法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดสรรเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ เงินสำรองสำหรับค่าสินไหมทดแทน และเงินสำรองอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัย

ที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ เงินสํารองสําหรับค่าสินไหมทดแทน และเงินสํารองอื่น

ของบริษัทประกันวินาศภัย

พ.ศ. 2554

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 23 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ครั้งที่ 8/2554 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554 คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ เงินสํารองสําหรับค่าสินไหมทดแทน และเงินสํารองอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2554”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ และเงินสํารองสําหรับค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“บริษัท” หมายความว่า บริษัทประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และหมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย

“นายทะเบียน” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การคํานวณมูลค่าสํารองประกันภัยตามข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 9 ข้อ 10 และข้อ 14 ให้คํานวณตามวิธีการที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ เป็นจํานวนไม่น้อยกว่ามูลค่าสํารองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้สุทธิหลังการเอาประกันภัยต่อ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับค่าสินไหมทดแทน เป็นจํานวนไม่น้อยกว่ามูลค่าสํารองค่าสินไหมทดแทนสุทธิหลังการเอาประกันภัยต่อ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองเพื่อการอื่นตามที่กําหนดไว้ในข้อ 9 ข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 และข้อ 14

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับความเสี่ยงภัยที่ยังไม่สิ้นสุดเป็นจํานวนไม่น้อยกว่าผลต่างของมูลค่าสํารองสําหรับความเสี่ยงภัยที่ยังไม่สิ้นสุดสุทธิหลังการเอาประกันภัยต่อกับมูลค่าสํารองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้สุทธิหลังการเอาประกันภัยต่อ ในกรณีมูลค่าสํารองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้สุทธิหลังการเอาประกันภัยต่อน้อยกว่ามูลค่าสํารองสําหรับความเสี่ยงภัยที่ยังไม่สิ้นสุดสุทธิหลังการเอาประกันภัยต่อ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรง การประกันภัยอุบัติเหตุ หรือการประกันสุขภาพเป็นจํานวนไม่น้อยกว่ามูลค่าสํารองประกันภัยสุทธิหลังการเอาประกันภัยต่อที่คํานวณโดยวิธีแบบเบี้ยประกันภัยรวม ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) มีระยะเวลาของสัญญาเกินกว่าหนึ่งปีหรือมีการรับรองการต่ออายุอัตโนมัติ และ

(2) บริษัทไม่สามารถบอกเลิกสัญญา ไม่สามารถปรับเบี้ยประกันภัย ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลประโยชน์ใด ๆ ในกรมธรรม์ประกันภัยตลอดอายุสัญญาได้ และ

(3) มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับของกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวมากกว่าร้อยละห้าของเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งหมดของบริษัท

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยต่อจากเบี้ยประกันภัยต่อ ในกรณีที่บริษัทเอาประกันภัยต่อโดยวิธีการทําสัญญาล่วงหน้าประเภทกําหนดสัดส่วนแน่นอน (proportional treaty reinsurance) เป็นจํานวนไม่น้อยกว่าจํานวนที่ได้กําหนดไว้ในสัญญาประกันภัยต่อของบริษัท และให้ปรับปรุง ณ สิ้นปีปฏิทินหรือสิ้นปีสัญญาประกันภัยต่อ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(1) การประกันภัยขนส่งเฉพาะเที่ยว การประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทางที่มีระยะเวลาความคุ้มครองสูงสุดไม่เกินหกเดือน ให้คํานวณจากร้อยละร้อยของเบี้ยประกันภัยต่อ นับแต่วันเริ่มคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่บริษัทยังคงให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยหักด้วยค่าบําเหน็จการประกันภัยต่อตามอัตราที่บริษัทได้รับแต่ต้องไม่เกินอัตราค่าบําเหน็จสําหรับตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัยที่ใช้ในการหักจากเบี้ยประกันภัยรับตรง

(2) การประกันภัยอิสรภาพ ให้คํานวณจากร้อยละเจ็ดสิบของเบี้ยประกันภัยต่อนับแต่วันเริ่มคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่บริษัทยังคงให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัย หักด้วยค่าบําเหน็จการประกันภัยต่อตามอัตราที่บริษัทได้รับแต่ต้องไม่เกินอัตราค่าบําเหน็จสําหรับตัวแทนประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันวินาศภัยที่ใช้ในการหักจากเบี้ยประกันภัยรับตรง

