法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝาก

หรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร

หรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิและมาตรา ๑๓ จัตวา แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง ทั้งในฐานะที่เป็นผู้รับฝากเงินหรือผู้กู้ยืม และผู้ฝากเงินหรือผู้ให้กู้ยืม โดยมีข้อกำหนดดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๔๖

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง หมายถึง การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มูลค่าตอบแทนขึ้นกับปัจจัยอ้างอิงที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าซึ่งไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยปกติหรือ ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืมในการชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นหลักทรัพย์ตามที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า หรือให้สิทธิที่จะขยายระยะเวลาหรือไถ่ถอนก่อนครบกำหนดตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง ในฐานะที่เป็นผู้รับฝากเงินหรือผู้กู้ยืม ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถกระทำได้ภายในขอบเขตดังต่อไปนี้

(๑) กรณีธุรกรรมที่ทำกับผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่แนบประกาศนี้ ยกเว้นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศให้ทำเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น

(๒) กรณีธุรกรรมที่ทำกับสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ ให้ทำเป็นสกุลเงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศก็ได้

(๓) กรณีธุรกรรมที่ทำกับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident) ให้ทำเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง ตามข้อ ๓ (๑) และ (๒) ต้องมีจำนวนเงินขั้นต่ำ ๑๐ ล้านบาทหรือเทียบเท่า อายุไม่ต่ำกว่า ๓ เดือน และจะต้องมีการชำระคืนเงินต้นเต็มจำนวนให้แก่ผู้ฝากเงินหรือเจ้าหนี้ เว้นแต่กรณีการชำระคืนเป็นหลักทรัพย์ตามที่ได้กำหนดไว้แล้วล่วงหน้า อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ลูกค้าต้องการถอนเงินฝากหรือเรียกคืนเงินให้กู้ยืมก่อนครบกำหนดสัญญา ธนาคารพาณิชย์อาจคิดค่าปรับจากผู้ฝากเงินหรือเจ้าหนี้ได้ตามที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญา โดยธนาคารพาณิชย์ต้องมีการชี้แจงให้ผู้ฝากเงินหรือเจ้าหนี้รับทราบเงื่อนไขดังกล่าวอย่างชัดเจนก่อนตกลงทำสัญญา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงนั้น ตัวแปรที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงสำหรับการคำนวณและจ่ายผลตอบแทน ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงภายในประเทศ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในต่างประเทศ ดัชนีราคาหลักทรัพย์ในประเทศ ราคาเฉลี่ยของกลุ่มหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดัชนีราคาหลักทรัพย์ต่างประเทศ ราคาเฉลี่ยของกลุ่มหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือตัวแปรอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง หากมีการชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นหลักทรัพย์ให้กระทำภายในขอบเขตดังนี้

(๑) กรณีหลักทรัพย์เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศหากทำธุรกรรมกับผู้ลงทุนประเภทสถาบันที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศต้องทำกับคู่สัญญาที่เป็นผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในหนังสือของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกง. (๐๕) ว. ๓/๒๕๔๖ เรื่อง การขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีข้อจำกัดในเรื่องประเภทหลักทรัพย์ วงเงิน และการขายหลักทรัพย์ต่อ ตามหนังสือฉบับที่กล่าว หรือหนังสืออนุญาตของเจ้าพนักงานการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเป็นรายกรณี โดยถือเสมือนหนึ่งเป็นการขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ

