ข้อ ๘
การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์แก่ทนายความนั้น
เมื่อคณะกรรมการสภาทนายความได้ให้การรับรองตามข้อบังคับนี้แล้ว
ให้สภาทนายความเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการพิจารณาเสนอขอพระราชทานให้กระทรวงยุติธรรมหรือหน่วยงานที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากผลงานของทนายความผู้นั้นเป็นผู้พิจารณาดำเนินการตามมาตรา
๒๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์
พ.ศ. ๒๕๓๘
ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
สัก กอแสงเรือง
นายกสภาทนายความ
[เอกสารแนบท้าย]
๑. หลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์
๒. แบบหนังสือรับรองแสดงผลงาน สภาทนายความ
๓. แบบหนังสือรับรองแสดงผลงาน
สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความ
๔. แบบหนังสือรับรองแสดงผลงาน สำนักงานเลขาธิการ สภาทนายความ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับฉบับนี้ คือ
เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ทนายความซึ่งอุทิศตนทำงานช่วยเหลือสังคมในด้านการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
ทั้งในด้านการเป็นวิทยากรผู้ให้คำบรรยายกฎหมายแก่ประชาชนและแก่ทนายความด้วยกัน
รวมทั้งการเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้คำอธิบายและเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
โดยเฉพาะทนายความผู้เป็นอาสาสมัครให้ความช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมายโดยการเข้าเป็นทนายความว่าต่างแก้ต่างให้กับประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมและยากจนตามพระราชบัญญัติทนายความ
ให้ได้รับเกียรติเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าเป็นผู้ที่มีความประพฤติดีและมุ่งสร้างสรรค์สังคมให้อยู่ภายใต้หลักแห่งนิติธรรมส่งเสริมงานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยเฉพาะพระราชปณิธานแห่งพระองค์ท่านที่จะทรงปกครองแผ่นดินด้วยความเป็นธรรม
ซึ่งทนายความอาสาของสภาทนายความดังที่กล่าวข้างต้นเป็นผู้ที่ได้เสียสละอย่างมาก
ทั้งความรู้ ประสบการณ์ เวลาอันเป็นส่วนตัวของตนเองและครอบครัว
ช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความโดยการให้คำปรึกษา
ว่าความในคดีและเป็นผู้ฝึกสอนให้คำบรรยายแก่ประชาชนทำให้ประชาชนได้รับความรู้ทางกฎหมายสามารถที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมและชุมชนได้ตลอดไป
รวมทั้งยังเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนด้วย
อันนับได้ว่าเป็นการกระทำความดีที่ควรได้รับการสรรเสริญ
ด้วยเหตุนี้สภาทนายความจึงเห็นสมควรให้มีข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน
จึงจำเป็นต้องตราข้อบังคับสภาทนายความเพื่อให้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติอันเดียวกัน
ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ
ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๕[๓]
มณฑิตา/ผู้จัดทำ
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
นฤดล/ผู้ตรวจ
๒๑ มกราคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๖๖ ง/หน้า ๑๒/๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๓
[๒] ข้อ ๗
แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ
ว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ
ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๕
[๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๘๖ ง/หน้า ๗/๑๓ กันยายน ๒๕๔๕