ข้อ ๑๒ ให้บริษัทจัดสรรเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยต่อจากเบี้ยประกันภัยต่อ ในกรณีที่บริษัทเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศ สําหรับการเอาประกันภัยต่อเฉพาะราย (facultative reinsurance) ประเภทกลุ่มธุรกิจการบินพาณิชย์ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี กลุ่มธุรกิจพลังงาน โครงการขนาดใหญ่ที่ได้สัมปทานจากรัฐ กลุ่มธุรกิจการเกษตร ภัยก่อการร้าย ที่มีจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อตั้งแต่สี่ร้อยล้านบาทขึ้นไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(1) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อน้อยกว่าสี่ร้อยล้านบาท ให้จัดสรรตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี
(2) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อตั้งแต่สี่ร้อยล้านบาทขึ้นไป ให้จัดสรรตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(ก) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศ ที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ AAA หรือเทียบเท่า ให้จัดสรรไว้ร้อยละหกของจํานวนที่คํานวณได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี
(ข) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศ ที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ AA+ AA AA- หรือเทียบเท่า ให้จัดสรรไว้ร้อยละเจ็ดของจํานวนที่คํานวณได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี
(ค) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ A+ A A- หรือเทียบเท่า ให้จัดสรรไว้ร้อยละแปดของจํานวนที่คํานวณได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี
(ง) เบี้ยประกันภัยต่อในส่วนของจํานวนเงินเอาประกันภัยต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในต่างประเทศที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือต่ํากว่า A- หรือไม่ได้รับการจัดอันดับ ให้จัดสรรไว้เต็มจํานวนที่คํานวณได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ 11 (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่มีการกําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยต่อวางเงินหลักประกันไว้ในสัญญาประกันภัยต่อ ให้หักจํานวนเงินหลักประกันออกจากจํานวนเงินสํารองที่ต้องจัดสรรตามวรรคหนึ่งได้
การจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามวรรคหนึ่ง ต้องกระทําโดย Standard & Poor’s, Moody’s, AM Best, Fitch หรือสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออื่นที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยยอมรับ ในกรณีที่มีอันดับความน่าเชื่อถือมากกว่าหนึ่งอันดับให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่สูงที่สุดลําดับที่สอง