法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและหลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ พ.ศ. 2543

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง การกำหนดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและหลักเกณฑ์

ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ

พ.ศ. ๒๕๔๓

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓ มาตรา

๔ มาตรา ๕ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๔๑

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกำหนดให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่องการกำหนดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและหลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ

ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้

(๑) “ธนาคาร” หมายความว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย

(๒) “บริษัทบริหารสินทรัพย์” หมายความว่า บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนกับธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว

ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๔๑

การกำหนดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

สินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่จำหน่ายจ่ายโอนให้บริษัทบริหารสินทรัพย์หมายถึงสินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ถูกจัดเป็นสินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน

สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ หรือสินทรัพย์จัดชั้นสูญ

ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๔๓

และให้หมายรวมไปถึงสินทรัพย์จัดชั้นที่สถาบันการเงินได้จำหน่ายออกจากบัญชีไปแล้วและทรัพย์สินรอการขาย

การดำเนินกิจการบริหารสินทรัพย์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงิน

บริษัทบริหารสินทรัพย์จะต้องยื่นแผนงานการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้ธนาคารทราบก่อนทุกครั้ง

โดยแผนงานดังกล่าวจะต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(๑)

ชื่อสถาบันการเงินที่เป็นผู้จำหน่ายสินทรัพย์

(๒)

ประเภทสินทรัพย์ที่จะซื้อหรือรับโอน

(๓) มูลค่าของสินทรัพย์ที่จะซื้อหรือรับโอนและหลักเกณฑ์การประเมินราคาสินทรัพย์

(๔)

วันที่จะรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์

(๕) สัญญาหรือเงื่อนไขอื่น ๆ

ในการจะรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีสถาบันการเงินถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ ๕๐ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้นไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมจะต้องดำเนินการดังนี้

๕.๑

นำสินทรัพย์และภาระผูกพันของบริษัทไปรวมเข้ากับสินทรัพย์และภาระผูกพันของสถาบันการเงินในการคำนวณอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของสถาบันการเงินที่เป็นผู้ถือหุ้นข้างมากนั้น

๕.๒

บริษัทบริหารสินทรัพย์จะถือครองอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่รับซื้อหรือรับโอนมาจากสถาบันการเงินได้เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน

๑๐ ปี โดยระยะเวลาถือครองจะเริ่มต้นนับปีถัดจากปีที่ได้รับซื้อหรือรับโอนมาจากสถาบันการเงินเป็นปีที่

๑ ทั้งนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์จะต้องเร่งทยอยจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์รอการขายออกไปโดยเร็ว

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องถือครองเกินกว่า ๕ ปี

บริษัทบริหารสินทรัพย์จะต้องทยอยจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์รอการขายดังกล่าวออกไปในปีที่

๖ จนหมดจำนวนในปีที่ ๑๐ โดยจำนวนเงินทั้งสิ้นที่ต้องจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์รอการขายในแต่ละปีนั้น

จะต้องไม่ต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีสุทธิของปีก่อนหน้าปีที่ต้องจำหน่ายหารด้วยจำนวนปีที่เหลือ

(นับรวมปีที่ต้องจำหน่ายจนถึงปีสุดท้าย) ดังตัวอย่างการคำนวณตามที่แนบ

สำหรับอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ได้มาเนื่องจากการรับชำระหนี้นั้น

ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ถือปฏิบัติในทำนองเดียวกันกับอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่รับซื้อหรือรับโอนมาจากสถาบันการเงินดังกล่าวข้างต้น

การนับจำนวนหุ้นที่ถือในบริษัทบริหารสินทรัพย์ให้นับจำนวนหุ้นที่มีการถือแทนโดยบุคคลที่ระบุในหนังสือธนาคารแห่งประเทศไทยที่

ธปท.งพ. (ว) ๒๖๙๓/๒๕๓๘ ลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๓๘ และ ธปท.งก. (ว) ๒๘๑๕/๒๕๓๘

ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๘ เรื่อง

การซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทอื่นเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดในลักษณะที่ให้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

บริษัทบริหารสินทรัพย์อาจมีสำนักงานสาขาได้แต่ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคาร

ในการอนุญาต ธนาคารจะกำหนดเงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

บริษัทบริหารสินทรัพย์อาจดำเนินการใด ๆ

เพื่อฟื้นฟูลูกหนี้ที่รับซื้อหรือรับโอนมาให้ดำเนินกิจการต่อไปได้และมีความสามารถในการชำระหนี้อย่างสม่ำเสมอ

ซึ่งรวมถึง

(๑)

ให้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมแก่ลูกหนี้ที่รับซื้อหรือรับโอนมา

(๒) เรียกเก็บดอกเบี้ย ส่วนลด

ค่าธรรมเนียม และค่าบริการทางการเงินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(๓) แปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

ตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

(๔)

ปรับโครงสร้างหนี้หรือประนอมหนี้

(๕)

ถือหุ้นในกิจการที่ได้มาจากการชำระหนี้ของลูกหนี้

(๖)

รับชำระหนี้ด้วยการแปลงหนี้เป็นทุน

(๗)

กระทำการทั้งปวงที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องในการบริหารหรือฟื้นฟูลูกหนี้ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์

