มาตรา ๖๗ จัตวา
ในกรณีที่คณะกรรมการของบริษัทใดมีข้อเสนอจะควบ
กิจการกับสถาบันการเงินอื่นหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่สถาบันการเงิน
อื่นเป็นการเร่งด่วน หรือในกรณีตามมาตรา ๒๖ ทวิ
ที่คณะกรรมการของบริษัทเสนอโครงการ
เพื่อแก้ไขฐานะและการดำเนินงานโดยการควบกิจการหรือโอนกิจการ
หรือในกรณีตามมาตรา
๒๖ มาตรา ๒๖ ตรี หรือมาตรา ๕๗ ที่คณะกรรมการของบริษัทหรือคณะกรรมการควบคุม
เสนอแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานโดยการควบกิจการหรือโอนกิจการ ถ้ารัฐมนตรีโดยคำแนะ
นำของธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องควบกิจการ
หรือโอนกิจการเพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและประโยชน์ของประชาชน ให้มีอำนาจ
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอนุญาตให้ดำเนินการได้โดยจะกำหนดระยะเวลาดำเนินการและ
เงื่อนไขใด ๆ ก็ได้
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
ให้บริษัทและสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องได้
รับยกเว้นการใช้บังคับบทบัญญัติดังต่อไปนี้ แล้วแต่กรณี
(๑)
บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับการบังคับให้บริษัทเป็นบริษัท
มหาชนจำกัด และการกำหนดจำนวนขั้นต่ำของทุนจดทะเบียนและทุนซึ่งชำระแล้วของบริษัท
(๒) มาตรา ๑๒๔๐
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(๓) มาตรา ๕๒ มาตรา
๑๐๒ ประกอบกับมาตรา ๓๓ วรรคสอง มาตรา
๑๔๗ และมาตรา ๑๔๘ แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕
(๔) มาตรา ๑๑๔
แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ทั้งนี้
เฉพาะที่เกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆ
เกี่ยวกับทรัพย์สินเนื่องในการควบ
กิจการหรือการโอนกิจการตามวรรคหนึ่ง
ในบริษัทและสถาบันการเงินที่ควบกิจการหรือโอนหรือรับโอนกิจการตาม
วรรคหนึ่ง จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อควบกิจการหรือโอนหรือรับโอนกิจการ
ในการนี้มิให้
นำบทกฎหมายเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อควบกิจการหรือโอนหรือรับโอนกิจการของ
บริษัทหรือสถาบันการเงินนั้นมาใช้บังคับ
และให้บริษัทและสถาบันการเงินนั้นงดรับลงทะเบียน
การโอนหุ้นเมื่อพ้นเจ็ดวันนับแต่วันมีประกาศอนุญาตให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งจนถึงวัน
ประชุมผู้ถือหุ้น
และเรียกประชุมผู้ถือหุ้นโดยจัดส่งหนังสือนัดให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าไม่น้อย
กว่าเจ็ดวันแต่ต้องไม่เกินสิบสี่วัน ทั้งนี้
ให้โฆษณาคำบอกกล่าวนัดประชุมในหนังสือพิมพ์
ไม่น้อยกว่าสามวันก่อนวันประชุมด้วย ในการประชุมถ้ามีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า
สามในสี่ของจำนวนเสียงของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม
ให้ถือว่าการควบกิจการหรือการโอนหรือรับ
โอนกิจการนั้นเป็นการชอบด้วยกฎหมาย
ห้ามมิให้บุคคลใดฟ้องบริษัทและสถาบันการเงินตามวรรคหนึ่งเป็นคดีล้ม
ละลายในระหว่างการดำเนินการเพื่อควบกิจการหรือโอนกิจการตามที่ได้รับความเห็นชอบตาม
มาตรานี้
ให้บริษัทและสถาบันการเงินตามวรรคหนึ่งได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและ
ภาษีอากรต่าง ๆ
บรรดาที่เกิดจากการควบกิจการหรือโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่
คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยจะกำหนดเป็นการทั่วไปหรือเป็น
การเฉพาะรายก็ได้
คณะกรรมการของสถาบันการเงินที่ควบกันและมีสิทธิยื่นขอจดทะเบียน
การควบกิจการได้ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่รัฐมนตรีอนุญาตให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
ในการอนุญาตให้ควบกิจการหรือโอนกิจการตามมาตรานี้
หากกองทุนเพื่อ
การฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยจำต้อง
เข้าไปช่วยเหลือทางการเงินและได้รับความเสียหาย
ให้รัฐบาลช่วยเหลือทางการเงินแก่กองทุน
เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามควรแก่กรณี