法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2496) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 (ฉบับ Update ณ วันที่ 06/03/2499) (ฉบับที่ 3)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

(พ.ศ.

๒๔๙๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร

พุทธศักราช

๒๔๗๙[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔

แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดั่งต่อไปนี้

หมวด

การแต่งตั้งนายทหารประทวน

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ บุคคลที่จะเป็นนายทหารประทวนได้นั้น

นอกจากจะต้องมีวิทยฐานะดังจะกล่าวต่อไปแล้ว จะต้องมีความขยันหมั่นเพียรดี

รู้จักรักษาเกียรติของชาติและกองทัพไทย มีความประพฤติดีงาม

สมควรเป็นนายทหารประทวนได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ นักเรียนทหารและทหาร

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อ

(๑) สอบความรู้ได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก

กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ

(๒)

นักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร

ต้องออกจากความเป็นนักเรียนก่อนสำเร็จการศึกษา แต่มีความรู้ตามระเบียบของกองทัพบก

กองทัพเรือ กองทัพอากาศ

(๓) ได้รับราชการทหารในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว

สมัครรับราชการต่อไปอีก และมีความรู้ตามระเบียบของกองทัพบก กองทัพเรือ

หรือกองทัพอากาศ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ยุวชนนายทหารซึ่งสอบชั้น ๒

ได้และเป็นผู้สำเร็จชั้นปริญญาหรืออนุปริญญา ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้

เมื่อเข้ารับราชการทหารในกองประจำการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ยุวชนนายทหารซึ่งสอบชั้น ๑ ได้

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้เมื่อ

(๑)

ได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน

(๒) ถ้าเป็นผู้สำเร็จชั้นปริญญา

ได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ยุวชนนายสิบซึ่งสอบชั้น ๒ ได้

หรือยุวชนทหารซึ่งสอบชั้น ๓ ได้

ทั้งสอบได้ตามหลักสูตรของโรงเรียนฝึกครูยุวชนทหารด้วย

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้

เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าสามเดือน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ตามระเบียบของกองทัพบก

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้สำเร็จชั้นอุดมศึกษาของประเทศไทยหรือของต่างประเทศ

ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นอุดมศึกษา

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้ว

ไม่น้อยกว่าสามเดือน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๘

หรือเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒

หรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๘

หรือเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ หรือผู้สำเร็จวิชาชีพจากโรงเรียนอาชีพซึ่งรับผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่

๖ หรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๖

เข้าศึกษา

และมีหลักสูตรเวลาเรียนตั้งแต่สามปีขึ้นไปโดยกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะโรงเรียนอาชีพนั้นๆ

แล้ว หากบุคคลเหล่านี้ร้องขอเข้ากองประจำการ ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้

เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร

ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการฝ่ายตุลาการ พนักงานเทศบาล ซึ่งรับเงินเดือนประจำ

และเป็นข้าราชการหรือพนักงานตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้

เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๒] ผู้มีวิทยฐานะสำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่

๖ ขึ้นไปหรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่

๖ และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหาร

มีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร

ผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๓

ถึงชั้นมัธยมปีที่ ๕ หรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่

๓ และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑

หรือเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้

เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตรานายทหารประทวนมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีได้ผลดี

และได้รับเงินเดือนเข้าขั้นอัตราเงินเดือนของนายทหารประทวนแล้ว[๓]

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๔] ผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๔ ขึ้นไป

หรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นประถมปีที่ ๔

เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาการพิเศษตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม

และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑

หรือเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร

หมวด

การแต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๕] บุคคลที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้นั้นนอกจากจะต้องมีวิทยฐานะดังจะกล่าวต่อไปนี้แล้ว

จะต้องมีความขยันหมั่นเพียรดี รู้จักรักษาเกียรติของชาติและกองทัพไทย

มีความประพฤติดีงามสมควรเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้

และต้องมีสัญชาติไทยแต่มิใช่โดยการแปลงสัญชาติตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

นักเรียนทหารและทหารที่จะแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้นั้น จะต้องมีคุณลักษณะและวิทยฐานะอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้ คือ

(๑)

นักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรสอบได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก

กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ หรือสอบชั้นปีที่ ๔ ตามหลักสูตรห้าปีได้

แต่สอบตกชั้นสูงสุด

(๒)[๖] นายทหารประทวน

ซึ่งรับราชการในหน้าที่สัสดีมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี และสอบวิชาการสัสดีได้

มียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

และได้รับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยสัสดีจังหวัดมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีได้ผลดี

(๓) นายทหารประทวนซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรวิชาทันตนามัยของทางราชการทหาร

หรือสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทันตแพทย์ชั้น ๒

หรือโรงเรียนทันตนามัยของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก

หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๔)

นายทหารประทวนที่ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายทหารชั้นสัญญาบัตร

ซึ่งมีหลักสูตรการศึกษาไม่น้อยกว่าสองปีและสอบได้ตามหลักสูตรชั้นสูงสุดของโรงเรียนนั้น

(๕)

นายทหารประทวนที่ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายทหารชั้นสัญญาบัตรซึ่งมีหลักสูตรการศึกษาน้อยกว่าสองปี

แต่ไม่น้อยกว่าหกเดือน สอบได้ตามหลักสูตรชั้นสูงสุดของโรงเรียนนั้น และ

(ก) สำหรับผู้มียศนายดาบ หรือมียศชั้นจ่านายสิบ

พันจ่า หรือพันจ่าอากาศ

ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี

(ข) สำหรับผู้มียศสิบเอก จ่าเอก หรือจ่าอากาศเอก

ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี

ให้แต่งตั้งเป็นจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก

แล้วต่อมาให้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรอีกหนึ่งปี ได้ผลดี

(๖) นายทหารประทวนประจำการซึ่งมียศชั้นจ่านายสิบ

พันจ่า หรือพันจ่าอากาศ รับราชการเป็นทหารไม่น้อยกว่าสิบปี สอบความรู้ได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก

กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ

และได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี

(๗) จ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก

ประจำการ รับราชการเป็นทหารไม่น้อยกว่าสิบห้าปี โดยมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก

หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี

และได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี

ทั้งส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมรับรองว่ามีความรู้สมควรเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้

(๘) จ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก

ประจำการ เดิมเป็นนักเรียนทหาร ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรสอบชั้นปีที่

๓ ได้ แต่สอบชั้นปีที่ ๔ ตก และมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๙)[๗]

ข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนมีเวลารับราชการรวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปี

และมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก ไม่น้อยกว่าสี่ปี

หรือได้รับเงินเดือนในอัตราสูงสุดของข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรและอัตราจ่าสิบเอก

พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก รวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี

ทั้งได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีได้ผลดี

และส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมรับรองว่ามีความรู้สมควรเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ นักเรียนที่ศึกษาวิชาอยู่ในต่างประเทศ

ซึ่งทางราชการทหารได้รับสมัครให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ เมื่อเรียนสำเร็จวิชาตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ยุวชนนายทหารซึ่งมียศนายทหารประทวนตามข้อ ๓

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้

เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ทวิ[๘] ผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๘

หรือเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ ขึ้นไป หรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่

๘ หรือเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒

เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี

และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือได้เป็นผู้ฝึกอบรมวิชาทหาร

มีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรยศไม่เกินพันเอก นาวาเอก หรือนาวาอากาศเอกได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งสัญญาบัตรอัตราทหาร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖[๙] ผู้สำเร็จวิชาชีพชั้นอุดมศึกษาได้รับปริญญา

อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรซึ่งเทียบเท่าขึ้นไปจากสำนักอุดมศึกษาของรัฐบาล

มหาวิทยาลัยในประเทศไทย หรือสำนักศึกษาในต่างประเทศ

ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่ามหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้เมื่อรับราชการในตำแหน่งสัญญาบัตรอัตราทหาร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ทวิ[๑๐]

สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัยการศาสนา หรือผู้สอบได้เปรียญ ๙

ประโยค และได้รับการอบรมวิชาทหารมีความรู้ตามสมควรแล้ว

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้

เมื่อรับราชการในตำแหน่งอนุศาสนาจารย์อัตราทหาร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและสำเร็จวิชาชีพชั้นอุดมศึกษา

ได้รับปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรซึ่งเทียบเท่าขึ้นไป

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ตามระเบียบของกองทัพบก

หมวด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ข้าราชการกลาโหมพลเรือน

ซึ่งรับราชการอยู่ก่อนวันใช้บังคับกฎกระทรวงนี้ และได้รับการฝึกอบรมวิชาทหาร

มีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว

ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารโดยอนุโลมตามชั้นเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในขณะนั้นได้

เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๖

จอมพล ป.

พิบูลสงคราม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๖ และมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙[๑๑]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

๑.

