ข้อ ๑ ให้ยกเลิกรายการที่ 3 ลักษณะการประกอบธุรกิจ ในส่วนที่ 1 บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ของแบบ 56-1 ท้ายประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทจ. 11/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรายงานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดําเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ลงวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ
(1) ให้อธิบายการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สําคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอํานาจในการควบคุมบริษัท และลักษณะการประกอบธุรกิจในปีที่ผ่านมาโดยสังเขป ทั้งนี้ หากบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้น การจัดการ หรือการประกอบธุรกิจ อย่างมีนัยสําคัญในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ให้อธิบายการเปลี่ยนแปลงในเรื่องดังกล่าวด้วย
(2) ในกรณีที่บริษัทมีการปรับโครงสร้างการดําเนินธุรกิจ อันเป็นผลให้มีการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน และประสงค์จะเปิดเผยราคาประเมินของทรัพย์สินนั้น ให้บริษัทแสดงข้อมูลต่อไปนี้
(ก) ทรัพย์สินที่มีการประเมินราคาและราคาประเมิน ซึ่งจัดทําขึ้นล่วงหน้าก่อนการทํารายการนั้นไม่เกิน 6 เดือน
(ข) ชื่อผู้ที่ทําหน้าที่ประเมินราคาทรัพย์สิน ซึ่งได้แก่ ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สํานักงานให้การยอมรับ แล้วแต่กรณี
(ค) ชื่อผู้ควบคุมการปฏิบัติงานหรือผู้ประเมินหลัก แล้วแต่กรณี ที่เป็นผู้ลงลายมือชื่อในรายงานซึ่งต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ที่ทําหน้าที่ประเมินราคาทรัพย์สินเป็นที่ปรึกษาทางการเงินหรือเป็นบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุน
(ง) วัตถุประสงค์การประเมินราคาทรัพย์สิน ซึ่งต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะในกรณีที่เป็นรายงานประเมินราคาทรัพย์สินที่จัดทําโดยบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินในตลาดทุน หรือมีคํายินยอมของผู้ที่ทําหน้าที่ประเมินราคาทรัพย์สินให้เผยแพร่ความเห็นนั้นได้ในกรณีที่เป็นรายงานประเมินราคาทรัพย์สินที่จัดทําโดยที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
(จ) วันที่ในรายงานประเมินราคาทรัพย์สิน
(3) ให้อธิบายภาพรวมการประกอบธุรกิจของบริษัท บริษัทย่อย และบริษัทร่วมที่ดําเนินงานอยู่ในปัจจุบัน หรือกําลังจะดําเนินงาน (กรณีบริษัทที่ยังไม่มีการประกอบธุรกิจ) และนโยบายการแบ่งการดําเนินงานของบริษัทในกลุ่ม ทั้งนี้ ในกรณีที่มีบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย และบริษัทร่วมจํานวนมาก ให้แสดงโครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มบริษัทด้วย
(4) ในกรณีที่บริษัทมีสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจมากกว่า 1 สาย หรือ 1 กลุ่ม ให้ระบุสัดส่วนรายได้จากแต่ละสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ โดยอย่างน้อยให้แสดงสัดส่วนรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าเกินกว่าร้อยละ 10 ของรายได้รวมตามงบกําไรขาดทุนรวมของปีบัญชีล่าสุด ตามตาราง ดังนี้ ในกรณีที่หมายเหตุประกอบงบการเงินของบริษัทได้แสดงผลการดําเนินงานของแต่ละสายผลิตภัณฑ์ไว้ครบถ้วนตามมาตรฐานการบัญชีว่าด้วยการเสนอข้อมูลทางการเงินจําแนกตามส่วนงานแล้ว อาจอธิบายโครงสร้างรายได้เฉพาะปีล่าสุดก็ได้ (เช่น บริษัทมีรายได้จากการประกอบธุรกิจ A ร้อยละ 65 และธุรกิจ B ร้อยละ 35 พร้อมทั้งอธิบายอ้างอิงถึงหมายเหตุประกอบงบการเงินที่เกี่ยวข้อง)
โครงสร้างรายได้
| | | | | | | | | |
| --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- | --- |
| สายผลิตภัณฑ์/กลุ่มธุรกิจ | ดําเนินการโดย | % การถือหุ้นของบริษัท | ปี 25..รายได้2 | % | ปี 25..รายได้2 | % | ปี 25..รายได้2 | % |
| สายผลิตภัณฑ์/กลุ่มธุรกิจที่ 1 | | | | | | | | |
| สายผลิตภัณฑ์/กลุ่มธุรกิจที่ 2สายผลิตภัณฑ์/กลุ่มธุรกิจที่ 3 | | | | | | | | |
| รวม | | | | 100 | | 100 | | 100 |
1กรณีที่บริษัทเพิ่งเคยกระจายหลักทรัพย์ต่อประชาชนในช่วง 1 หรือ 2 ปีที่ผ่านมา ให้แสดงตารางโครงสร้างรายได้เฉพาะในช่วง 1 หรือ 2 ปีที่ผ่านมา แล้วแต่กรณี
2 รายได้ ให้รวมถึงส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมตามวิธีส่วนได้เสียจากการลงทุนด้วย”