法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยการย้ายและการเลื่อนตำแหน่งของตุลาการ ในศาลปกครองชั้นต้น พ.ศ. ๒๕๖๐

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก.ศป.

ว่าด้วยการย้ายและการเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น

พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การย้ายและการเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นให้เหมาะสม

และชัดเจนยิ่งขึ้น

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๕ วรรคสี่ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก.ศป. โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยการย้ายและการเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยการย้ายและการเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น

พ.ศ. ๒๕๕๘ และระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยการย้ายและการเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙

บรรดาระเบียบ หรือข้อบังคับอื่นใดในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ ก.ศป. มีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ศาลปกครองในพื้นที่พิเศษ” หมายความว่า ศาลปกครองชั้นต้นในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ ก.ศป. ประกาศกําหนด

“ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น” หมายความว่า ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครอง

ชั้นต้น และตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองสูงสุด

“การปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองชั้นต้น” หมายความว่า การปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองกลาง การปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในภูมิภาค และการปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองสูงสุดโดยให้นับการปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองสูงสุดและการปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองกลางเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองชั้นต้นเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจออกประกาศหรือคําสั่ง

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ....” ประกอบด้วย รองประธาน

ศาลปกครองสูงสุดที่มีอาวุโสสูงสุด เป็นประธานกรรมการ รองประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานแผนก

ในศาลปกครองสูงสุดตามลําดับอาวุโส จํานวนสี่คน และอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นจํานวนสี่คนที่ได้รับเลือกจากอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นและรองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นเป็นกรรมการ มีหน้าที่จัดทําบัญชีรายชื่อ

การพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นเสนอต่อประธานศาลปกครองสูงสุด

เพื่อนําเสนอรายชื่อการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ให้ ก.ศป. พิจารณา

ให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในระเบียบนี้

อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นและรองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นตามวรรคหนึ่งไม่หมายความรวมถึงอธิบดี

ศาลปกครองชั้นต้นประจําศาลปกครองสูงสุดและรองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจําศาลปกครองสูงสุด

เมื่อคณะกรรมการจัดทําบัญชีรายชื่อการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นเบื้องต้นเสร็จแล้ว ให้เลขานุการของคณะกรรมการแจ้งให้ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นทราบและให้สามารถเสนอขอสับเปลี่ยนตําแหน่งกันได้ภายในสองสัปดาห์นับแต่วันที่ได้รับแจ้งบัญชีรายชื่อการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นให้ทราบ และให้คณะกรรมการพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนเสนอต่อประธาน

ศาลปกครองสูงสุด เพื่อนําเสนอบัญชีรายชื่อการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นให้ ก.ศป. พิจารณาให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรณีมีเหตุความจําเป็นที่ต้องให้ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นไปช่วยทํางานชั่วคราวในศาลปกครอง

ชั้นต้นอื่นหรือในศาลปกครองสูงสุด ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดมีคําสั่งให้ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นนั้น

ไปช่วยทํางานชั่วคราวในครั้งแรก มีระยะเวลาไม่เกินหกเดือน และรายงาน ก.ศป. เพื่อทราบพร้อมเหตุผลความจําเป็นด้วย หากจําเป็นต้องให้ช่วยทํางานชั่วคราวในครั้งต่อไปให้เสนอ ก.ศป. ให้ความเห็นชอบก่อน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การย้ายและการเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นประจําปีให้กระทําปีละหนึ่งครั้ง

โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมของแต่ละปี เว้นแต่กรณีมีความจําเป็นอย่างยิ่งเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการย้ายและการเลื่อนตําแหน่งตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การจัดลําดับอาวุโสของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นให้พิจารณาตามลําดับ ดังนี้

(๑) ตําแหน่งปัจจุบันผู้ใดดํารงตําแหน่งก่อน

(๒) ถ้าดํารงตําแหน่งปัจจุบันพร้อมกันให้พิจารณาเทียบการดํารงตําแหน่งในศาลปกครองชั้นต้นย้อนหลังลงไปตามลําดับว่าผู้ใดดํารงตําแหน่งนั้น ๆ ก่อน

