法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพากร

ระเบียบกรมสรรพากร

ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ.

๒๕๕๓[๑]

เพื่อให้การบริหาร การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร

และการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมสรรพากรจึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพากร

ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๔

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ

และคำสั่งอื่นใดของกรมสรรพากรในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูลหรือสิ่งใด ๆ ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกรมสรรพากร

ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

“หน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากร”

หมายความว่า สำนัก กลุ่ม กอง ศูนย์ สำนักงานสรรพากรภาค สำนักงานสรรพากรพื้นที่

สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมสรรพากร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลางรักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากร

ตามที่อธิบดีมีคำสั่งแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากร

มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดแผนงานและโครงการเกี่ยวกับการจัดทำข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

(๒) กำหนดนโยบาย ประเภทข้อมูลข่าวสาร หลักเกณฑ์

และวิธีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของกรมสรรพากร

ให้เป็นไปตามสมควรและเหมาะสมโดยไม่ขัดกับประมวลรัษฎากร

(๓)

พิจารณาและกำหนดข้อมูลข่าวสารที่ต้องส่งลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

รวมทั้งการนำไปจัดพิมพ์และเผยแพร่

(๔)

พิจารณาและกำหนดประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดเก็บไว้หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

กรมศิลปากร

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๕) ควบคุม ติดตาม กำกับดูแล

การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

(๖) ให้คำแนะนำ ปรึกษา

เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

แก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากร

(๗)

พิจารณาและให้ความเห็นเรื่องร้องเรียนกรณีหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากร

ไม่จัดหาข้อมูลหรือฝ่าฝืนหรือปฏิบัติงานล่าช้าตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

(๘)

พิจารณาจัดทำรายงานการดำเนินการตามโครงการเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม

(๙)

มีอำนาจเรียกข้อมูลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมาชี้แจงให้รายละเอียด

และให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรให้ความร่วมมือเพื่อให้การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การประชุมของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากร

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ มติของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรให้ถือเป็นยุติ

เว้นแต่มีความเห็นเป็นหลายฝ่ายหรือมีเหตุอันสมควร

กรณีที่หน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรเจ้าของเรื่องมีความเห็นเป็นอย่างอื่นให้เสนออธิบดีวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติงานอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรมอบหมายก็ได้

และให้นำความในข้อ ๙ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการ

หมวด

การจัดระบบข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนเข้าตรวจดู

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้หน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรจัดประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลดังต่อไปนี้

และส่งบัญชีรายชื่อข้อมูลข่าวสารดังกล่าวให้สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร ตามข้อ ๒๑

เพื่อรวบรวมและจัดระบบข้อมูลไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

(๑)

ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน ความเห็นแย้ง

และคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว

(๒)

นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๓) แผนงาน โครงการ

และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ

(๔)

คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเฉพาะที่มีผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของเอกชน

(๕)

สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างถึงโดยข้อมูลข่าวสารอื่นที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๖) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน

หรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ

(๗) มติคณะรัฐมนตรี

หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมายหรือโดยมติคณะรัฐมนตรี

(๘)

ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ กำหนด ได้แก่

ประกาศประกวดราคาและประกาศสอบราคาที่หัวหน้าส่วนราชการลงนามแล้ว

และผลการพิจารณาการจัดซื้อจัดจ้าง

ทั้งนี้ ตามมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว

ต้องไม่เป็นการต้องห้ามเปิดเผยตามมาตรา ๑๐ แห่งประมวลรัษฎากร และตามมาตรา ๑๔ มาตรา

๑๕ และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้หน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมดูแล

ตรวจสอบติดตาม และประสานงานในการดำเนินการตามข้อ ๑๒

หมวด

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้บุคคลที่ประสงค์เข้าตรวจดู ศึกษา

หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรตามข้อ ๑๒ ที่จัดไว้ ณ

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๒๑

แสดงความจำนงต่อเจ้าหน้าที่โดยการยื่นคำขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับแต่งตั้งให้รับผิดชอบสถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร ณ

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสารของกรมสรรพากร

บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตามย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู

ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการตามข้อ ๑๒ ได้

คนต่างด้าวตามมาตรา ๔

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

จะมีสิทธิตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเพียงใด

ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาต

(๑)

การขอเข้าตรวจดูหรือศึกษาค้นคว้าข้อมูลข่าวสารในสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๑ ให้หัวหน้าหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับแต่งตั้งให้รับผิดชอบสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารเป็นผู้อนุญาต

(๒)

การขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๑ ให้หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้แทนแล้วแต่กรณี เป็นผู้อนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

หากมีกฎหมาย ระเบียบอื่น

หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นการเฉพาะ

ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรี นั้น

หมวด

การบริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๑

บริการข้อมูลข่าวสารโดยจัดระบบข้อมูลและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