(๒) กรณีหลักทรัพย์เป็นสกุลเงินบาท หลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องเป็นตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และหุ้นกู้ที่รัฐบาลค้ำประกัน และตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเป็นระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) โดยเป็นตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับ BBB หรือเทียบเท่าขึ้นไปจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือหลักทรัพย์ประเภทอื่นๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง ในฐานะที่เป็นผู้รับฝากเงินหรือผู้กู้ยืม จะต้องมีการชี้แจงให้ผู้ฝากเงินหรือเจ้าหนี้เข้าใจเกี่ยวกับลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนพร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าผู้ฝากเงินหรือเจ้าหนี้มีความเข้าใจความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมดังกล่าวต้องชี้แจงวิธีการคำนวณและวิธีการจ่ายชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนให้ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การทำธุรกรรมดังกล่าวหากมีการออกบัตรเงินฝากหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ จะต้องระบุเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือ ยกเว้นภายในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกสามารถควบคุมดูแลการโอนเปลี่ยนมือให้อยู่ภายในกลุ่มลูกค้าประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่แนบประกาศนี้ ธนาคารพาณิชย์อาจไม่กำหนดเงื่อนไขการห้ามเปลี่ยนมือดังกล่าวก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ธนาคารพาณิชย์สามารถทำการป้องกันความเสี่ยงสำหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงได้ทั้งกับสถาบันการเงินภายในประเทศและภายนอกประเทศ แต่จะทำการป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศซึ่งมีผลทำให้เกิดการปล่อยสภาพคล่องที่เป็นเงินบาทให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ธนาคารพาณิชย์ที่จะทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง ต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมสอดคล้องกับการทำธุรกรรม ดังนี้

(๑) คณะกรรมการธนาคาร หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง (ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) จะต้องเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการย่อยและผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าวจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกรรมดังกล่าวและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี และจะต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำธุรกรรมดังกล่าวตามนโยบายที่ได้รับความเห็นชอบอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทำธุรกรรมดังกล่าว

(๒) ธนาคารพาณิชย์จะต้องกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ ขั้นตอนการปฏิบัติในการประกอบธุรกรรม การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และการควบคุมภายในไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร โดยนโยบายดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง (ในกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) หรือคณะกรรมการย่อยที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าว

(๓) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน่วยงานบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระ (Risk Management Unit) เพื่อทำหน้าที่ประเมิน ติดตาม ควบคุม ตรวจสอบดูแลการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของธนาคารพาณิชย์นั้น และมีการรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการธนาคารผ่านทางคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ สำหรับกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศหน่วยงานบริหารความเสี่ยงดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้ โดยจะต้องมีการรายงานต่อหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่อย่างสม่ำเสมอ

(๔) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีบุคลากรเพียงพอที่จะรองรับการประกอบธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร โดยบุคลากรดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอ

(๕) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามาตรการในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องที่มีประสิทธิภาพ สามารถสะท้อนและรองรับความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกรรม ทั้งนี้ ให้เน้นประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest rate Risk) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Risk) ความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุน (Equity Price Risk) ความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดจากการประกอบธุรกรรม Options เช่น Delta Vega Gamma Theta และ Rho ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) และความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ซึ่งรวมถึง Pre-settlement Risk และ Settlement Risk โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องมีระบบที่ใช้ในการวัดความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและความเสี่ยงแต่ละประเภทที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ถูกต้อง และแม่นยำ และมีการนำระบบบริหารความเสี่ยงดังกล่าวไปใช้ในการควบคุมความเสี่ยงในทางปฏิบัติ มีการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม (Mark to Market) ที่เหมาะสม ชัดเจน และสะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริง และมีการประเมินมูลค่ายุติธรรมของยอดคงค้าง ณ ทุกสิ้นวันทำการมีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Limits) ให้มีความเหมาะสมกับระบบการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ลักษณะการดำเนินงาน และฐานะเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์นั้น มีการทดสอบประสิทธิภาพ ความถูกต้องและแม่นยำของระบบบริหารความเสี่ยงภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น มีการทดสอบ Back Test และมีการทดสอบ Stress Test ของแบบจำลอง Value at Risk อย่างสม่ำเสมอ

