法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบวิธีปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
30
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบวิธีปฏิบัติสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

พ.ศ. 2564

โดยที่ข้อ 2 วรรคหนึ่ง แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ กธ. 12/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขออนุญาตหรือแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ข้อ 2 วรรคหนึ่ง แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทธ. 30/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขออนุญาตหรือแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 20 เมษายนพ.ศ. 2564 และข้อ 2 วรรคหนึ่ง แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 21/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขออนุญาตหรือแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564 ได้มีการกําหนดให้ ในการขออนุญาตหรือแจ้งต่อสํานักงาน ให้ผู้ขออนุญาตหรือแจ้งดําเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการอํานวยความสะดวกและลดภาระ ต้นทุน และเวลา ให้แก่ผู้ส่งข้อมูล นั้น

เพื่อปรับปรุงกระบวนการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ส่งข้อมูลซึ่งเป็นบุคคลภายนอกกับสํานักงาน ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ครอบคลุมการนําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ส่งข้อมูลทุกประเภท และรองรับการลงตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ของนิติบุคคล รวมทั้งสามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยป้องกันมิให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องล่วงรู้ข้อมูลที่รับส่งระหว่างกัน ตลอดจนยกระดับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ส่งข้อมูลต่อสํานักงานในระดับที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ในด้านการยืนยันตัวบุคคลที่มีสิทธิจริงและการตรวจสอบความถูกต้องตรงกันของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานได้รับกับข้อมูลที่มีการนําส่ง ซึ่งการดําเนินการดังกล่าวสํานักงานมีความจําเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดําเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของสํานักงานตามมาตรา 24(4) มาตรา 25 วรรคหนึ่ง (2) และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สํานักงานจึงออกระเบียบวิธีปฏิบัติไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิก

(1) ระเบียบวิธีปฏิบัติสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2557 ลงวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

(2) ระเบียบวิธีปฏิบัติสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560

(3) ระเบียบวิธีปฏิบัติสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2563

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบวิธีปฏิบัตินี้

คําว่า “ข้อความ” “ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” และ “ใบรับรอง” ให้มีความหมายเช่นเดียวกับบทนิยามของคําดังกล่าวที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

คําว่า “คู่กุญแจ” (key pair) “กุญแจส่วนตัว” (private key) และ “กุญแจสาธารณะ” (public key) ให้มีความหมายเช่นเดียวกับบทนิยามของคําดังกล่าวที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับแนวทางการจัดทําแนวนโยบาย (Certificate Policy) และแนวปฏิบัติ (Certification Practice Statement) ของผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Certification Authority) ที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

“ผู้ส่งข้อมูล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือคณะบุคคลที่มีหน้าที่

นําส่งข้อมูลต่อสํานักงานและได้ทําความตกลงในการนําส่งข้อมูลต่อสํานักงานในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

“บัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล” (company account) หมายความว่า บัญชีของผู้ใช้งานสําหรับนิติบุคคลหรือคณะบุคคล ที่ออกโดยสํานักงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการแจ้ง เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกรายชื่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ผู้กําหนดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน และใช้เป็นตราประทับของนิติบุคคล (ถ้ามี) รวมถึงวัตถุประสงค์อื่นตามที่กําหนดไว้ในคู่มือการใช้งาน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดการและนําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน

“บัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต.” (SEC account) หมายความว่า บัญชีของผู้ใช้งานสําหรับบุคคลธรรมดา ที่ออกโดยสํานักงาน เพื่อประโยชน์ในการจัดการและนําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน

“เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ” (operating officer) หมายความว่า กรรมการ หุ้นส่วน หรือพนักงาน ที่ได้รับมอบอํานาจให้ปฏิบัติการแทนนิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลในการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน และให้รวมถึงบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้รับดําเนินการให้แก่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลเพื่อการดังกล่าวด้วย

“ผู้กําหนดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ” (designating person) หมายความว่า กรรมการ หุ้นส่วน หรือพนักงานที่มีตําแหน่งตั้งแต่ระดับผู้อํานวยการฝ่ายขึ้นไปหรือเทียบเท่า ซึ่งได้รับมอบหมายจากนิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลให้มีอํานาจในการแต่งตั้ง เปลี่ยนแปลง ยกเลิก และกําหนดสถานะ ตลอดจนขอบเขตอํานาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และให้รวมถึงบุคคลอื่นที่มีตําแหน่งในระดับเดียวกับกรรมการ หุ้นส่วน หรือพนักงานข้างต้นซึ่งเป็นผู้รับดําเนินการให้แก่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลเพื่อการดังกล่าวด้วย

