คำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
คำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
ที่ ๑๐๐/๒๕๕๓
เรื่อง ให้บุคคลทำธุรกรรมทางการเงินหรือดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินได้ตามปกติ และให้สถาบัน
การเงินหรือนิติบุคคลแจ้งหรือส่งข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมการเงินหรือดำเนินการเกี่ยวกับ
ทรัพย์สินที่มีความผิดปกติหรือมีเหตุอันควรสงสัย[๑]
ตามที่ได้มีคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ ๔๙/๒๕๕๓ เรื่อง ห้ามมิให้กระทำการใด ๆ หรือสั่งให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคลหรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ ๗๘/๒๕๕๓ เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพื่อให้ถ้อยคำเกี่ยวกับธุรกรรมที่ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน และให้สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลกระทำการหรือมิให้กระทำการเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินหรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชน ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น
บัดนี้ ปรากฏว่าสถานการณ์และความจำเป็นในการห้ามทำธุรกรรมการเงินหรือดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินเพื่อใช้ในการกระทำหรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินได้เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับบุคคลตามบัญชีท้ายคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ ๗๘/๒๕๕๓ ได้มารายงานตัวเพื่อให้ถ้อยคำหรือชี้แจงแสดงหลักฐานเกี่ยวกับธุรกรรมที่ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น เพื่อมิให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องเกินสมควร อาศัยอำนาจตามข้อ ๒ และข้อ ๖ ของประกาศตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกอบกับคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ พิเศษ ๙๓/๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้