เช่น การให้เช่า ให้เช่าซื้อ ขายลูกหนี้ ตลอดจนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับซื้อหรือรับโอนมาและที่ได้รับจากการชำระหนี้

ทั้งนี้ โดยมีเงื่อนไขว่า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวต้องเป็นการนำอสังหาริมทรัพย์ที่ก่อสร้างค้างไว้ไปพัฒนาต่อให้เสร็จสิ้นเท่านั้นไม่รวมถึงการนำที่ดินเปล่าไปพัฒนา

(๘)

นำอสังหาริมทรัพย์รอการขายไปร่วมลงทุนกับผู้ลงทุนรายอื่นหรือบริษัทอื่นซึ่งมีความสามารถเฉพาะด้านในการบริหารอสังหาริมทรัพย์รอการขายแต่ละประเภทโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคงมูลค่าของสินทรัพย์ไว้

ในกรณีที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์รอการขายนั้นอยู่

บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องทยอยจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์รอการขายนั้นออกไปให้หมดภายในระยะเวลาไม่เกิน

๑๐ ปี โดยถือปฏิบัติตามเงื่อนไขการถือครองอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่กำหนดไว้ในข้อ

๕.๒

(๙)

กระทำการอื่นใดโดยได้รับความเห็นชอบจากธนาคาร

การจัดหาเงินทุน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

บริษัทบริหารสินทรัพย์อาจจัดหาเงินทุนได้ด้วยวิธีการดังนี้

(๑)

กู้ยืมเงินจากในหรือนอกราชอาณาจักร

(๒) ออกหลักทรัพย์เฉพาะ

(๒.๑) หุ้นหรือหุ้นกู้

ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(๒.๒)

ตราสารหนี้อื่นที่ได้รับอนุญาตจากธนาคาร

ทั้งนี้ การจัดหาเงินกองทุนดังกล่าวไม่รวมถึงการรับฝากเงินจากประชาชน

อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในการโอนสินทรัพย์จากสถาบันการเงินไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ ถ้าปรากฏว่าสัญญาเดิมกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้เป็นอัตราลอยตัวและไม่มีฐานในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินเดิมให้อ้างอิงได้

ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์คำนวณอัตราดอกเบี้ยที่จะเรียกเก็บจากลูกหนี้ตามสัญญาเดิมดังกล่าวได้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยจากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทนั้น

ๆ ของ ๕ ธนาคารพาณิชย์ใหญ่ ณ วันที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตามสัญญาเดิม

การจัดทำบัญชีและการยื่นรายงาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ

๕๐ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยอ้อมตามนัยการนับจำนวนหุ้นในข้อ

๕ วรรคท้าย ต้องดำเนินการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่รับซื้อหรือรับโอนมาตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติต่อสินทรัพย์ทางการเงินที่ได้รับซื้อหรือรับโอนมาตามแนวปฏิบัติทางบัญชีเกี่ยวกับการโอนและการรับโอนสินทรัพย์ทางการเงิน

ลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๓ อย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งถือหุ้นเกินร้อยละ

๕๐

ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้นไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมตามนัยการนับจำนวนหุ้นในข้อ

๕ วรรคท้าย ให้จัดทำบัญชีแสดงสินทรัพย์และหนี้สินให้ครบถ้วนถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติและใช้รูปแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดขึ้นสำหรับสถาบันการเงินโดยอนุโลม

สำหรับบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งถือหุ้นไม่เกินร้อยละ

๕๐ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้นให้จัดทำบัญชีแสดงสินทรัพย์และหนี้สินให้ครบถ้วนถูกต้องมาตรฐานการบัญชี

และใช้รูปแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดขึ้นสำหรับสถาบันการเงินโดยอนุโลม

และปิดบัญชีทุกงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ติดประกาศงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนที่ได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน

ก.ล.ต. ไว้ในที่เปิดเผยภายในสำนักงานที่ใช้ติดต่อกับประชาชนภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชีเว้นแต่มีเหตุจำเป็นและได้รับการผ่อนผันจากธนาคาร

ในการผ่อนผันนั้น ธนาคารจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้

สำหรับผู้สอบบัญชีของบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่มีสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ

๕๐ ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้นไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมตามนัยการนับจำนวนหุ้นในข้อ

๕ วรรคท้ายนั้น จะต้องเป็นผู้สอบบัญชีรายเดียวกันกับผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินที่เป็นผู้ถือหุ้นข้างมากของบริษัทบริหารสินทรัพย์นั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

บริษัทบริหารสินทรัพย์จะต้องยื่นรายงานฐานะการเงินและผลการดำเนินงานการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพต่อธนาคารตามแบบที่ธนาคารกำหนดเป็นประจำทุกไตรมาสภายใน

๓๐ วันนับแต่วันสิ้นไตรมาส

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล

โสณกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ตัวอย่างการนับระยะเวลาการถือครองและจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์รอการขายของบริษัทบริหารสินทรัพย์

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

สุกัญญา/ผู้จัดทำ

๒๑

ตุลาคม ๒๕๕๒

อุรารักษ์/ตรวจ

๒๙

ตุลาคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนพิเศษ

๑๒๒ ง/หน้า ๙/๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๓

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและหลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ พ.ศ. 2543 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_357a4dcef3b4f8fb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com