(๓) ถ้าดํารงตําแหน่งตุลาการศาลปกครองชั้นต้นพร้อมกันผู้ที่ผ่านการคัดเลือกให้ดํารงตําแหน่งตุลาการ

ศาลปกครองชั้นต้นตามประกาศ ก.ศป. ตั้งแต่ประกาศ ก.ศป. ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นต้นไป

ให้พิจารณาจากลําดับที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลปกครองชั้นต้นครั้งแรก

(๔) ถ้าพิจารณาตาม (๑) (๒) และ (๓) แล้ว ยังจัดลําดับอาวุโสไม่ได้ ให้ ก.ศป. พิจารณาเป็นรายบุคคล

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีความเหมาะสมและเพื่อประโยชน์อย่างยิ่งแก่ราชการศาลปกครอง ก.ศป. อาจมีมติด้วยคะแนนเสียง

ไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการตุลาการศาลปกครองทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ยกเว้น

หลักเกณฑ์การย้ายและการเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นตามระเบียบนี้ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นยื่นแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่ง

ของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ตามแบบและระยะเวลาที่ ก.ศป. กําหนดต่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น

เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น สําหรับกรณีอธิบดี

ศาลปกครองชั้นต้น และตุลาการที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองสูงสุดให้ยื่นแบบแสดงข้อมูลประกอบ

การพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นต่อประธานศาลปกครองสูงสุด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การย้ายและการเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นในแต่ละระดับให้พิจารณาย้ายตุลาการ

ในศาลปกครองชั้นต้นในแต่ละระดับนั้นให้แล้วเสร็จก่อนจึงพิจารณาเลื่อนตําแหน่งการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นตามวรรคหนึ่ง ให้เสนอขอความเห็นชอบต่อ ก.ศป. ภายในเดือนกรกฎาคมของทุกปี

ส่วน ที่ ๑ การย้าย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การย้ายตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นให้ไปดํารงตําแหน่งที่ต่ํากว่าเดิมจะกระทํามิได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ภายใต้บังคับของหมวด ๓ การย้ายตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นให้พิจารณาตามหลักอาวุโส

ภายใต้บังคับของข้อ ๒๐ ประกอบกับหลักเกณฑ์ระยะเวลาในการดํารงตําแหน่งความเหมาะสมในด้านตัวบุคคลและการปฏิบัติหน้าที่ และประโยชน์ของทางราชการเป็นสําคัญโดยให้นําความเห็นของประธานศาลปกครองสูงสุดหรืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น แล้วแต่กรณี และรายงานการประเมินผลการปฏิบัติราชการประจําปีของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นมาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับหลักเกณฑ์อื่น ๆ ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ตุลาการศาลปกครองชั้นต้นที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นครั้งแรกจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองกลางตามระยะเวลาที่ ก.ศป. กําหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ภายใต้บังคับของหมวด ๓ ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปปฏิบัติหน้าที่

ในศาลปกครองชั้นต้นใด จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองชั้นต้นนั้นอย่างน้อยสองปี จึงอาจได้รับ

การพิจารณาให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองชั้นต้นอื่น เว้นแต่กรณีมีเหตุจําเป็นอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลปกครอง ก.ศป. อาจมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการตุลาการ

ศาลปกครองทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ให้ย้ายก่อนระยะเวลาดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ภายใต้บังคับของหมวด ๓ ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นจะปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองชั้นต้นนั้น

ติดต่อกันเกินกว่าสี่ปีมิได้ เว้นแต่กรณีมีเหตุจําเป็นอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลปกครอง หรือมีเหตุจําเป็นเกี่ยวกับสุขภาพซึ่งได้รับการรับรองจากแพทย์ ที่ ก.ศป. กําหนดก.ศป. อาจมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า

