ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
การกำหนดหลักประกันเป็นทรัพย์สินที่บริษัทเงินทุนต้องเรียก
(ฉบับที่
๒) พ.ศ. ๒๕๒๓
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๓๐ (๕) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบ
ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
พ.ศ. ๒๕๒๒ ธนาคารแห่ง
ประเทศไทยออกประกาศเป็นข้อกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การคลัง ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความในข้อ
๑ แห่งประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ ๓
ธันวาคม ๒๕๒๒ เรื่อง
การกำหนดหลักประกันเป็นทรัพย์สินที่บริษัทเงินทุนต้องเรียก และ
ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๑
การที่บริษัทเงินทุนให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ถือหุ้นของบริษัทเงินทุนนั้น
ซึ่งถือหุ้นเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทเงินทุนนั้น
(๒) บริษัทจำกัดที่บริษัทเงินทุน กรรมการ
ผู้จัดการ หรือพนักงานหรือบุคคล
ผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทเงินทุนนั้น
ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดดังกล่าว
(๓) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ผู้จัดการ
หรือพนักงานหรือบุคคลผู้มีอำนาจในการ
จัดการของบริษัทเงินทุนนั้น เป็นหุ้นส่วน
(๔) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ผู้จัดการ
หรือพนักงานหรือบุคคลผู้มีอำนาจในการ
จัดการของบริษัทเงินทุนนั้น
เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
ที่กรรมการผู้จัดการ
หรือพนักงานหรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทเงินทุนนั้น
เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่มีหุ้นรวมกันเกินร้อยละสิบของทุนทั้งหมดของห้าง
หุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว
(๕) บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนที่กรรมการ
ผู้จัดการ หรือพนักงานหรือ
บุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทเงินทุนนั้น
เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือพนักงาน
หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการ
บริษัทเงินทุนนั้นต้องให้ผู้กู้นำทรัพย์สินมาจำนำหรือจำนองเป็นประกันเต็ม
จำนวนหนี้ เว้นแต่จะมีธนาคารค้ำประกันเต็มจำนวนหนี้
หรือได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่ง
ประเทศไทย"
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๓
นุกูล ประจวบเหมาะ
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
[รก.๒๕๒๓/๘๘/๙พ/๗ มิถุนายน ๒๕๒๓]
เพ็ญพร/พิมพ์/แก้ไข
๑๔/๑๐/๔๕
A+B(c)