ข้อ ๒ รถยนต์ตามข้อ ๑ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข
ดังต่อไปนี้
(๑) มีการรับรองมาตรฐานการติดตั้งชุดอุปกรณ์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติในกระบวนการผลิตมาตรฐานของอุปกรณ์ต่างๆ
จากบริษัทที่ผลิตรถยนต์ดังกล่าว และรับรองว่าสามารถใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติได้ตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนดหรือรับรอง
(๒) อุปกรณ์ ส่วนควบ และมาตรฐานการติดตั้งต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด
โดยจะต้องนำหลักฐานการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ยื่นต่อสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ตั้งอยู่ก่อนนำรถยนต์ดังกล่าวออกจากโรงอุตสาหกรรมนั้น
(๓) ผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ผลิตต้องรับประกันการใช้งานรถยนต์ดังกล่าว
ภายใต้เงื่อนไขไม่ต่ำกว่าการรับประกันรถยนต์ที่ไม่ได้ติดตั้งชุดอุปกรณ์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติของผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายรายเดียวกัน
(๔) ผู้ผลิตต้องแสดงหลักฐานค่าใช้จ่ายในการติดตั้งชุดอุปกรณ์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ
และค่าปรับเปลี่ยนอะไหล่รถยนต์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
(๕) ผู้ผลิตต้องแจ้งจำนวนรถยนต์ รุ่น หมายเลขแชสซีส์หรือหมายเลขตัวรถ
หมายเลขเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่จะนำไปติดตั้งชุดอุปกรณ์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติต่อสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ตั้งอยู่ก่อนนำรถยนต์ไปติดตั้ง
(๖) ชุดอุปกรณ์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ที่ติดตั้งในรถยนต์จะต้องมีขนาดความจุของถังโดยรวม
ไม่น้อยกว่าหกสิบลิตร หรือไม่น้อยกว่าสิบสองกิโลกรัม
กรณีรถยนต์ที่นำเข้าในราชอาณาจักร แต่ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ผลิตในเขตปลอดอากรผู้นำเข้าต้องยื่นหลักฐานการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกตาม
(๒) ต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่ด่านศุลกากรตั้งอยู่
ภายในเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันนำเข้า และต้องแจ้งจำนวนรถยนต์ รุ่น หมายเลขแชสซีส์หรือหมายเลขตัวรถ
หมายเลขเครื่องยนต์ ตาม (๕) ให้กรมศุลกากรทราบ และส่งสำเนาเอกสารดังกล่าว
ให้สรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่ด่านศุลกากรตั้งอยู่ก่อนวันนำเข้า