“ผู้สนับสนุนการนําส่งข้อมูล” หมายความว่า กรรมการ หุ้นส่วน หรือพนักงาน ที่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลมอบอํานาจให้จัดทําข้อมูลของนิติบุคคลหรือคณะบุคคล เพื่อเตรียมการก่อนนําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่สํานักงาน เช่น จัดทํา เรียกดู หรือตรวจสอบ ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น แต่ไม่รวมถึงอํานาจในการนําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน และให้รวมถึงบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้รับดําเนินการให้แก่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลเพื่อการดังกล่าวด้วย

“ผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน” (account administrator) หมายความว่า กรรมการ หุ้นส่วน หรือพนักงาน ที่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลมอบอํานาจให้บริหารจัดการสิทธิในการจัดทําหรือเข้าถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนการนําส่งข้อมูล แต่ไม่รวมถึงอํานาจในการนําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน และให้รวมถึงบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้รับดําเนินการให้แก่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลเพื่อการดังกล่าวด้วย

“ลายมือชื่อดิจิทัล” หมายความว่า ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นโดยการนําข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาแปลงเป็นตัวเลขและใช้กับระบบคู่กุญแจ โดยนําไปคํานวณร่วมกับกุญแจส่วนตัวของผู้ลงลายมือชื่อในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ในลักษณะที่สามารถใช้กุญแจสาธารณะของผู้ลงลายมือชื่อตรวจสอบได้ว่าลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นได้สร้างขึ้นโดยกุญแจส่วนตัวของผู้ลงลายมือชื่อนั้นหรือไม่ และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการลงลายมือชื่อดังกล่าวได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงภายหลังการลงลายมือชื่อหรือไม่

“ผู้ให้บริการออกใบรับรอง” (certification authority) หมายความว่า นิติบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งทําหน้าที่ออกใบรับรอง เพื่อยืนยันว่าข้อมูลสําหรับใช้สร้างลายมือชื่อดิจิทัลที่กํากับมากับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งส่งมายังสํานักงานเป็นของผู้มีหน้าที่ลงนามหรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจริง

“คู่มือการใช้งาน” หมายความว่า คู่มือการใช้งานสําหรับการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือคู่มืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ 10 วรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ให้ใช้บังคับกับเฉพาะกรณีการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ส่งข้อมูลกับสํานักงาน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สํานักงานได้ประกาศไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) การพิสูจน์และยืนยันตัวตนของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน ให้เป็นไปตามหมวด 1

(2) การรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน ให้เป็นไปตามหมวด 2

(3) ข้อกําหนดเพิ่มเติมกรณีผู้ส่งข้อมูลเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคล ให้เป็นไปตามหมวด 3

การพิสูจน์และยืนยันตัวตนของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่ง

ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการนําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่สํานักงาน ให้บุคคลดังต่อไปนี้ ดําเนินการตามที่กําหนดไว้ในข้อ 7

(1) บุคคลธรรมดาผู้ส่งข้อมูล

(2) กรรมการของนิติบุคคล หรือบุคคลอื่นที่มีอํานาจหน้าที่ในลักษณะทํานองเดียวกับกรรมการของนิติบุคคล ทุกราย ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลเป็นนิติบุคคลและมีกฎหมายหรือกฎลําดับรองกําหนดให้ในการนําส่งข้อมูลต่อสํานักงาน ต้องมีการลงนามเพื่อรับรองความถูกต้องของข้อมูลโดยกรรมการหรือบุคคลอื่นตามข้างต้น ทุกราย

(3) ผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลเป็นนิติบุคคลและไม่ได้มอบอํานาจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการส่งข้อมูลแทนตน เว้นแต่เป็นกรณีตาม (2)

(4) บุคคลในคณะบุคคลทุกราย ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลเป็นคณะบุคคล และเป็นไปตามเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดดังนี้

(ก) คณะบุคคลนั้นไม่ได้มอบอํานาจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการส่งข้อมูลแทนตน

