ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติในเรื่องบัตรเงินฝาก
๑.
เหตุผลในการออกประกาศ
เดิมที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดให้ธนาคารพาณิชย์ออกบัตรเงินฝากได้มาตั้งแต่ปี
๒๕๓๕ โดยมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ เช่น จำนวนเงินที่ออกต้องไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐
บาท ระยะเวลาการฝากไม่ต่ำกว่า ๓ เดือน และไม่เกิน ๓ ปี และธนาคารพาณิชย์ผู้ออกไม่สามารถซื้อคืนก่อนครบกำหนดได้
ปัจจุบันสภาวการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ออกตั๋วแลกเงินเพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชนได้โดยไม่มีข้อจำกัดดังกล่าว
จึงเห็นสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ในเรื่องบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ให้สอดคล้องกับสภาวะการบริการทางการเงินในปัจจุบัน
เพิ่มทางเลือกในการออมเงินให้กับลูกค้าประชาชน และให้ธนาคารพาณิชย์สามารถปรับปรุงบริการได้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ฝากเงินยิ่งขึ้น
โดยยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการให้บริการแก่ลูกค้าประชาชน
๒.
อำนาจตามกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์
พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๒๒ มาตรา ๙ ตรี และมาตรา ๑๓ จัตวา แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในเรื่องบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้
๓.
ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร
๔.
เนื้อหา
๔.๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติในเรื่องบัตรเงินฝาก
ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๓๕ และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติในเรื่องบัตรเงินฝาก
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๑
๔.๒ อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ออกบัตรเงินฝาก เพื่อเป็นหลักฐานการรับฝากเงิน
และเพื่อแสดงสิทธิของผู้ทรงตราสารที่จะได้รับเงินฝากคืนเมื่อครบกำหนดระยะเวลาอันกำหนดไว้ได้
ทั้งนี้ยังอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์อื่น
หรือบริษัทเงินทุนใดๆ หรือบัตรเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์นั้นเป็นผู้ออกเองด้วยก็ได้
ในกรณีที่มีการออกบัตรเงินฝากที่มีการจ่ายผลตอบแทนที่อ้างอิงกับตัวแปรหรือมีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง
กรณีดังกล่าวจะไม่อยู่ภายใต้บังคับของประกาศฉบับนี้ แต่ตกอยู่ภายใต้บังคับของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง
ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๔๗ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง
จึงให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวด้วย
๔.๓ ธนาคารพาณิชย์สามารถออกบัตรเงินฝากเป็นสกุลเงินบาทหรือสกุลเงินตราต่างประเทศได้ในกรณีที่ออกเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ
ธนาคารพาณิชย์จะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (Foreign
Currency Deposits) กฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
และมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยโดยเคร่งครัด
๔.๔ ธนาคารพาณิชย์ต้องมีมาตรการป้องกันการปลอมแปลงและการแก้ไขข้อความบนบัตรเงินฝาก
ทั้งนี้ บัตรเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ออกต้องเป็นไปตามแบบมาตรฐานขั้นต่ำ คือ ใช้กระดาษสำหรับพิมพ์สิ่งพิมพ์มีค่า
(Security Paper) เช่น กระดาษตามมาตรฐาน London Clearing
Banks Paper Specification No.1 พร้อมทั้ง มีลายน้ำ (Watermark) ฝังอยู่ในเนื้อกระดาษ
