法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความ ผู้กระทำความดีความชอบ อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน พ.ศ. 2543 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความ

ผู้กระทำความดีความชอบ

อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ

ศาสนา พระมหากษัตริย์

และประชาชน

พ.ศ. ๒๕๔๓

โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ

ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ

พ.ศ. ๒๕๒๘ นายกสภาทนายความโดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความจึงออกข้อบังคับดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ

ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้นายกสภาทนายความเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ทนายความที่จะได้รับการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

ต้องเป็นสมาชิกสภาทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) เป็นผู้มีความประพฤติดี

ดำรงตนอยู่ในกรอบแห่งจริยธรรมแห่งวิชาชีพ รวมทั้งได้กระทำความดีความชอบที่มีผลงานอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ

ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน

(๓) ปฏิบัติหน้าที่ทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี

(๔) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๕) ไม่เคยถูกเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เว้นแต่เป็นการส่งคืน เนื่องจากได้รับพระราชทานในชั้นสูงขึ้น

(๖) ไม่เคยถูกลงโทษฐานประพฤติผิดมรรยาททนายความ

หรือถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนทนายความ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การพิจารณาผลงานและการกระทำความดีความชอบให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ท้ายข้อบังคับและเงื่อนไขดังนี้

(๑)

ต้องเป็นผลงานของตนเองและไม่เคยใช้เสนอขอพระราชทานจนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มาแล้ว

ถ้าเป็นผลงานที่ทำร่วมกันเป็นหมู่คณะจะต้องสรุปแยกผลงานของแต่ละบุคคลให้ชัดเจน

เพื่อให้สามารถพิจารณาเป็นรายบุคคลตามความเหมาะสมได้

(๒) ถ้าเป็นผลงานที่กระทำให้แก่นิติบุคคล

นิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์ ทั้งนี้

ตามรายชื่อที่สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

หรือเป็นนิติบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นผลงานที่หน่วยงานของรัฐร้องขอ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

โดยปกติให้เริ่มจากชั้นที่ ๗ เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์และอาจพิจารณาเสนอขอพระราชทานในชั้นที่สูงขึ้นตามลำดับ

โดยเว้นระยะเวลาแต่ละชั้นไม่น้อยกว่า ๕ ปี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๒] ให้มีคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งจำนวน ๑๓ คน

ประกอบด้วยประธานกรรมการมรรยาททนายความ เป็นประธานอนุกรรมการ,

อุปนายกฝ่ายนโยบายและแผนงาน, อุปนายกฝ่ายบริหาร, อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ

เป็นรองประธานอนุกรรมการ, เลขาธิการ,

ผู้แทนคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายสภาทนายความ, ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

สภาทนายความ ผู้แทนคณะกรรมการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมสภาทนายความ,

ผู้แทนกรรมการบริหารภาคที่คณะกรรมการสภาทนายความพิจารณาแต่งตั้ง จำนวน ๒ คน,

ผู้แทนจากสำนักงานศาลยุติธรรม, ผู้แทนจากกระทรวงยุติธรรม เป็นอนุกรรมการ

เลขานุการคณะกรรมการมรรยาททนายความเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ

ทำหน้าที่พิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติ ความประพฤติ การกระทำความดีความชอบ

ผลงานและความเหมาะสมของทนายความผู้พึงได้รับการพิจารณาเสนอขอพระราชทานแล้วนำเสนอต่อคณะกรรมการสภาทนายความพิจารณารับรอง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์แก่ทนายความนั้น

เมื่อคณะกรรมการสภาทนายความได้ให้การรับรองตามข้อบังคับนี้แล้ว

ให้สภาทนายความเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการพิจารณาเสนอขอพระราชทานให้กระทรวงยุติธรรมหรือหน่วยงานที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากผลงานของทนายความผู้นั้นเป็นผู้พิจารณาดำเนินการตามมาตรา

๒๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

พ.ศ. ๒๕๓๘

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

สัก กอแสงเรือง

นายกสภาทนายความ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. หลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

๒. แบบหนังสือรับรองแสดงผลงาน สภาทนายความ

๓. แบบหนังสือรับรองแสดงผลงาน

สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความ

๔. แบบหนังสือรับรองแสดงผลงาน สำนักงานเลขาธิการ สภาทนายความ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับฉบับนี้ คือ

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ทนายความซึ่งอุทิศตนทำงานช่วยเหลือสังคมในด้านการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

ทั้งในด้านการเป็นวิทยากรผู้ให้คำบรรยายกฎหมายแก่ประชาชนและแก่ทนายความด้วยกัน

รวมทั้งการเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้คำอธิบายและเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน

โดยเฉพาะทนายความผู้เป็นอาสาสมัครให้ความช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมายโดยการเข้าเป็นทนายความว่าต่างแก้ต่างให้กับประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมและยากจนตามพระราชบัญญัติทนายความ

ให้ได้รับเกียรติเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าเป็นผู้ที่มีความประพฤติดีและมุ่งสร้างสรรค์สังคมให้อยู่ภายใต้หลักแห่งนิติธรรมส่งเสริมงานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยเฉพาะพระราชปณิธานแห่งพระองค์ท่านที่จะทรงปกครองแผ่นดินด้วยความเป็นธรรม

ซึ่งทนายความอาสาของสภาทนายความดังที่กล่าวข้างต้นเป็นผู้ที่ได้เสียสละอย่างมาก

ทั้งความรู้ ประสบการณ์ เวลาอันเป็นส่วนตัวของตนเองและครอบครัว

ช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความโดยการให้คำปรึกษา

ว่าความในคดีและเป็นผู้ฝึกสอนให้คำบรรยายแก่ประชาชนทำให้ประชาชนได้รับความรู้ทางกฎหมายสามารถที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมและชุมชนได้ตลอดไป

รวมทั้งยังเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนด้วย

อันนับได้ว่าเป็นการกระทำความดีที่ควรได้รับการสรรเสริญ

ด้วยเหตุนี้สภาทนายความจึงเห็นสมควรให้มีข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ

ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน

จึงจำเป็นต้องตราข้อบังคับสภาทนายความเพื่อให้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติอันเดียวกัน

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ

ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๕[๓]

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

นฤดล/ผู้ตรวจ

๒๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๖๖ ง/หน้า ๑๒/๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๓

[๒] ข้อ ๗

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ

ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๕

[๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๘๖ ง/หน้า ๗/๑๓ กันยายน ๒๕๔๕

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ทนายความ ผู้กระทำความดีความชอบ อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน พ.ศ. 2543 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2eccae9b353545c3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com