(ข) มีกฎหมายหรือกฎลําดับรองกําหนดให้ในการนําส่งข้อมูลต่อสํานักงาน ต้องมีการลงนามโดยบุคคลในคณะบุคคลทุกราย

(5) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคล และมอบอํานาจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการส่งข้อมูลแทนตน

(6) ผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน (ถ้ามี)

(7) ผู้สนับสนุนการนําส่งข้อมูล (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้บุคคลตามข้อ 6 ดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) กรณีเป็นบุคคลสัญชาติไทย ให้บุคคลดังกล่าวยื่นคําขอสมัครใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านระบบของผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เพื่อขอรับบัญชีผู้ใช้งานตามที่กําหนดไว้ในคู่มือการใช้งาน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดการหรือนําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน

(2) กรณีเป็นบุคคลที่มิได้มีสัญชาติไทยและเป็นบุคคลตามข้อ 6(1) (2) (3) (4) หรือ (7) บุคคลดังกล่าวต้องยื่นคําขอลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. ต่อสํานักงาน เพื่อประโยชน์ในการยืนยันตัวตน รวมทั้งการจัดการและนําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงานด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การยื่นคําขอลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. ต่อสํานักงานตามข้อ 7(2) ให้เป็นไปตามขั้นตอนและวิธีการที่ระบุในคู่มือสําหรับประชาชน โดยสํานักงานจะพิจารณาคําขอให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทําการนับแต่วันที่สํานักงานได้รับคําขอ พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบคําขอที่ถูกต้องครบถ้วนตามคู่มือสําหรับประชาชน

ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ประสงค์จะขอยกเลิกบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. ให้แจ้งการยกเลิกพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งต่อสํานักงาน ตามขั้นตอนและวิธีการที่ระบุในคู่มือสําหรับประชาชน

ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับกรณีที่ผู้ลงทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. ที่ได้เคยแจ้งไว้ต่อสํานักงาน โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของบุคคลตามข้อ 6 ให้บุคคลดังกล่าวกรอกข้อมูลในแบบคําขอสมัครใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านระบบของผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนตามข้อ 7(1) และแบบคําขอลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. ตามข้อ 7(2) แล้วแต่กรณี ให้ครบถ้วน

การรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สํานักงานจะจัดให้มีคู่มือการใช้งานสําหรับการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือคู่มืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงาน

ให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่ประสงค์จะเป็นผู้ส่งข้อมูล แสดงความตกลงในการนําส่งข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ระบุในคู่มือการใช้งานตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงานทุกครั้งต้องกระทําโดยมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ส่งข้อมูลหรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามประเภทและวิธีการที่ระบุในคู่มือการใช้งาน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลจะส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กํากับด้วยลายมือชื่อดิจิทัลต่อสํานักงาน ก่อนเริ่มการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กํากับด้วยลายมือชื่อดิจิทัลต่อสํานักงาน ให้ผู้ส่งข้อมูลจัดให้มีใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรองที่น่าเชื่อถือ

ใบรับรองตามวรรคหนึ่งต้องมีรูปแบบมาตรฐานตามที่กําหนดไว้ในคู่มือการใช้งาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ให้บริการออกใบรับรองที่น่าเชื่อถือตามข้อ 12 ต้องมีคุณสมบัติหรือรายชื่อตามที่กําหนดไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กํากับด้วยลายมือชื่อดิจิทัล ผู้ส่งข้อมูลต้องปฏิบัติตามหน้าที่และข้อผูกพันที่ผู้ให้บริการออกใบรับรองกําหนดในแนวนโยบาย (Certificate Policy: CP) และแนวปฏิบัติ (Certificate Practice Statement: CPS) ของผู้ให้บริการออกใบรับรองอย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ถือว่าสํานักงานได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ต่อเมื่อสํานักงานได้แจ้งเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยข้อความว่า “สํานักงานได้รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นไปตามข้อกําหนดทางเทคนิคแล้ว อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวยังไม่ถือเป็นการรับรองหรือแสดงว่าสํานักงานได้ตรวจสอบแล้วถึงความครบถ้วนถูกต้องของสาระของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่นําส่ง” หรือข้อความอื่นในทํานองเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สํานักงานมีสิทธิปฏิเสธไม่รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ส่งต่อสํานักงานในกรณีดังต่อไปนี้