(๖) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีระบบควบคุมภายในที่สามารถรองรับการทำธุรกรรมดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงพอ เหมาะสม มีระเบียบ และวิธีปฏิบัติในการควบคุมภายในที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร มีการกำหนดโครงสร้างการควบคุมและมีการแบ่งแยกหน้าที่อย่างเหมาะสม มีการตรวจสอบระบบควบคุมภายใน และการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีการจัดทำระบบข้อมูลเพื่อรายงานความเสี่ยงและการจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่ (ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) โดยหน่วยงานดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง โดยทั่วไปจะประกอบด้วย ๒ ส่วนหลัก คือ ส่วนที่เป็นเงินรับฝากหรือเงินกู้ยืม และส่วนที่เป็นอนุพันธ์ทางการเงิน ให้ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมดังกล่าวต้องประเมินมูลค่ายุติธรรมส่วนที่เป็นอนุพันธ์ทางการเงินและธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง[๑] (Hedging Instruments) (ถ้ามี) ทุกสิ้นเดือนและนำผลขาดทุนสิทธิจากการประเมินมูลค่าดังกล่าวมาทดลองหักออกจากตัวเลขเงินกองทุนของเดือนที่รายงานล่าสุด หากปรากฏว่ามีผลทำให้เงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ต่ำกว่าเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงตามกฎหมาย ให้ธนาคารพาณิชย์ระงับการทำธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม และเร่งดำเนินการแก้ไขต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเก็บหลักฐานในการทำธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เอง เพื่อให้ผู้ตรวจการธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งสำเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง จะต้องดูแลให้สัญญามีผลบังคับตามกฎหมาย และจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกรรมนี้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์การเงินแฝง ต้องบันทึกบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีและวิธีปฏิบัติของสากล

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ธนาคารพาณิชย์รายงานธุรกรรมดังกล่าวเป็นเงินฝากในแบบรายงานทุกรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ไม่ว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นในรูปแบบของการรับฝากเงินหรือการกู้ยืมเงิน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง หากมีการชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นหลักทรัพย์ จะต้องรายงานการประกอบธุรกรรมการซื้อสิทธิที่จะขายหลักทรัพย์ที่แฝงอยู่กับการรับเงินฝากหรือการกู้ยืมเงิน ให้ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย (Thai Bond Dealing Center (TBDC)) โดยมีรายละเอียดตามที่ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง หากมีการชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นหลักทรัพย์สกุลเงินตราต่างประเทศกับผู้ลงทุนประเภทสถาบันที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ จะต้องจัดทำรายงานข้อมูลการทำธุรกรรมการซื้อสิทธิที่จะขายหลักทรัพย์สกุลเงินตราต่างประเทศตามแบบรายงานการขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศที่กำหนดในหนังสือของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกง. (๐๕) ว. ๓/๒๕๔๖ เรื่อง การขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยถือเสมือนหนึ่งเป็นการขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การทำธุรกรรมดังกล่าวของสาขาธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่ และธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑๑ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒ ถึง ๑๖ ของประกาศฉบับนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐[๒] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

หม่อมราชวงศ์ ปรีดิยาธร เทวกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

เอกสารแนบประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรม

เงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๖

รายชื่อผู้ลงทุนประเภทสถาบัน

๑. ธนาคารพาณิชย์

๒. บริษัทเงินทุน

๓. บริษัทหลักทรัพย์

๔. บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

๕. บริษัทประกันวินาศภัย

๖. บริษัทประกันชีวิต

๗. นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

๘. ธนาคารแห่งประเทศไทย

๙. ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

๑๐. กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

๑๑. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

๑๒. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

๑๓. กองทุนรวม

๑๔. กองทุนส่วนบุคคล

๑๕. นิติบุคคลที่มีสินทรัพย์รวมตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้วตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป

๑๖. คู่สัญญาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติม

หมายเหตุ นักลงทุนประเภทสถาบันที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานอื่นของทางการ

จะต้องได้รับอนุญาตให้ทำธุรกรรมที่กล่าวจากหน่วยงานนั้นด้วย

มยุรี/พิมพ์

๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

สุนันทา/อรดา/ตรวจ

๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

A+B

[๑] ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่าเป็นธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging)

[๒] รก.๒๕๔๖/พ๑๒๒ง/๖๒/๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๖

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2eac76e7bf295d93

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com