法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภทประหยัดพลังงาน แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐

คน

ประเภทประหยัดพลังงาน

แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle)[๑]

อาศัยอำนาจตามความใน (ก) ของ (๓) ของประเภทที่

๐๖.๐๑ และ ๐๖.๐๒ รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน

๑๐ คน ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

อธิบดีกรมสรรพสามิต จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน

๑๐ คน ประเภทประหยัดพลังงานแบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle) ที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน

๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน ๑) - ๔) ของ (ก) ของ (๓) ของประเภทที่ ๐๖.๐๑ และ ๐๖.๐๒

รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐ คน

ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์

และเงื่อนไขดังนี้

๑.๑ รถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle - HEV) หมายถึง รถยนต์ที่มีการนำพลังงาน ๒ ชนิด คือ

พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าที่กักเก็บไว้ในรถยนต์มาใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์

โดยกรณีที่ใช้แรงดันไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงต้องสูงกว่า

๖๐ โวลท์ ทั้งนี้

รถยนต์ดังกล่าวต้องประกอบด้วยระบบหรืออุปกรณ์ในการทำงานอย่างน้อยดังนี้

๑.๑.๑ ระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์ในรอบเดินเบาโดยอัตโนมัติ

(Idling Stop System) เฉพาะสำหรับรถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle) ที่มีการใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนรถยนต์

๑.๑.๒

ระบบแปลงพลังงานที่สูญเสียในขณะห้ามล้อเป็นพลังงานไฟฟ้า (Regenerative Braking System)

๑.๑.๓ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ (Traction Motor)

๑.๒

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องยื่นเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีที่จะต้องเสียดังนี้

๑.๒.๑ กรณีผลิตในราชอาณาจักร

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน

ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

ก่อนนำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว

ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO Sticker เบื้องต้น) แทน

หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน

ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน นับแต่วันที่นำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม

๑.๒.๒ กรณีผลิตในเขตปลอดอากร

คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

หรือเขตประกอบการเสรี ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์

ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร

ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่และชำระภาษีก่อน

การตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว

ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO Sticker เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน

ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา

๔๕ วัน นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

๑.๒.๓

กรณีรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน

ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่

และชำระภาษีก่อนการตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว

ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO Sticker เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร

ณ สำนักงานศุลกากร ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

กรณีเป็นรถยนต์ที่มียี่ห้อ รุ่น แบบ และ Model Code เดียวกันกับรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) ที่ระบุในเว็บไซต์ www.car.go.th ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ของรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดตามที่ระบุไว้ดังกล่าว

เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้

หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะยื่นหนังสือรับรองหรือเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) จากผู้ผลิตของประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิด

ผลิต หรือประกอบที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมอบหมายรับรองเพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้

หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง

และวรรคสามหรือผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ประสงค์จะยื่นเอกสารตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง

หรือวรรคสาม ให้ยื่นเอกสารที่แสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่วัดได้ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนด UN Reg.101 Rev.2 หรือระดับที่สูงกว่า

โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) คู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น

ๆ จากผู้ผลิต

(๒) ข้อมูลจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือสถาบันทดสอบยานยนต์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรอง

(ECE 101 Type Approval Authority)

(๓) หนังสือรับรองจากผู้ผลิต

พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อได้รับป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อย

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานแล้วให้ยื่นเอกสารดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี

และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ

สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐ วัน

นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

๑.๒.๔

รถยนต์ใช้แล้วที่นำเข้าจากต่างประเทศ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ตามที่ปรากฏในคู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ จากผู้ผลิต หรือจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต หรือหนังสือรับรองจากผู้ผลิต

พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

และให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี

และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ

สำนักงานศุลกากร ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐ วัน นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

๑.๒.๕ กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา

๒๒ หรือมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

ให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบจากผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา

๕ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอยู่ในเขตท้องที่นั้นพร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีภายใน

๓๐ วันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

๑.๒.๖

ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นจนไม่สามารถยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน

หรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ

ตามระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นคำขอขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) และอัตราการใช้พลังงานหรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่

แล้วแต่กรณี ก่อนวันครบกำหนด โดยให้สรรพสามิตพื้นที่มีอำนาจในการขยายระยะเวลาดังนี้

(๑) กรณีขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน

ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ

๑.๒.๑ ข้อ ๑.๒.๒ หรือข้อ ๑.๒.๓ วรรคหนึ่ง

แล้วแต่กรณี แล้วจะต้องไม่เกิน ๙๐ วัน

(๒) กรณีขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน หรือเอกสารการรับรองผลการทดสอบเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี

และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกัน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร

เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ ๑.๒.๓ วรรคสี่ หรือข้อ ๑.๒.๔ แล้วแต่กรณี

แล้วจะต้องไม่เกิน ๒๔๐ วัน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การใดอยู่ระหว่างการดำเนินการตามประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐

คน ประเภทประหยัดพลังงานแบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle) ที่ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิต

ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ สำหรับการดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามที่กำหนดในประกาศนี้

การดำเนินการใด ๆ ตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์

และเงื่อนไขของรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐ คน

ประเภทประหยัดพลังงาน แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle) ที่ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิต

ที่ได้ดำเนินการไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ให้เป็นอันใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดไปโดยเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้

หรือจนกว่าจะมีคำสั่งยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

พัชรภรณ์/จัดทำ

สิงหาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ

๑๑๙ ง /หน้า ๑๘ (เล่มที่ ๒)/๒๔ พฤษภาคม

๒๕๖๑

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภทประหยัดพลังงาน แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3b09ff9e290d4cd8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com