(1) เมื่อข้อมูลทางเทคนิคบ่งชี้ว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่นําส่งถูกแก้ไข เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงภายหลังการส่ง หรือมีความผิดปกติของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่กํากับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่นําส่ง

(2) เมื่อพบว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับไม่เป็นไปตามข้อกําหนดทางเทคนิคที่ระบุไว้ในคู่มือการใช้งานที่ใช้บังคับอยู่ในเวลาที่ได้นําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น

ในกรณีที่สํานักงานปฏิเสธไม่รับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ สํานักงานจะแจ้งเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ส่งข้อมูล หรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของนิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูล แล้วแต่กรณี ทราบโดยทันที

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในการพิจารณาเวลาและสถานที่ในการส่งหรือรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ให้ถือว่าเวลาตามที่ปรากฏที่ระบบคอมพิวเตอร์ของสํานักงาน ณ ขณะที่ผู้ส่งข้อมูลหรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของนิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูล แล้วแต่กรณี กดส่งข้อมูล เป็นเวลาส่ง และเวลาตามที่ปรากฏที่ระบบรับรองเวลาอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าเชื่อถือ ณ ขณะที่สํานักงานได้รับข้อมูลเป็นเวลารับ

(2) ให้ถือว่าที่ทําการของสํานักงานเป็นสถานที่ที่ได้รับข้อมูล

(3) ในการพิจารณาสถานที่ที่ส่งข้อมูล ให้พิจารณาดังนี้

(ก) กรณีที่ผู้ส่งข้อมูลเป็นนิติบุคคล ให้ถือว่าที่ทําการสํานักงานใหญ่ของผู้ส่งข้อมูลเป็นสถานที่ที่ส่งข้อมูล

(ข) กรณีที่ผู้ส่งข้อมูลเป็นสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ให้ถือว่าสถานที่ทําการหลักของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศในประเทศไทยเป็นสถานที่ที่ส่งข้อมูล

(ค) กรณีอื่นนอกเหนือจาก (ก) และ (ข) ให้นําความในมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อกําหนดเพิ่มเติมกรณีผู้ส่งข้อมูลเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคล

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลเป็นนิติบุคคลและการทําธุรกรรมของนิติบุคคลดังกล่าวต้องประทับตราของนิติบุคคล ให้นิติบุคคลนั้นยื่นคําขอลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล ต่อสํานักงานเพื่อใช้เป็นตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ของนิติบุคคล ทั้งนี้ ตามขั้นตอนและวิธีการที่ระบุในคู่มือสําหรับประชาชน โดยสํานักงานจะพิจารณาคําขอให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทําการนับแต่วันที่สํานักงานได้รับคําขอ พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบคําขอที่ถูกต้องครบถ้วนตามคู่มือสําหรับประชาชน

ในกรณีที่นิติบุคคลผู้ส่งข้อมูลประสงค์จะยกเลิกบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล ให้นิติบุคคลผู้ส่งข้อมูลแจ้งการยกเลิกพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งต่อสํานักงาน ตามขั้นตอนและวิธีการที่ระบุในคู่มือสําหรับประชาชน

ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับกรณีที่นิติบุคคลผู้ส่งข้อมูลประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล ที่ได้เคยแจ้งไว้ต่อสํานักงาน

โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของนิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูล นิติบุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวอาจกําหนดให้มีผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน หรือผู้สนับสนุนการนําส่งข้อมูล ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูล ประสงค์จะกําหนดให้มีผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน ให้นิติบุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวยื่นคําขอลงทะเบียนผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งานต่อสํานักงาน ทั้งนี้ ตามขั้นตอนและวิธีการที่ระบุในคู่มือสําหรับประชาชน โดยสํานักงานจะพิจารณาคําขอให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทําการนับแต่วันที่สํานักงานได้รับคําขอ พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบคําขอที่ถูกต้องครบถ้วนตามคู่มือสําหรับประชาชน

ในกรณีที่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลประสงค์จะยกเลิกผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน ให้นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลแจ้งการยกเลิก พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งต่อสํานักงาน ตามขั้นตอนและวิธีการที่ระบุในคู่มือสําหรับประชาชน

ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับกรณีที่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน ที่ได้เคยแจ้งไว้ต่อสํานักงาน โดยอนุโลม