(3) การประกันภัยประเภทอื่น นอกจาก (1) และ (2) ให้คํานวณจากเบี้ยประกันภัยต่อตามระยะเวลาคุ้มครองด้วยวิธีเฉลี่ยรายเดือน (วิธี 1/24th system) หรือวิธีเฉลี่ยรายวัน (วิธี 1/365th system)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยต่อจากเบี้ยประกันภัยต่อ ในกรณีที่บริษัทเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศ สําหรับการเอาประกันภัยต่อเฉพาะราย (facultative reinsurance) ประเภทกลุ่มธุรกิจการบินพาณิชย์ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี กลุ่มธุรกิจพลังงาน โครงการขนาดใหญ่ที่ได้สัมปทานจากรัฐ กลุ่มธุรกิจการเกษตร ภัยก่อการร้าย ที่มีจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อตั้งแต่สี่ร้อยล้านบาทขึ้นไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(1) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อน้อยกว่าสี่ร้อยล้านบาท ให้จัดสรรตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี

(2) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อตั้งแต่สี่ร้อยล้านบาทขึ้นไป ให้จัดสรรตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(ก) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศ ที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ AAA หรือเทียบเท่า ให้จัดสรรไว้ร้อยละหกของจํานวนที่คํานวณได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี

(ข) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศ ที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ AA+ AA AA- หรือเทียบเท่า ให้จัดสรรไว้ร้อยละเจ็ดของจํานวนที่คํานวณได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี

(ค) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ A+ A A- หรือเทียบเท่า ให้จัดสรรไว้ร้อยละแปดของจํานวนที่คํานวณได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี

(ง) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือต่ํากว่า A- หรือไม่ได้รับการจัดอันดับ ให้จัดสรรไว้เต็มจํานวนที่คํานวณได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีการกําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยต่อวางเงินหลักประกันไว้ในสัญญาประกันภัยต่อ ให้หักจํานวนเงินหลักประกันออกจากจํานวนเงินสํารองที่ต้องจัดสรรตามวรรคหนึ่งได้

การจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามวรรคหนึ่ง ต้องกระทําโดย Standard & Poor’s, Moody’s, AM Best, Fitch หรือสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออื่นที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยยอมรับ ในกรณีที่มีอันดับความน่าเชื่อถือมากกว่าหนึ่งอันดับให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่สูงที่สุดลําดับที่สอง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยต่อ ในกรณีที่บริษัทเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศ สําหรับการเอาประกันภัยต่อเฉพาะรายทุกประเภท ที่มีจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อน้อยกว่าสี่ร้อยล้านบาท หรือการเอาประกันภัยต่อเฉพาะรายประเภทอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 12 ที่มีจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อตั้งแต่สี่ร้อยล้านบาทขึ้นไป ให้จัดสรรไว้ไม่น้อยกว่าจํานวนที่คํานวณได้จากเบี้ยประกันภัยต่อตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีการกําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยต่อวางเงินหลักประกันไว้ในสัญญาประกันภัยต่อ ให้หักจํานวนเงินหลักประกันออกจากจํานวนเงินสํารองที่ต้องจัดสรรตามวรรคหนึ่งได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ นอกจากเงินสํารองตามข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 9 ข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 และข้อ 13 ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับหนี้สินและภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัยอื่นไว้เต็มจํานวน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ประเภทของทรัพย์สินที่บริษัทใช้จัดสรรเป็นเงินสํารองตามประกาศนี้ ต้องเป็นเงินสด พันธบัตรรัฐบาลไทย เงินฝากกระแสรายวัน รายได้จากการลงทุนค้างรับ รายได้ค้างรับจากการขายหลักทรัพย์ไม่เกินห้าวันนับจากวันที่ขาย หรือสินทรัพย์ลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย ซึ่งบริษัทต้องดํารงไว้ตลอดเวลาและต้องปราศจากภาระผูกพัน เว้นแต่ภาระผูกพัน ดังต่อไปนี้

(1) การซื้อขายหรือมีฐานะอนุพันธ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน

(2) การทําธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

(3) การทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือสัญญาซื้อคืน

กรณีตาม (2) และ (3) ให้นับเฉพาะส่วนที่บันทึกเป็นสินทรัพย์ของบริษัทตามมาตรฐานการบัญชีเท่านั้น การประเมินราคาทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้ถือราคาประเมินทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย และให้ใช้จํานวนที่มีอยู่ ณ วันทําการสุดท้ายของแต่ละเดือน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สินทรัพย์ที่ใช้ในการจัดสรรเป็นเงินสํารองของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จํากัด บริษัทอาจนําเงินสมทบค้างรับและลูกหนี้เงินทดรองจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มาใช้ในการจัดสรรก็ได้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดสรรเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ เงินสำรองสำหรับค่าสินไหมทดแทน และเงินสำรองอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_317daa10e8d63f3a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com