法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน และการดำเนินการฝึกอบรม พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรม

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

และการดำเนินการฝึกอบรม

พ.ศ.

๒๕๔๙

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๗

แห่งประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งออกตามความในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย

และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๔๙

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้

โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

และการดำเนินการฝึกอบรม พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้

ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

หมวด

การขึ้นทะเบียน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานมีห้าระดับ

ดังต่อไปนี้

(๑)

หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน

(๒)

หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค

(๓) หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง

(๔)

หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ

(๕)

หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร

ทั้งนี้ หน่วยงานตามข้อ ๑๖

แห่งประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

สามารถขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานหนึ่งระดับหรือหลายระดับได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

(๑)

มีบุคลากรซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรมอย่างน้อยหนึ่งคน

(๒) มีวิทยากรซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๑๕

ปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานอย่างน้อยหนึ่งคน

เว้นแต่หน่วยงานตามข้อ ๑๖ (๕) แห่งประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม

พ.ศ. ๒๕๔๙

(๓)

มีเอกสารประกอบการฝึกอบรมที่มีเนื้อหาและรายละเอียดตามที่หลักสูตรการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานกำหนดไว้ในแต่ละระดับที่ขอขึ้นทะเบียน

(๔)

มีอุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในแต่ละระดับที่ขอขึ้นทะเบียน

(๕)

ในกรณีที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งนิติบุคคลอื่น

หรือสถาบันอุดมศึกษาต้องได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ

หรือประกันคุณภาพการศึกษา แล้วแต่กรณี

เว้นแต่เคยเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

ต้องดำเนินการให้ได้รับการรับรองดังกล่าวภายในหนึ่งปี

นับแต่วันที่ขึ้นทะเบียนตามระเบียบนี้

(๖) ไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน

เว้นแต่พ้นกำหนดสามปี นับแต่วันที่เพิกถอนการขึ้นทะเบียน

(๗) ไม่มีผู้มีอำนาจกระทำการแทน กรรมการ

ผู้บริหาร หุ้นส่วน

หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นหรือเคยเป็นกรรมการของหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานอื่นที่ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน

เว้นแต่พ้นกำหนดสามปี นับแต่วันที่เพิกถอนการขึ้นทะเบียน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้หน่วยงานที่มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

ยื่นคำขอพร้อมเอกสารดังต่อไปนี้ ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

(๑) สำเนาเอกสารที่แสดงถึงความเป็นหน่วยงานตามข้อ

๑๖ แห่งประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ลงวันที่๑๘ สิงหาคม

พ.ศ. ๒๕๔๙

(๒)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงาน

(๓)

สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงาน

(๔) แผนที่แสดงที่ตั้งของหน่วยงานโดยสังเขป

(๕) เอกสารแสดงรายชื่อ

และวุฒิการศึกษาของบุคลากรซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการฝึกอบรม

(๖) เอกสารแสดงรายชื่อ และคุณสมบัติของวิทยากร

รวมทั้งหนังสือยืนยันการเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานสำหรับวิทยากรอื่นซึ่งมิได้ปฏิบัติงานเต็มเวลา

(๗)

เอกสารประกอบการฝึกอบรมตามหลักสูตรการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในแต่ละระดับที่ขอขึ้นทะเบียน

(๘)

เอกสารแสดงรายการอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบในการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในหลักสูตรการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในแต่ละระดับที่ขอขึ้นทะเบียน

(๙) สำเนาเอกสารรับรองระบบการบริหารงานคุณภาพ

หรือประกันคุณภาพการศึกษา

(๑๐) เอกสารแสดงรายชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทน

กรรมการ ผู้บริหาร หุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นของหน่วยงาน

(๑๑) เอกสารแสดงแผนและเป้าหมายการจัดฝึกอบรม

พร้อมอัตราค่าบริการที่จะเรียกเก็บจากผู้เข้ารับการฝึกอบรม

ให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงานลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องของเอกสารตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อมีการยื่นคำขอตามข้อ ๕

และอธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔

ให้อธิบดีขึ้นทะเบียนผู้ยื่นคำขอนั้นเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

และออกใบทะเบียนพร้อมมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในห้าวัน

นับแต่วันที่ขึ้นทะเบียน

ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า

ผู้ยื่นคำขอขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๔

ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่ปรากฏว่าหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามข้อ

๖ แล้วขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๔

ให้อธิบดีเพิกถอนการขึ้นทะเบียน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามข้อ

๖ มีการเปลี่ยนแปลงที่ตั้ง สถานภาพของหน่วยงาน วิทยากรฝึกอบรม

หรือเปลี่ยนแปลงอื่นใดจากที่ได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนไว้

ให้หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานนั้นส่งเอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงนั้นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสามสิบวัน

นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามข้อ

๖ อาจยื่นคำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนได้ภายในระยะเวลาสามสิบวัน

ก่อนวันที่การขึ้นทะเบียนจะสิ้นสุดลง

ให้นำความในข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘

มาใช้บังคับแก่การยื่นคำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนโดยอนุโลม

หมวด

การดำเนินการฝึกอบรม

ส่วนที่

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานต้องดำเนินการฝึกอบรมตามที่หลักสูตรการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานแต่ละระดับกำหนดไว้

ในการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานต้องจัดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกอบรมภาคปฏิบัติในสถานที่จริง

และได้รับการฝึกอบรม โดยใช้อุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรมอย่างทั่วถึง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การฝึกอบรมภาคทฤษฎี

หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานต้องจัดให้ห้องฝึกอบรมหนึ่งห้องมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่เกินหกสิบคน

และวิทยากรอย่างน้อยหนึ่งคนการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ

หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานต้องจัดให้มีวิทยากรอย่างน้อยหนึ่งคน

ต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่เกินยี่สิบคน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำ

งานแจ้งกำหนดการฝึกอบรมแต่ละครั้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

ก่อนวันฝึกอบรมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการฝึกอบรม

และเอกสารประเมินผลการฝึกอบรมของผู้ผ่านการฝึกอบรมแต่ละราย

โดยให้วิทยากรซึ่งเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรมเป็นผู้รับรองเอกสารดังกล่าว

และส่งเอกสารนั้นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสามสิบวัน

นับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจเข้าไปในสำนักงานของหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

และสถานที่จัดการฝึกอบรมในเวลาทำการเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ตรวจสอบ

หรือควบคุมให้หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานดำเนินการฝึกอบรมให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ส่วนที่

วิทยากร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานต้องจัดให้มีวิทยากรที่มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ตามเนื้อหาวิชาที่หลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานกำหนด

และมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

(๑)

เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

สาขาอาชีวอนามัย หรือเทียบเท่า

หรือผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรด้านความปลอดภัยในการทำงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงานมาไม่น้อยกว่าห้าปี

และมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานไม่น้อยกว่าสามปี

(๒)

เป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัย

หรือเทียบเท่า โดยสอนวิชาที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน

และมีประสบการณ์การสอนเกี่ยวกับวิชาดังกล่าวไม่น้อยกว่าสามปี

(๓)

เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิชาที่บรรยายไม่น้อยกว่าห้าปี

หรือเป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรงเกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้หรือมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานไม่น้อยกว่าห้าปี

ทั้งนี้

มีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับหัวข้อวิชาที่บรรยายมาไม่น้อยกว่าสามปี

วิทยากรตามวรรคหนึ่ง

ต้องเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติม

หรือพัฒนาความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานอย่างต่อเนื่องปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสิบสองชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้หน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำ

งานส่งหลักฐานการฝึกอบรมเพิ่มเติมหรือการพัฒนาความรู้ของวิทยากรตามข้อ ๑๕

ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนมกราคม

นับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

ประกาศ

ณ วันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙

ผดุงศักดิ์

เทพหัสดิน ณ อยุธยา

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๒๗

ตุลาคม ๒๕๔๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๑๑ ง/หน้า ๑๗/๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๙

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน และการดำเนินการฝึกอบรม พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3531dab9aeaaa9aa

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com