การยื่นคําขอตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม รวมทั้งการแจ้งตามวรรคสอง ให้ดําเนินการโดยผ่านบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคลด้วย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูล ประสงค์จะกําหนดให้มีผู้สนับสนุนการนําส่งข้อมูล หรือดําเนินการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว ให้ผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนกับสํานักงานแล้ว ดําเนินการตามขั้นตอนและวิธีการที่กําหนดไว้ในคู่มือการใช้งาน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูล มอบอํานาจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการนําส่งข้อมูล ให้นิติบุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวดําเนินการดังต่อไปนี้ด้วย

(1) ลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล ต่อสํานักงาน โดยให้นําความ

ในข้อ 18 มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

(2) แจ้งรายชื่อของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ รวมทั้งขอบเขตอํานาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการรายดังกล่าวต่อสํานักงาน

ในกรณีที่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลประสงค์จะจัดให้มีบุคคลซึ่งทําหน้าที่เป็นผู้กําหนดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ให้นิติบุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวแจ้งรายชื่อของผู้กําหนดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ รวมทั้งขอบเขตอํานาจหน้าที่ของผู้กําหนดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการรายดังกล่าวต่อสํานักงาน

การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงขอบเขตอํานาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการหรือผู้กําหนดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ให้นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลแจ้งข้อมูลดังกล่าวต่อสํานักงานด้วย

การแจ้งข้อมูลตาม (2) วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ให้ดําเนินการโดยผ่านบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคลตาม (1) ด้วย ทั้งนี้ ตามขั้นตอนและวิธีการที่ระบุในคู่มือสําหรับประชาชน

(3) ในการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงาน นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลต้องมีมาตรการในการควบคุมดูแลให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการดําเนินการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงานให้เป็นไปตามคู่มือการใช้งานอย่างเคร่งครัด

(4) ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจะส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กํากับด้วยลายมือชื่อดิจิทัลต่อสํานักงาน ก่อนเริ่มการส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของผู้ส่งข้อมูลจัดให้มีใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรองที่น่าเชื่อถือโดยให้นําความในข้อ 12 วรรคสอง และข้อ 13 มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

(5) เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กํากับด้วยลายมือชื่อดิจิทัลตาม (4) ผู้ส่งข้อมูลต้องมีมาตรการในการควบคุมดูแลให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการปฏิบัติตามหน้าที่และข้อผูกพันที่ผู้ให้บริการออกใบรับรองกําหนดในแนวนโยบาย (Certificate Policy: CP) และแนวปฏิบัติ (Certificate Practice Statement: CPS) ของผู้ให้บริการออกใบรับรองอย่างเคร่งครัด

มิให้นําความในข้อ 12 วรรคหนึ่ง และข้อ 14 มาใช้บังคับกับกรณีที่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลมอบอํานาจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการนําส่งข้อมูล

การใช้บังคับและบทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลประสงค์จะยื่นคําขอลงทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน หรือแจ้งการยกเลิกผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน ตามข้อ 20 หรือแจ้งข้อมูลตามข้อ 22 วรรคหนึ่ง (2) วรรคสี่ แล้วแต่กรณี ซึ่งต้องดําเนินการโดยผ่านบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล ให้นิติบุคคลหรือคณะบุคคลผู้ส่งข้อมูลดังกล่าวได้รับผ่อนผันไม่ต้องดําเนินการโดยผ่านบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคลได้ ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่ระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ใช้บังคับ

ในกรณีที่มีการยื่นคําขอลงทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งานก่อนครบกําหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง โดยการยื่นคําขอนั้นไม่ได้ดําเนินการโดยผ่านบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคล และสํานักงานอยู่ในระหว่างการพิจารณาคําขอดังกล่าว สํานักงานจะพิจารณาคําขอนั้นต่อไปโดยถือเสมือนว่าได้ดําเนินการโดยผ่านบัญชีผู้ใช้งานนิติบุคคลหรือคณะบุคคลแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลได้แต่งตั้งผู้กําหนดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ผู้บริหารบัญชีผู้ใช้งาน ผู้สนับสนุนการนําส่งข้อมูล อยู่แล้วโดยชอบในวันก่อนวันที่ระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ใช้บังคับ ให้การแต่งตั้งนั้นยังคงมีผลต่อไปจนกว่าผู้มีอํานาจหน้าที่จะแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือยกเลิกการลงทะเบียนของบุคคลดังกล่าวต่อสํานักงานตามข้อ 20 ข้อ 21 ข้อ 22 วรรคหนึ่ง (2) วรรคสี่ หรือข้อ 23 แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในการดําเนินการให้มีบัญชีผู้ใช้งานตามที่กําหนดไว้ในคู่มือการใช้งานตามข้อ 7(1) หรือบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. ตามข้อ 7(2) รวมทั้งการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงานโดยใช้บัญชีดังกล่าว ให้เริ่มดําเนินการตั้งแต่วันที่สํานักงานกําหนดเป็นต้นไป โดยสํานักงานจะแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ พร้อมทั้งเงื่อนไขการดําเนินการ (ถ้ามี) เป็นการทั่วไปบนเว็บไซต์ของสํานักงานด้วย

