法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง

คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

พ.ศ.

๒๕๕๐

โดยที่ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนามาตรฐานแรงงานไทย

(มรท. ๘๐๐๑ - ๒๕๔๖) พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้อ ๑๑ วรรคสาม กำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ต้องมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าวอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

จึงกำหนดคุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๙

หมวด

คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้เชี่ยวชาญต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) มีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่าสิบปีในสาขาด้านแรงงาน

ด้านการผลิต ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ด้านการบริหารคุณภาพ ด้านกฎหมาย หรือด้านการฝึกอบรม

(๒) มีบุคลิกภาพดี เป็นที่น่าเชื่อถือ ยอมรับข้อคิดเห็นของผู้อื่น

มีเหตุมีผลเชื่อมั่นในตนเองมีความสามารถในการเป็นผู้นำ การวิเคราะห์แก้ไขปัญหา

(๓) มีความสามารถในการบริหารจัดการทั้งระบบ เพื่อให้การเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์อย่างมีคุณภาพ

(๔) มีความสามารถรับรู้สื่อความได้ดีทั้งโดยการเขียนหรือพูดในภาษาที่ใช้ในการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

(๕) มีความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานกระบวนการให้คำปรึกษาด้านแรงงาน

หมวด

คุณสมบัติและการจดทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

๕.๑ สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี

๕.๒ มีคุณลักษณะส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

(๑) มีจริยธรรม

(๒) มีบุคลิกภาพเป็นที่น่าเชื่อถือ และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

(๓) ช่างสังเกต ตระหนักถึงวัฒนธรรม และคุณค่าขององค์กร

รวมทั้งมีความสนใจต่อสิ่งรอบตัวและกิจกรรมตลอดเวลา

(๔) มีความสามารถในการรับรู้ และสื่อข้อความได้ดีทั้งการเขียนและการพูดสามารถประสานงานกับพนักงานทุกระดับในองค์กร

มีความเชื่อมั่น ไวต่อวัฒนธรรมขององค์กร

(๕) เชื่อมั่นในตนเอง ทำงานอย่างอิสระ โดยไม่มีผลประโยชน์ทางวิชาชีพในงานที่รับผิดชอบ

(๖) ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ

(๗) มีความสามารถในการให้คำปรึกษา รู้จักยืดหยุ่นในการบริหารเวลาที่ดีและมีความสามารถในการเป็นผู้นำ

(๘) มีความรับผิดชอบในงาน และมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน

(๙) ควบคุมงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตกลงไว้ และตัดสินใจเรื่องต่างๆ

ภายใต้พื้นฐานความรู้ และข้อเท็จจริง

(๑๐) มีความหนักแน่น และยึดมั่นในหลักการ

(๑๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว ถูกต้อง

สมเหตุสมผล

(๑๒) ประพฤติตนเป็นผู้ตรงต่อเวลาและใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่

(๑๓) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอื้อเฟื้อ มีน้ำใจ ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพอ่อนโยน

และมีมนุษย์สัมพันธ์

(๑๔) สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ และให้คำตอบที่เป็นทางเลือก

และอย่างสร้างสรรค์

๕.๓ มีความรู้ และทักษะ ดังต่อไปนี้

(๑) มีความรู้ในการวางแผนและการจัดการเกี่ยวกับระบบบริหารการจัดการมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง

(๒) มีความรู้ ความเข้าใจในความหมาย ขอบเขต เจตนารมณ์

ขั้นตอน และกระบวนการตรวจประเมินเพื่อการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. ๘๐๐๑ - ๒๕๔๖)

(๓) มีความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

พ.ศ. ๒๕๔๓ และกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

(๔) มีความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานแรงงานอื่น

ซึ่งอาจประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. ๘๐๐๑ - ๒๕๔๖)

(๕) มีความรู้ ความเข้าใจหลักการวิธีการและเทคนิคสำหรับระบบการบริหารจัดการมาตรฐานแรงงาน

เช่น หลักการการทบทวนระบบจัดการและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามวงจรเดมมิ่งวิธีการและเทคนิคการตรวจประเมิน

เทคนิคการวิเคราะห์ปัญหาในการดำเนินงาน เทคนิคและวิธีการบริหารการผลิตเพื่อควบคุมชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา

(๖) มีความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องด้านแรงงาน

๕.๔ มีประสบการณ์ในการทำงานเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับระบบบริหารการจัดการมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง

หรือมีประสบการณ์การให้คำปรึกษาด้านใดด้านหนึ่งอย่างน้อยสี่แห่งภายในห้าปีก่อนจดทะเบียนครั้งแรก

ดังต่อไปนี้

(๑) มาตรฐานแรงงานอื่น

(๒) มาตรฐานระบบการจัดการอื่น

(๓) ด้านกฎหมายแรงงาน

(๔) การบริหารทรัพยากรมนุษย์

(๕) การบริหารการจัดการการผลิต

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ที่ประสงค์จะขอจดทะเบียนเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

จะต้องยื่นใบสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานพร้อมหลักฐานตามที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เอกสารหลักฐานตามข้อ ๕.๔ จะต้องลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลของสถานประกอบกิจการ

ซึ่งผู้ยื่นใบสมัครตามข้อ ๖ ได้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด

ดังต่อไปนี้

(๑) วัน เดือน ปี ที่ให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด

(๒) ระยะเวลาที่ให้คำปรึกษา ณ สถานประกอบกิจการแต่ละครั้ง

และเวลารวมทั้งหมด

(๓) กิจกรรมที่ให้คำปรึกษา ณ สถานประกอบกิจการแต่ละครั้ง

(๔) เอกสารที่เกี่ยวข้องตามมาตรฐานที่ให้คำปรึกษา

(๕) ชื่อ และสถานที่ติดต่อของสถานประกอบกิจการ

(๖) ชื่อ และสถานที่ติดต่อของหน่วยงานที่ผู้ยื่นใบสมัครสังกัด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ยื่นใบสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามข้อ ๕.๑ และข้อ ๕.๔ จะต้องเข้ารับการประเมินคุณสมบัติตามข้อ