สองในสามของจํานวนกรรมการตุลาการศาลปกครองทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เห็นชอบให้ดํารงตําแหน่งในศาลปกครองชั้นต้นนั้นต่อไปได้ ครั้งละไม่เกินหนึ่งปีไม่เกินสองครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้นําระยะเวลาการช่วยทํางานชั่วคราวในศาลปกครองชั้นต้นอื่นมานับรวมเป็นระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาย้ายตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ภายใต้บังคับของหมวด ๓ ในการพิจารณาย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนในแต่ละตําแหน่งให้ความสําคัญ

กับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลนั้นติดต่อกันตั้งแต่สี่ปีขึ้นไปเป็นลําดับแรก ประกอบกับลําดับอาวุโสและข้อมูลตามแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นรวมถึงความเป็น

ไปได้ในการย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนและลําดับศาลปกครองชั้นต้น โดยให้กําหนดลําดับการพิจารณาตามเงื่อนไขระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้

(๑) ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลนั้นตั้งแต่สี่ปีขึ้นไป

กรณีที่มีตําแหน่งว่างเพียงพอต่อการสับเปลี่ยนหมุนเวียน ให้การพิจารณาย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนตุลาการดังกล่าวเป็นไปตามลําดับอาวุโสและข้อมูลตามแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่ง

ของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น

กรณีที่มีตําแหน่งว่างไม่เพียงพอต่อการสับเปลี่ยนหมุนเวียน ให้การพิจารณาย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนตุลาการดังกล่าวเป็นไปตามระยะเวลาการดํารงตําแหน่งจากมากไปหาน้อย หากมีระยะเวลาการดํารงตําแหน่งเท่ากัน

ให้ย้ายตามลําดับอาวุโสจากน้อยไปหามากเท่าที่จะมีตําแหน่งให้ย้ายได้โดยให้การพิจารณาย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนตุลาการดังกล่าวเป็นไปตามลําดับอาวุโสและข้อมูลตามแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้าย

และเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น

กรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสองของ (๑) หากตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นไม่ได้ระบุข้อมูลศาล หรือระบุข้อมูลศาลไม่ตรงกับตําแหน่งว่างที่มี ให้เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการในการพิจารณาย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียน

(๒) ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลนั้นไม่น้อยกว่าสองปีแต่ไม่ถึงสี่ปีให้พิจารณาตามลําดับอาวุโสและข้อมูลตามแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น

ส่วน ที่ ๒ การเลื่อนตําแหน่ง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การพิจารณาเลื่อนตําแหน่งตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นให้พิจารณาตามหลักอาวุโสประกอบกับ

ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติราชการและการดํารงตนตามรายงานการประเมินผลการปฏิบัติราชการประจําปีของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ข้อมูลตามแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น และบัญชีลําดับศาลที่ ก.ศป. กําหนด โดยต้องมีระยะเวลาในการดํารงตําแหน่งและคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) ผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้ดํารงตําแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้นหรือเทียบเท่า จะต้องมีระยะเวลาในการดํารงตําแหน่งตุลาการศาลปกครองชั้นต้นไม่น้อยกว่าสามปีและเป็นผู้ผ่านการอบรม

ตามหลักสูตรที่ ก.ศป. กําหนด

(๒) ผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้ดํารงตําแหน่งรองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือเทียบเท่าจะต้องมีระยะเวลา

ในการดํารงตําแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้นหรือเทียบเท่าไม่น้อยกว่าสองปีและเป็นผู้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ ก.ศป. กําหนด

(๓) ผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้ดํารงตําแหน่งอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือเทียบเท่าจะต้องมีระยะเวลาในการดํารงตําแหน่งรองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือเทียบเท่าไม่น้อยกว่าสองปีและเป็นผู้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ ก.ศป. กําหนด

ทั้งนี้ ให้คํานึงถึงประโยชน์ทางราชการเป็นสําคัญ และไม่ต้องได้รับความยินยอมจากตุลาการในศาลปกครอง

ชั้นต้น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ กรณีที่มีการพิจารณาเสนอให้เลื่อนตําแหน่งตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นข้ามลําดับอาวุโส ก.ศป.