๔.๕ ระบบควบคุมภายใน
ธนาคารพาณิชย์ต้องมีระบบการควบคุมภายในสำหรับกระบวนการต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมบัตรเงินฝากที่เหมาะสมได้มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
โดยต้องจัดทำระเบียบการควบคุมภายในดังกล่าวให้ครบถ้วนถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบได้
หรือต้องจัดส่งสำเนาระเบียบการควบคุมภายในให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
โดยระเบียบดังกล่าวอย่างน้อยต้องครอบคลุมวิธีการควบคุมภายในดังต่อไปนี้
(๑) การแบ่งส่วนงานและอำนาจหน้าที่พนักงานแต่ละระดับที่เกี่ยวข้องกับบัตรเงินฝาก
(๒) วิธีการในการจัดพิมพ์บัตรเงินฝากและการตรวจรับ
(๓) การเก็บรักษาบัตรเงินฝากที่ยังมิได้เบิกใช้ รวมทั้งที่ชำรุดและที่ขีดฆ่าหรือยกเลิกการใช้
(๔) การเบิกใช้บัตรเงินฝาก
(๕) การออกบัตรเงินฝาก
(๖) การเก็บรักษาสำเนาบัตรเงินฝากแต่ละสำเนา
(๗) การไถ่ถอนบัตรเงินฝาก
(๘) การซื้อขายบัตรเงินฝากของธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น
และการเก็บรักษาบัตรเงินฝากที่รับซื้อ
(๙) การตรวจสอบภายในเกี่ยวกับบัตรเงินฝาก
๔.๖ การออกบัตรเงินฝาก
ธนาคารพาณิชย์ต้องดำเนินการดังนี้
(๑) จดแจ้งชื่อและที่อยู่ที่แท้จริงของผู้ฝากเงินและผู้ไถ่ถอนบัตรเงินฝากไว้ในทะเบียนบัตรเงินฝาก
โดยให้ปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องการรับฝากเงิน
ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๔ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๒) จัดทำทะเบียนบัตรเงินฝากที่ออก และ/หรือที่ซื้อขายให้เป็นปัจจุบัน
ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผู้ออกบัตรเงินฝาก วันที่ออกบัตรเงินฝาก
วันที่ครบกำหนด สกุลเงินจำนวนเงินที่ตราไว้ อัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลด เงื่อนไขในการจ่ายดอกเบี้ย
ชื่อและที่อยู่ของผู้ฝากเงินผู้ไถ่ถอน และ/หรือของผู้ซื้อผู้ขายบัตรเงินฝาก
๔.๗ ธนาคารพาณิชย์ต้องยืนยันความถูกต้องและแท้จริงของบัตรเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออกเมื่อได้รับการร้องขอ
๔.๘ การเปิดเผยข้อมูลแก่ลูกค้า
ธนาคารพาณิชย์ต้องให้ข้อมูลแก่ลูกค้าดังนี้
(๑) ในส่วนของการประกาศและการจ่ายดอกเบี้ยของบัตรเงินฝาก
ให้ปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ย
ส่วนลดและค่าบริการ ลงวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๒) ชี้แจงข้อมูลอื่นที่สำคัญให้ลูกค้าได้ทราบและเข้าใจชัดเจนก่อนรับฝากเงิน
เช่นเงื่อนไขการจ่ายชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยคิดลด ค่าใช้จ่ายอื่นของบัตรเงินฝาก
เป็นต้นรวมถึง เงื่อนไขการจ่ายดอกเบี้ย และ/หรือการไถ่ถอนบัตรเงินฝากก่อนครบกำหนด
๔.๙ ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกบัตรเงินฝากจัดให้มีธนาคารพาณิชย์อื่น
บริษัทเงินทุนหรือบริษัทหลักทรัพย์รับซื้อขายบัตรเงินฝากที่ตนเป็นผู้ออก ให้ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกแจ้งชื่อสถาบันดังกล่าวให้ลูกค้าทราบ
รวมทั้งต้องกำหนดเงื่อนไขให้สถาบันดังกล่าวประกาศราคารับซื้อขายและรับซื้อขายตามราคาที่ประกาศนั้นเป็นทางค้าปกติ
๔.๑๐ การบันทึกบัญชีและการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการบันทึกบัญชีบัตรเงินฝากที่ออกและที่ซื้อขายให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง
และปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
๕.[๑]
วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙
ธาริษา
วัฒนเกส
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๖
ธันวาคม ๒๕๔๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๑๒๒ ง/หน้า ๔๐/๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