๕.๒ และตามข้อ ๕.๓ โดยการสอบข้อเขียน และการสอบสัมภาษณ์

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ยื่นใบสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานซึ่งผ่านการประเมินคุณสมบัติตามข้อ

๘ จะเป็นผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานพร้อมได้รับหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

และบัตรประจำตัวที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานจะสามารถทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานได้เป็นเวลาสามปี

นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานจะต้องแสดงหลักฐานหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

พร้อมบัตรประจำตัวที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

หมวด

การพัฒนาความรู้ของที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต้องได้รับการพัฒนาความรู้โดยการฝึกอบรมเพิ่มเติมหรือการทำกิจกรรมต่างๆ

เกี่ยวกับระบบบริหารการจัดการมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งอย่างต่อเนื่องปีละไม่น้อยกว่าหกชั่วโมง

นับแต่วันได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

หลักฐานการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่งต้องแสดงระยะเวลาที่ฝึกอบรม

เนื้อหา ชื่อผู้จัด และสถานที่ติดต่อของผู้จัดการฝึกอบรม

การพัฒนาความรู้โดยการทำกิจกรรมต่างๆ ตามวรรคหนึ่งต้องมีความต่อเนื่องกันตลอดระยะเวลาการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

และต้องเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะใหม่ๆ

โดยประเภทของกิจกรรมและหลักเกณฑ์การนับจำนวนชั่วโมงให้เป็นไปตามตารางท้ายประกาศนี้

หมวด

การต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานที่ประสงค์จะต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต้องยื่นคำขอต่ออายุการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานภายในเก้าสิบวัน

ก่อนวันที่หนังสือรับรองตามข้อ ๙ หมดอายุ

การยื่นคำขอต่ออายุการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

จะต้องยื่นเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้

(๑) หนังสือรับรองซึ่งแสดงประสบการณ์ในการทำงานเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำระบบบริหารจัดการมาตรฐานแรงงานที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลของสถานประกอบกิจการ

ที่ได้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาอย่างน้อยสามแห่ง

(๒) หลักฐานแสดงการพัฒนาความรู้ตามข้อ ๑๑ อย่างน้อยสิบแปดชั่วโมงในรอบสามปีที่ผ่านมา

(๓) เอกสารหลักฐานตามที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ยื่นคำขอต่ออายุการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

จะต้องได้รับการตรวจสอบเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ และประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ยื่นคำขอต่ออายุการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานซึ่งผ่านการตรวจสอบตามข้อ

๑๓ จะต้องเข้ารับการประเมินคุณสมบัติตามข้อ ๕.๒ และตามข้อ ๕.๓ โดยการสอบข้อเขียนหรือการสอบสัมภาษณ์

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ยื่นคำขอต่ออายุการจดทะเบียนที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ซึ่งผ่านการประเมินคุณสมบัติจะเป็นผู้ได้รับการต่ออายุการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

หมวด

บัตรประจำตัวที่ปรึกษา

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บัตรประจำตัวที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานมีผลใช้บังคับหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกบัตรผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ที่มีความประสงค์จะต่ออายุบัตรประจำตัวที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานประจำปีต้องยื่นคำขอต่ออายุบัตรประจำตัวที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานภายในสามสิบวันก่อนวันที่บัตรประจำตัวหมดอายุ

โดยยื่นหลักฐานแสดงประสบการณ์ในการทำงานเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานอย่างน้อยหนึ่งแห่งและหลักฐานการพัฒนาความรู้ตามข้อ

๑๑

หมวด

การเพิกถอน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน ต้องรักษาจรรยาบรรณและชื่อเสียงของการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานดังต่อไปนี้

(๑) ให้คำปรึกษาตามหน้าที่ความรับผิดชอบครบถ้วนถูกต้องตามหลักวิชาการ

และหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีระบบ แบบแผน เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

(๒) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

(๓) เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และทักษะในการทำงานเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพ

และประสิทธิผล

(๔) รักษาข้อมูลที่ได้รับจากผู้รับคำปรึกษาเป็นความลับ

(๕) ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

และไม่เรียกร้องให้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนตัว และสิ่งอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่

(๖) ละเว้นการนำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน

(๗) ไม่ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจประเมินในขณะที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

(๘) ไม่ประพฤติตนใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ตนเอง

และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

(๙) ปฏิบัติตามข้อกำหนดในประกาศนี้ และปฏิบัติตามระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์

วิธีการพัฒนามาตรฐานแรงงานไทย (มรท. ๘๐๐๑ - ๒๕๔๖) พ.ศ. ๒๕๔๙

(๑๐) ไม่นำหนังสือรับรองการจดทะเบียน และบัตรประจำตัวที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานไปใช้ในทางที่อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีอำนาจสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

(๑) มีหนังสือเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๒) ให้ระงับการดำเนินการเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

(๓) เพิกถอนหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงานและบัตรประจำตัวที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ผดุงศักดิ์

เทพหัสดิน ณ อยุธยา

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

ประเภทของกิจกรรมและหลักเกณฑ์การนับจำนวนชั่วโมงของการพัฒนาความรู้

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๒๒

พฤษภาคม ๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๕๙ ง/หน้า ๔๔/๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาพัฒนามาตรฐานแรงงาน พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3ea4e17fedee450d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com