เนื่องจากกฎกระทรวงเดิมกำหนดให้แต่งตั้งผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖

ขึ้นไป หรือเทียบเท่า เป็นนายทหารประทวนได้เฉพาะผู้ที่เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑

ทำให้ขัดข้องแก่การบรรจุเสมียนและโครงการแต่งตั้งข้าราชการให้เป็นทหาร และ

๒.

มิได้กำหนดให้นับเวลาราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนรวมเข้ากับเวลาราชการที่ได้รับแต่งตั้งยศเป็นนายทหารประทวนแล้ว

จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนดให้แต่งตั้งผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่

๖ ขึ้นไป หรือเทียบเท่า ซึ่งได้รับการฝึกวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้วเป็นนายทหารประทวนได้ด้วย

และกำหนดให้นับเวลาราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนรวมเข้ากับเวลาราชการที่ได้รับการแต่งตั้งยศนายทหารประทวนแล้ว

เพื่อแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้เช่นเดียวกับการแต่งตั้งนายทหารประทวนยศจ่าสิบเอก

พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก เป็นนายทหารสัญญาบัตรโดยทั่วไป

กฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙[๑๒]

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

๑.

เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการแต่งตั้งยศนายทหารประทวนให้แก่ผู้มีวิทยฐานะต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่

๖ แต่ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๓

โดยบรรจุบุคคลผู้มีวิทยฐานะชั้นนี้เข้ารับราชการทำหน้าที่ในตำแหน่งอัตรานายทหารประทวนตามที่ทางราชการต้องการอยู่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า

๓ ปี เมื่อได้รับเงินเดือนเข้าขั้นอัตรานายทหารประทวนแล้วก็แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้

กฎกระทรวงฉบับเดิมกำหนดวิทยฐานะไว้ตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ ขึ้นไป

๒.

เพื่อให้ผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาพิเศษที่แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้

มีพื้นความรู้ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๔ ขึ้นไปหรือเทียบเท่า

เพราะเป็นวิทยฐานะต่ำที่สุดที่อยู่ในเกณฑ์บังคับเป็นการทั่วไปอยู่แล้ว

และให้บุคคลดังกล่าวในข้อนี้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหารเสียก่อนจะแต่งตั้งยศทหารให้

เพื่อให้มีความรู้ในวิชาทหารตามสมควร

๓.

เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติรับราชการทหารที่แก้ไขใหม่เกี่ยวกับผู้มีสัญชาติไทยเช้ารับราชการทหาร

๔. กำหนดเวลารับราชการในหน้าที่สัสดี ๕ ปี

เดิมกำหนดอยู่ในระเบียบการสอบวิชาการสัสดีอยู่แล้ว แต่เป็นการภายในวงการสัสดี

จึงควรกำหนดไว้ในกฎกระทรวงเพื่อให้บุคคลภายนอกได้ทราบส่วนที่กำหนดเวลารับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยสัสดีจังหวัดไม่น้อยกว่า

๑ ปีนั้น ทางราชการพิจารณาเห็นว่าเป็นเวลาพอสมควรแก่การฝึกอบรมงานในหน้าที่แล้ว

๕.

เพื่อแต่งตั้งยศนายทหารสัญญาบัตรให้แก่ผู้ที่รับราชการในตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ได้

โดยกำหนดวิทยฐานะไว้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกับการแต่งตั้งผู้มีวิทยฐานะอื่น ๆ

ทั่วไปเป็นนายทหารสัญญาบัตร

สุกัญญา/ผู้จัดทำ

๑๗

พฤศจิกายน ๒๕๕๒

พัสสน/ตรวจ

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๐/ตอนที่ ๔๖/หน้า ๘๑๕/๑๔ กรกฎาคม ๒๔๙๖

[๒] ข้อ

๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๓] ข้อ

๑๐ วรรคสอง เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๔] ข้อ

๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๕] ข้อ

๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๖] ข้อ

๑๓ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๗] ข้อ

๑๓ (๙) เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๘] ข้อ

๑๕ ทวิ เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๙] ข้อ

๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๑๐] ข้อ

๑๖ ทวิ เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๑๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๑/ตอนที่ ๖๓/หน้า ๑๓๘๘/๕ ตุลาคม ๒๔๙๗

[๑๒]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๓/ตอนที่ ๒๐/หน้า ๒๒๑/๖ มีนาคม ๒๔๙๙

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2496) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 (ฉบับ Update ณ วันที่ 06/03/2499) (ฉบับที่ 3) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3bf7caae9f5fea4a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com