จะต้องมีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการตุลาการศาลปกครองทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยให้ระบุเหตุผลในการพิจารณาเช่นว่านั้นไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผลการประเมินการปฏิบัติราชการประจําปีของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นตามข้อ ๑๕ และข้อ ๒๑

ให้เป็นไปตามรายงานการประเมินผลการปฏิบัติราชการประจําปีของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นซึ่งได้จัดทําขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ศป. กําหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การย้ายและการเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษ

ให้นําหลักเกณฑ์การย้ายและการเลื่อนตําแหน่งตามหมวด ๒ ของระเบียบนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์ในหมวดนี้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การพิจารณาให้ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นไปปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษ

(๑) กรณีผู้ดํารงตําแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้นขึ้นไป ให้พิจารณาย้ายผู้ที่แสดงข้อมูลการไปปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษ ตามแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นเป็นลําดับแรก จากนั้นให้พิจารณาเลื่อนตําแหน่งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในหมวด ๒ และหากไม่สามารถพิจารณาเลื่อนตําแหน่งได้และหรือยังมีตําแหน่งว่างอยู่ ให้พิจารณาย้ายผู้ที่มีอาวุโสน้อยที่สุดและไม่เคยไปปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษในระดับตําแหน่งนั้น ๆ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษ

(๒) กรณีผู้ดํารงตําแหน่งตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ให้พิจารณาย้ายผู้ที่แสดงข้อมูลการไปปฏิบัติหน้าที่

ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษ ตามแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการ

ในศาลปกครองชั้นต้นเป็นลําดับแรก และหรือหากยังมีตําแหน่งว่างอยู่ให้พิจารณาย้ายผู้ที่มีอาวุโสน้อยที่สุด

และไม่เคยไปปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษติดต่อกันครบหนึ่งปีขึ้นไป

ที่แสดงข้อมูลการไปดํารงตําแหน่งในศาลอื่นในแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่ง

ของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ให้ได้รับการพิจารณาย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในศาลอื่นได้ เว้นแต่กรณีที่มีความเหมาะสมและเพื่อประโยชน์อย่างยิ่งแก่ราชการศาลปกครอง ก.ศป. อาจมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสอง

ในสามของจํานวนกรรมการตุลาการศาลปกครองทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ให้ย้ายก่อนระยะเวลาดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การพิจารณาย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนในแต่ละตําแหน่ง ให้พิจารณาผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครอง

ในพื้นที่พิเศษ ครบระยะเวลาการดํารงตําแหน่งเป็นลําดับแรกตามลําดับอาวุโส ก่อนการย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนตามข้อ ๒๐ ประกอบกับข้อมูลตามแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการ

ในศาลปกครองชั้นต้น ทั้งนี้ ในการพิจารณาย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษดังกล่าว ให้คํานึงถึงผลการประเมินการปฏิบัติราชการประจําปีของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นผู้นั้นประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษมาแล้วติดต่อกันตั้งแต่สี่ปีขึ้นไป ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษต่อไปได้ หากไม่มีตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่ดํารงตําแหน่งในระดับเดียวกันแสดงข้อมูลที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในศาลปกครองในพื้นที่พิเศษนั้นตามแบบแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาย้ายและเลื่อนตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น

บทเฉพาะกาล บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้นับระยะเวลาการดํารงตําแหน่งของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นซึ่งดํารงตําแหน่งใดก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับเป็นระยะเวลาที่ดํารงตําแหน่งตามระเบียบนี้ด้วย

ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

ปิยะ ปะตังทา

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยการย้ายและการเลื่อนตำแหน่งของตุลาการ ในศาลปกครองชั้นต้น พ.ศ. ๒๕๖๐ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3c5d5704686b38d6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com