ศึกษา ค้นคว้า ตลอดจนเผยแพร่ ขาย จำหน่าย จ่าย แจก

รวมทั้งจัดทำสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้นด้วย

การจัดระบบข้อมูลข่าวสารจะต้องจัดทำดรรชนีที่มีรายละเอียดเพียงพอสำหรับประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ข้อมูลข่าวสารที่มีไว้เพื่อขายหรือจำหน่าย

ให้กำหนดราคาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ค่าธรรมเนียมการให้บริการข้อมูลข่าวสารให้เรียกเก็บตามที่กำหนด

ดังนี้

(๑)

ค่าธรรมเนียมการจัดทำข้อมูลข่าวสารที่พิมพ์ออกจากระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือการทำสำเนาโดยเครื่องถ่ายเอกสารหรือโดยวิธีอื่นใด

(ก)

ขนาดกระดาษ เอ ๔ หน้าละ

บาท

(ข)

ขนาดกระดาษ เอฟ ๑๔ หน้าละ

๑.๕๐ บาท

(ค)

ขนาดกระดาษ บี ๔ หน้าละ

บาท

(ง)

ขนาดกระดาษ เอ ๓ หน้าละ

บาท

(จ)

ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๒ หน้าละ

บาท

(ฉ)

ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๑ หน้าละ

๑๕ บาท

(ช)

ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๐ หน้าละ

๓๐ บาท

(๒)

ค่าธรรมเนียมการให้คำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร ให้คิดในอัตราคำรับรองละ ๕ บาท

(๓)

กรณีผู้ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องเป็นผู้มีรายได้น้อย

ให้ยกเว้นหรือลดค่าธรรมเนียมได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

(๔)

กรณีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.

๒๕๔๐ ประกาศกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเป็นอย่างอื่น

ให้ใช้อัตราค่าธรรมเนียมตามประกาศนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ รายได้จากการขายหรือจำหน่ายข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๑๘ ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ส่วนค่าธรรมเนียมตามข้อ ๑๙

ให้เก็บไว้ใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

ตามข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียมข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.

๒๕๔๘

หมวด

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้หน่วยงานดังต่อไปนี้

จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดู

(๑) สำนักบริหารกลาง

จัดสถานที่ไว้ที่ส่วนประชาสัมพันธ์

(๒) สำนักงานสรรพากรภาค สำนักงานสรรพากรพื้นที่

จัดสถานที่ไว้ที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไป

(๓) สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา จัดสถานที่ไว้ที่ฝ่ายหรืองานบริหารทั่วไป

หมวด

การกำหนดหน้าที่รับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้หน่วยงานดังต่อไปนี้

มีหน้าที่รวบรวมและส่งข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลตามข้อ ๑๒

ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไป

(๑) สำนัก กลุ่ม กอง ศูนย์

ส่งให้ส่วนประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง

(๒) สำนักงานสรรพากรภาค สำนักงานสรรพากรพื้นที่

รวบรวมข้อมูลข่าวสารไว้ที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไปของแต่ละหน่วยงาน

(๓) สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา

รวบรวมข้อมูลข่าวสารไว้ที่ฝ่ายหรืองานบริหารทั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๑ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอย่างน้อย ๑ คน

เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้มีสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้คณะผู้ตรวจราชการกรมสรรพากร

มีหน้าที่รับผิดชอบเร่งรัดและติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ ของหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากร เมื่อเดินทางไปตรวจราชการ ณ หน่วยงานนั้น

แล้วรายงานผลการติดตามประเมินผลให้อธิบดีทราบ

พร้อมทั้งสำเนารายงานผลให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรทราบด้วย

หมวด

การรายงานการปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๑ จัดทำทะเบียนรับคำขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากร

ตามแบบที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้หน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรรวบรวมและจัดทำรายงานผลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูตามมาตรา

๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

และการให้บริการข้อมูลข่าวสารเป็นการเฉพาะราย ตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนี้

(๑) สำนักงานสรรพากรพื้นที่

จัดทำรายงานผลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานและสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในสังกัดเป็นรายเดือนและส่งสำนักงานสรรพากรภาคภายในวันที่

๕ ของเดือนถัดไป ตามแบบที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

(๒) สำนักงานสรรพากรภาค

จัดทำรายงานผลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานและสำนักงานสรรพากรพื้นที่ในสังกัดเป็นรายเดือนและส่งสำนักบริหารกลาง

ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไป

ตามแบบที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

(๓) ให้สำนัก กลุ่ม กอง ศูนย์

จัดทำรายงานผลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานเป็นรายเดือนและส่งสำนักบริหารกลาง

ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไป

ตามแบบที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

(๔) สำนักบริหารกลาง

รวบรวมและจัดทำรายงานผลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากร

ส่งคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ พร้อมสำเนาให้กระทรวงการคลังทราบภายในวันที่

๓๑ ตุลาคมของทุกปี

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

วินัย

วิทวัสการเวช

อธิบดีกรมสรรพากร

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๖

มิถุนายน ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๑๖

มิถุนายน ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๗๓ ง/หน้า ๕/๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_350135f693f32290

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com