ข้อ ๑ รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน
๑๐ คน ประเภทประหยัดพลังงานแบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle) ที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน
๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน ๑) - ๔) ของ (ก) ของ (๓) ของประเภทที่ ๐๖.๐๑ และ ๐๖.๐๒
รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐ คน
ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์
และเงื่อนไขดังนี้
๑.๑ รถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle - HEV) หมายถึง รถยนต์ที่มีการนำพลังงาน ๒ ชนิด คือ
พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าที่กักเก็บไว้ในรถยนต์มาใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์
โดยกรณีที่ใช้แรงดันไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงต้องสูงกว่า
๖๐ โวลท์ ทั้งนี้
รถยนต์ดังกล่าวต้องประกอบด้วยระบบหรืออุปกรณ์ในการทำงานอย่างน้อยดังนี้
๑.๑.๑ ระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์ในรอบเดินเบาโดยอัตโนมัติ
(Idling Stop System) เฉพาะสำหรับรถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle) ที่มีการใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนรถยนต์
๑.๑.๒
ระบบแปลงพลังงานที่สูญเสียในขณะห้ามล้อเป็นพลังงานไฟฟ้า (Regenerative Braking System)
๑.๑.๓ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ (Traction Motor)
๑.๒
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องยื่นเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีที่จะต้องเสียดังนี้
๑.๒.๑ กรณีผลิตในราชอาณาจักร
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน
ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่
ก่อนนำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว
ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO Sticker เบื้องต้น) แทน
หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน
ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่
ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน นับแต่วันที่นำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม
๑.๒.๒ กรณีผลิตในเขตปลอดอากร
คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
หรือเขตประกอบการเสรี ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์
ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่และชำระภาษีก่อน
การตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว
ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO Sticker เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน
ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา
๔๕ วัน นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
๑.๒.๓
กรณีรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน
ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่
และชำระภาษีก่อนการตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว
ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO Sticker เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ณ สำนักงานศุลกากร ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
กรณีเป็นรถยนต์ที่มียี่ห้อ รุ่น แบบ และ Model Code เดียวกันกับรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) ที่ระบุในเว็บไซต์ www.car.go.th ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ของรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดตามที่ระบุไว้ดังกล่าว
เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้
หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะยื่นหนังสือรับรองหรือเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) จากผู้ผลิตของประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิด
ผลิต หรือประกอบที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมอบหมายรับรองเพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้
หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง
และวรรคสามหรือผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ประสงค์จะยื่นเอกสารตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง
หรือวรรคสาม ให้ยื่นเอกสารที่แสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่วัดได้ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนด UN Reg.101 Rev.2 หรือระดับที่สูงกว่า
โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) คู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น
ๆ จากผู้ผลิต
(๒) ข้อมูลจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือสถาบันทดสอบยานยนต์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรอง
(ECE 101 Type Approval Authority)
(๓) หนังสือรับรองจากผู้ผลิต
พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อได้รับป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อย
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอัตราการใช้พลังงานแล้วให้ยื่นเอกสารดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี
และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ
สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐ วัน
นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
๑.๒.๔
รถยนต์ใช้แล้วที่นำเข้าจากต่างประเทศ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ตามที่ปรากฏในคู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ จากผู้ผลิต หรือจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต หรือหนังสือรับรองจากผู้ผลิต
พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี
และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ
สำนักงานศุลกากร ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐ วัน นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
๑.๒.๕ กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา
๒๒ หรือมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐
ให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบจากผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา
๕ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอยู่ในเขตท้องที่นั้นพร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีภายใน
๓๐ วันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
๑.๒.๖
ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นจนไม่สามารถยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน
หรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ
ตามระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นคำขอขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และอัตราการใช้พลังงานหรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ
ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่
แล้วแต่กรณี ก่อนวันครบกำหนด โดยให้สรรพสามิตพื้นที่มีอำนาจในการขยายระยะเวลาดังนี้
(๑) กรณีขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน
ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ
๑.๒.๑ ข้อ ๑.๒.๒ หรือข้อ ๑.๒.๓ วรรคหนึ่ง
แล้วแต่กรณี แล้วจะต้องไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO Sticker) และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) และอัตราการใช้พลังงาน หรือเอกสารการรับรองผลการทดสอบเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี
และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกัน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ ๑.๒.๓ วรรคสี่ หรือข้อ ๑.๒.๔ แล้วแต่กรณี
แล้วจะต้องไม่เกิน ๒๔๐ วัน