法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส1. 3/2563 เรื่อง การชะลอการชำระหนี้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สกส๑. ๓/๒๕๖๓

เรื่อง

การชะลอการชำระหนี้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา

2019[๑]

๑.

เหตุผลในการออกประกาศ

สืบเนื่องจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ได้ขยายวงกว้าง

ยืดเยื้อและมีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประกอบกับผลกระทบจากมาตรการที่รัฐกำหนดให้ประชาชนต้องปฏิบัติอันเป็นการระงับ

ยับยั้ง หรือแก้ปัญหาอันเกิดจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสดังกล่าว จึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ

โดยเฉพาะผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและเป็นแหล่งจ้างงานที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน โดยจำเป็นต้องมีมาตรการครอบคลุมทั้งการลดภาระหนี้

การเสริมสภาพคล่อง การส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตลอดจนการชะลอการชำระหนี้ของธุรกิจให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ที่คาดว่าจะลดลงอย่างรุนแรงจากผลการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา

2019 จึงได้มีการตราพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา

2019 พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อป้องกันมิให้เกิดสภาวะการขาดสภาพคล่องของภาคธุรกิจและการผิดนัดชำระหนี้ของภาคธุรกิจในวงกว้าง

โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้สถาบันการเงินชะลอการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยของผู้ประกอบวิสาหกิจ

เพื่อให้ผู้ประกอบวิสาหกิจไม่ต้องมีภาระในการชำระหนี้แก่สถาบันการเงินในช่วงเวลาหนึ่ง

โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและการดำเนินงานของสถาบันการเงินด้วย จึงจำเป็นต้องออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการชะลอหนี้เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

๒.

อำนาจตามกฎหมาย

อาศัยอำนาจตามมาตรา

๑๕ แห่งพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา

2019 พ.ศ. ๒๕๖๓

๓.

ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา

2019 พ.ศ. ๒๕๖๓

๔.

เนื้อหา

๔.๑

คำจำกัดความ

ในประกาศนี้

“พระราชกำหนด”

หมายความว่า พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา

2019 พ.ศ. ๒๕๖๓

“ผู้ประกอบวิสาหกิจ”

หมายความว่า ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งเป็นวิสาหกิจที่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน

“กลุ่มธุรกิจ”

หมายความว่า บุคคลหลายคนที่ฐานะการเงินและความสามารถในการชำระหนี้มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดจนเสมือนว่าการให้สินเชื่อแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นการให้สินเชื่อแก่บุคคลเดียวกันเป็นสำคัญ

เช่น บริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทร่วม ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้น

ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)

“สถาบันการเงิน”

หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

และสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินซึ่งประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ

๔.๒

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการชะลอการชำระหนี้

๔.๒.๑

ให้สถาบันการเงินชะลอการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยของผู้ประกอบวิสาหกิจเป็นระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันถัดจากวันที่ลงในประกาศนี้

โดยไม่ต้องมีข้อตกลงหรือทำสัญญาใด ๆ กับผู้ประกอบวิสาหกิจ ทั้งนี้ สถาบันการเงินยังคงคิดดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาที่ชะลอการชำระหนี้ก็ได้

การชะลอการชำระหนี้ตามวรรคหนึ่ง

ไม่กระทบสิทธิของสถาบันการเงินในการใช้สิทธิเรียกร้องในทางคดีกับผู้ประกอบวิสาหกิจรายที่เลิกกิจการ

หรือรายที่มีพฤติการณ์ทุจริตเพื่อให้ได้เงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

๔.๒.๒

ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับการชะลอการชำระหนี้ตามข้อ ๔.๒.๑ ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจในประเทศไทย

(๒)

มีวงเงินสินเชื่อรวมทั้งกลุ่มธุรกิจของผู้ประกอบวิสาหกิจที่มีกับสถาบันการเงินแต่ละแห่งไม่เกิน

๑๐๐ ล้านบาท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ แต่ไม่รวมถึงวงเงินตามภาระผูกพัน

วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ วงเงินสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ

และวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต

(๓)

ไม่เป็นลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย

สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ สินทรัพย์จัดชั้นสูญ ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรอง

ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒

๔.๒.๓

หนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่ได้รับการชะลอการชำระหนี้ ได้แก่ หนี้ที่มียอดหนี้คงค้างกับสถาบันการเงินในวันที่พระราชกำหนดมีผลใช้บังคับ

๔.๒.๔

การชะลอการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยตามข้อ ๔.๒.๑ มิให้ถือว่าเจ้าหนี้ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้

หรือลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ดังที่บัญญัติตามพระราชกำหนด จึงไม่ถือเป็นเหตุแห่งการผิดเงื่อนไขการชำระหนี้ตามสัญญา

และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่จะต้องรายงานวันที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ

๔.๒.๕

สถาบันการเงินต้องรับชำระหนี้จากผู้ประกอบวิสาหกิจรายที่ประสงค์จะชำระหนี้ในช่วงเวลาการชะลอการชำระหนี้ตามข้อ

๔.๒.๑ โดยจัดให้มีช่องทางตามสมควรเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบวิสาหกิจสามารถชำระหนี้ได้

๔.๒.๖ สถาบันการเงินต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการชะลอการชำระหนี้

ตามข้อ ๔.๒.๑ แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจอย่างครบถ้วนเพียงพอโดยเร็วที่สุด

โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูล ดังต่อไปนี้

(๑)

สิทธิที่จะได้รับการชะลอการชำระหนี้

(๒)

แนวทางการชะลอการชำระหนี้

(๓)

ภาระหน้าที่ในการชำระหนี้

(๔)

แนวทางการสละสิทธิที่จะได้รับการชะลอการชำระหนี้

(๕)

การคิดดอกเบี้ยบนเงินต้นที่ได้รับการชะลอการชำระหนี้ หากสถาบันการเงินยังคงคิดดอกเบี้ยบนยอดหนี้คงค้างอย่างต่อเนื่อง

(๖)

วิธีการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่คิดคำนวณในช่วงชะลอการชำระหนี้ซึ่งอาจต้องชำระภายหลังจากที่พ้นระยะเวลาการชะลอการชำระหนี้ตามประกาศนี้

สถาบันการเงินอาจให้ข้อมูลแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจตามวรรคหนึ่งด้วยวิธีการแจ้งให้ผู้ประกอบวิสาหกิจรับทราบโดยตรง

หรืออาจเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสถาบันการเงิน หรือช่องทางอื่น

๔.๓

วิธีการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่ชะลอไว้

ในการเรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยที่คิดคำนวณในช่วงชะลอการชำระหนี้ตามข้อ

๔.๒.๑ ให้สถาบันการเงินใช้วิธีที่จะไม่สร้างภาระกับผู้ประกอบวิสาหกิจมากจนเกินไป

โดยไม่ให้เรียกเก็บเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวเมื่อสิ้นระยะเวลาชะลอการชำระหนี้ ทั้งนี้ สถาบันการเงินสามารถเรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยดังกล่าวภายหลังจากที่พ้นระยะเวลาการชะลอการชำระหนี้ตามข้อ

๔.๒.๑ ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งหรือหลายวิธีการรวมกันตามที่ได้ตกลงกับลูกหนี้

ได้แก่ การเฉลี่ยเงินต้นและดอกเบี้ยไปเรียกเก็บตามงวดชำระหนี้ที่เหลือของสัญญา

หรือเฉลี่ยในงวดท้าย ๆ ของสัญญา หรือเรียกเก็บทั้งหมดในงวดสุดท้ายของสัญญา

หรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามสัญญาออกไป โดยขอให้สถาบันการเงินคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบวิสาหกิจ

รวมทั้งระยะเวลาชำระหนี้ที่เหลืออยู่ของสัญญาสินเชื่อเป็นสำคัญ

๕.

วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ลงในประกาศนี้เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓

วิรไท สันติประภพ

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

พัชรภรณ์/จัดทำ

๑๐

มิถุนายน ๒๕๖๓

สุภาทิพย์/ตรวจ

๑๐

มิถุนายน ๒๕๖๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๙๔ ง/หน้า ๑๘/๒๓ เมษายน ๒๕๖๓

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส1. 3/2563 เรื่อง การชะลอการชำระหนี้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3ec2ce69468f3f5e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com