สํานักงานอาจกําหนดวันเริ่มดําเนินการตามวรรคหนึ่งโดยพิจารณาตามความพร้อมของแต่ละระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

ในระหว่างที่สํานักงานยังมิได้มีการกําหนดวันเริ่มดําเนินการตามวรรคหนึ่งสําหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ใด ให้ผู้ส่งข้อมูลนําส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อสํานักงานตามระเบียบวิธีปฏิบัติสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ใช้บังคับ ไปพลางก่อน ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลเป็นนิติบุคคลและการรับส่งข้อมูลนั้นได้ดําเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์อยู่ก่อนแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อสํานักงานมีการกําหนดวันเริ่มดําเนินการตามข้อ 25 วรรคหนึ่ง สําหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ใดแล้ว ผู้ส่งข้อมูลอาจขอผ่อนผันการดําเนินการตามข้อ 25 วรรคหนึ่ง ทั้งหมดหรือบางส่วน ต่อสํานักงานได้ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่มีเหตุจําเป็นและสมควร

สํานักงานจะพิจารณาคําขอตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันทําการนับแต่วันที่สํานักงานได้รับคําขอ พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบคําขอที่ถูกต้องครบถ้วนตามคู่มือสําหรับประชาชน

ให้นําความในข้อ 25 วรรคสาม มาใช้บังคับกับผู้ส่งข้อมูลที่ได้รับการผ่อนผันจากสํานักงานตามวรรคสอง โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ผู้ส่งข้อมูลมีบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. อยู่แล้วโดยชอบก่อนวันที่ระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ใช้บังคับ ให้บัญชีนั้นยังคงมีผลต่อไปจนกว่าจะถึงวันที่สํานักงานกําหนดตามข้อ 25 หรือวันสิ้นสุดระยะเวลาการผ่อนผันตามข้อ 26 แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่บุคคลใดยื่นคําขอลงทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานระบบของ ก.ล.ต. ต่อสํานักงาน ตามระเบียบวิธีปฏิบัติสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือแนวทางอื่นใดของสํานักงาน ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ใช้บังคับ โดยการยื่นคําขอดังกล่าวได้ดําเนินการก่อนวันที่สํานักงานกําหนดตามข้อ 25 หรือก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการผ่อนผันตามข้อ 26 แล้วแต่กรณี และคําขอนั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสํานักงาน ให้การพิจารณาคําขอนั้นอยู่ภายใต้ข้อกําหนดตามระเบียบวิธีปฏิบัติหรือแนวทางดังกล่าว ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้ยื่นคําขอจะได้แจ้งต่อสํานักงานว่าประสงค์จะขอให้สํานักงานพิจารณาคําขอภายใต้ระเบียบวิธีปฏิบัตินี้

ในกรณีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบตามคําขอลงทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการให้ความเห็นชอบตามระเบียบวิธีปฏิบัตินี้แล้ว

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้บรรดาคําสั่ง และหนังสือเวียน ที่ออก หรือวางแนวปฏิบัติตามระเบียบวิธีปฏิบัติสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2557 ลงวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ จนกว่าจะได้มีคําสั่ง หรือหนังสือเวียนที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามระเบียบวิธีปฏิบัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณีที่มีระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง ข้อกําหนด หรือหนังสือเวียนฉบับอื่นใดอ้างอิงระเบียบวิธีปฏิบัติสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2557 ลงวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557 ให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงระเบียบวิธีปฏิบัติฉบับนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม ๑ ประกาศ ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564

(นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

30 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบวิธีปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการรับส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_301966936953e674

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com