมติของคณะกรรมการชุมชน

ให้ถือเอามติเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ กรรมการคนหนึ่งมีสิทธิออกเสียงได้หนึ่งเสียง

ในกรณีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงชี้ขาด

หมวด

หน้าที่ของคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้คณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) ดำเนินการพัฒนาชุมชนทั้งทางด้านกายภาพ

เศรษฐกิจ และสังคม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน

และระดมทรัพยากรในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

(๒) บำรุงรักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

(๓) เสริมสร้างความสามัคคีของผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชน

เพื่อร่วมกันรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองและชุมชน

(๔) ส่งเสริมขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ศีลธรรม

และประเพณีอันดีงาม

(๕) ดูแลทรัพย์สินสาธารณะของชุมชน และของแผ่นดิน

(๖) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

และสิ่งแวดล้อม

(๗) เป็นผู้นำ และแกนกลางในการพัฒนาชุมชน

และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน

(๘) เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

ของประชาชนในชุมชน ตลอดจนชี้แนะแนวทางในการพัฒนาชุมชนของตน

(๙) ให้ความร่วมมือกับเทศบาลหน่วยงานราชการ

กรณีที่ขอความช่วยเหลือทุก ๆ ด้าน

(๑๐) รับเรื่องราวร้องทุกข์ของคนในชุมชน

กรณีที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา หากไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ให้รายงานนายกเทศมตรี เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

(๑๑) ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

(๑๒) ดำเนินการตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมาย

หมวด

ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนของแต่ละชุมชนตามที่คณะกรรมการชุมชนเสนอ

จำนวน ๓ คน อยู่ในตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ให้คณะที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน

มีหน้าที่ ดังนี้

ให้คำปรึกษาแนะนำสนับสนุนการดำเนินงานแก่คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่ง

เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก และได้รับอนุมัติจากนายกเทศมนตรี

(๓) ออกตามกำหนดวาระหรือคณะกรรมการชุมชนหมดวาระ

(๔) นายกเทศมนตรีมีคำสั่งให้ออก เพราะประพฤติตนไม่เหมาะสม

(๕) คณะผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะกรรมการชุมชน

มีมติให้ออก

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

เมื่อตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนว่างลง

ให้นายกเทศมนตรีพิจารณาตามที่เห็นสมควร

จะแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนแทนตำแหน่งที่ว่างลงก็ได้

และให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

หมวด

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ชุมชนจะต้องจัดทำแผนชุมชน

เพื่อประโยชน์ในการจัดทำโครงการขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

รายได้ของชุมชน

(๑) เงินและทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้

(๒) ได้รับเงินอุดหนุนจากเทศบาลหรือหน่วยงานอื่น

หรือหน่วยงานของรัฐจัดสรรให้

(๓) จากทรัพย์สินของชุมชน

(๔) จากการจัดกิจกรรมอื่น ๆ

ที่คณะกรรมการชุมชนจัดขึ้น

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

การจัดเก็บรักษาเงิน

ให้คณะกรรมการชุมชนอย่างน้อย ๓ คน เป็นผู้นำเงินไปฝากธนาคารใดธนาคารหนึ่ง

ให้กรรมการฝ่ายการคลังเป็นผู้จัดการทำบัญชีการรับ - จ่าย และเก็บรักษาบัญชีเงินฝาก

การถอนเงินฝาก ให้คณะกรรมการชุมชนผู้ฝากลงนามถอน ๒ ใน ๓

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ให้ประธานคณะกรรมการชุมชนจัดเรียกประชุมคณะกรรมการชุมชน

เพื่อวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน

และทรัพย์สินของชุมชนตามสภาพและความเหมาะสมของชุมชนนั้น ๆ ระเบียบดังกล่าวต้องได้รับมติเห็นชอบของที่ประชุมอย่างน้อย

๒ ใน ๓ ของคณะกรรมการชุมชนทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ในกรณีที่ผู้บริจาคทรัพย์สินให้แก่ชุมชน

ให้หัวหน้าฝ่ายการคลัง หรือหัวหน้าฝ่ายอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการชุมชนตรวจรับลงบัญชี

ขึ้นทะเบียนไว้เป็นหลักฐานแล้วดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ให้คณะกรรมการชุมชนจัดทำบัญชีพัสดุของชุมชน

โดยมีประธานกรรมการชุมชนกรรมการฝ่ายการคลัง และกรรมการชุมชนจากฝ่ายอื่นอย่างน้อย ๑

คน เป็นผู้รับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ให้นายกเทศมนตรี

รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจออกประกาศ คำสั่งข้อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ

ตีความ วินิจฉัยปัญหา

และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติราชการเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

กรณีมีเหตุจำเป็น เพื่อประโยชน์ของทางราชการ

เพื่อท้องถิ่น หรือเพื่อความสงบเรียบร้อยหรือเพื่อความก้าวหน้าของชุมชน

นายกเทศมนตรีอาจกำหนดแนวทางปฏิบัติในส่วนที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้ได้

เมื่อมีปัญหาโต้แย้งเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

หรือกรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้นายกเทศมนตรีเป็นผู้วินิจฉัย

และคำวินิจฉัยของนายกเทศมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบนี้ จะกระทำ

ได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรี

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

วิโรจน์

คณูวัฒนา

นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๖ ง/หน้า ๑/๓๐ มกราคม ๒๕๕๒

37 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้องว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2e63bf9ed4897527

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com