ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ลักษณะและเงื่อนไขการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอย และการรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินจากสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล พ.ศ. 2560
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 28 ธ.ค. 2560 (2017-12-28) · 9 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง
ลักษณะและเงื่อนไขการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอย และการรายงาน
ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินจากสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล
พ.ศ. ๒๕๖๐
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดลักษณะและเงื่อนไขการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอยให้การออกแบบและก่อสร้างระบบฝังกลบมูลฝอยมีการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอยและมีการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินและการปนเปื้อนน้ำใต้ดินจากสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลอย่างถูกต้องเหมาะสม
มีประสิทธิภาพ ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๓ (๓) และ (๘)
แห่งกฎกระทรวงสุขลักษณะการจัดการมูลฝอยทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๐
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ลักษณะและเงื่อนไขการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอย
และการรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินจากสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล
พ.ศ. ๒๕๖๐
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ในประกาศนี้
การป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอยของสถานที่ฝังกลบมูลฝอย หมายความว่า การออกแบบ การก่อสร้าง
และการดำเนินการของสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลที่มีการป้องกันไม่ให้น้ำชะมูลฝอยไหลลงสู่ดินและน้ำใต้ดิน
วัสดุกันซึม หมายความว่า วัสดุธรรมชาติหรือวัสดุสังเคราะห์ที่มีอัตราการไหลซึมต่ำ ใช้ปูพื้นก้นหลุมและผนังด้านข้างของหลุมฝังกลบ
รวมถึงบ่อบำบัดน้ำชะมูลฝอย เช่น ดินเหนียว
วัสดุสังเคราะห์ประเภทแผ่นโพลีเอทธิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene : HDPE) ดินเหนียวสังเคราะห์ (Geosynthetic Clay Liner : GCL) เป็นต้น
บ่อติดตามตรวจสอบ หมายความว่า
บ่อน้ำที่ได้มีการออกแบบและก่อสร้างเป็นการเฉพาะสำหรับตรวจสอบการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน
โดยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของบ่อไม่ต่ำกว่า ๔ นิ้ว และติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม
เพื่อใช้เก็บตัวอย่างน้ำสำหรับการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดิน
ซึ่งอาจได้รับการปนเปื้อนจากน้ำชะมูลฝอย
น้ำใต้ดิน หมายความว่า
น้ำที่อยู่ใต้ดิน และให้หมายความรวมถึงน้ำบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ การออกแบบและการก่อสร้างระบบฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกหลักสุขาภิบาล
ต้องมีการป้องกันการปนเปื้อนจากน้ำชะมูลฝอยลงสู่ดินและน้ำใต้ดิน
โดยใช้วัสดุกันซึมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามหลักวิศวกรรมโดยต้องทนทานต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
เช่น การกัดกร่อนที่จะต้องสัมผัสกับน้ำชะมูลฝอยแรงกระทำจากน้ำหนักมูลฝอย
รวมถึงแรงดันชลศาสตร์ เป็นต้น
ทั้งนี้ ระหว่างการก่อสร้างและก่อนการเปิดใช้งานระบบฝังกลบมูลฝอย
จะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพของระบบเป็นระยะ ประกอบด้วย การตรวจสอบมาตรฐานวัสดุที่ใช้
การตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างและงานติดตั้ง เช่น การบดอัดชั้นดินรองพื้น
การก่อสร้างชั้นกันซึม การเชื่อมต่อวัสดุกันซึมและระบบท่อ
เป็นต้น และการทดสอบความสมบูรณ์ของระบบ รวมทั้งระบบการล้างสิ่งอุดตันเพื่อทำความสะอาดระบบรวบรวมน้ำชะมูลฝอย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ ลักษณะและวิธีการติดตั้งวัสดุกันซึม
ต้องติดตั้งบนพื้นหรือสภาพทางธรณีวิทยาที่สามารถรองรับแรงกดจากน้ำหนักของมูลฝอยและครอบคลุมดินโดยรอบทั้งหมดที่จะต้องสัมผัสกับมูลฝอยหรือน้ำชะมูลฝอย
ดำเนินการได้ดังนี้
(๑) บ่อฝังกลบมูลฝอย
ต้องติดตั้งระบบป้องกันการซึมผ่านของน้ำชะมูลฝอยให้ครอบคลุมพื้นและผนังโดยรอบทั้งหมดที่จะต้องสัมผัสกับมูลฝอยหรือน้ำชะมูลฝอย
ทั้งนี้ ระบบป้องกันการซึมผ่านของน้ำชะมูลฝอยเรียงจากก้นบ่อจนถึงชั้นสัมผัสมูลฝอย
ประกอบด้วย ชั้นดินรองพื้น ชั้นกันซึม และชั้นรวบรวมน้ำชะมูลฝอย
มีรายละเอียดดังนี้
(๑.๑)
ชั้นดินรองพื้นหรือดินเดิมที่มีการบดอัดแน่นสามารถรองรับการยุบตัวของชั้นดินตามหลักวิศวกรรมเพื่อให้พื้นดินมีเสถียรภาพในการรองรับมูลฝอย
ไม่มีหิน กรวด หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ทำให้ชั้นกันซึมได้รับความเสียหาย
(๑.๒) ชั้นกันซึม ในส่วนของพื้นบ่อและผนังบ่อ
ให้ก่อสร้างโดยใช้ดินเหนียวที่มีค่าอัตราการซึมผ่านของน้ำไม่เกิน ๑ x ๑๐ - ๕ เซนติเมตรต่อวินาที มีความหนาไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร หรือดินเหนียวสังเคราะห์
(Geosynthetic Clay Liner : GCL) ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าดินเหนียวข้างต้น
แล้วปูทับด้วยวัสดุสังเคราะห์ประเภทแผ่นโพลีเอทธิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene : HDPE) มีความหนาตั้งแต่ ๑.๕ มิลลิเมตรขึ้นไป
โดยมีอัตราการซึมผ่านของน้ำไม่เกิน ๑ x ๑๐ - ๑๒
เซนติเมตรต่อวินาที และปูทับด้วยแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextiles) มีคุณสมบัติเพียงพอต่อการป้องกันการฉีกขาดของแผ่นโพลีเอทธิลีนชนิดความหนาแน่นสูง
(High Density Polyethylene : HDPE) จากการกองทับของมูลฝอย
วัสดุกลบทับ และการปฏิบัติงานของเครื่องจักรกลระหว่างการดำเนินงานฝังกลบมูลฝอย
ทั้งนี้ กำหนดให้ความลาดเอียงหลังการปูชั้นพื้นบ่อมีความเพียงพอต่อการระบายน้ำ
และความลาดเอียงของผนังบ่อต้องมีเสถียรภาพตามหลักวิศวกรรม
(๑.๓) ชั้นรวบรวมน้ำชะมูลฝอย เป็นชั้นทรายหยาบ
ที่มีค่าอัตราการซึมผ่านของน้ำไม่น้อยกว่า ๑ x ๑๐ - ๓
เซนติเมตรต่อวินาที ความหนา ๕๐ เซนติเมตร เป็นชั้นที่รวบรวมน้ำชะมูลฝอยไปยังบ่อเก็บกักหรือระบบบำบัดน้ำชะมูลฝอย
ภายในชั้นทราย ประกอบด้วย
ระบบรวบรวมน้ำชะมูลฝอยและระบบสูบน้ำชะมูลฝอยเพื่อการบำบัดและล้างสิ่งอุดตัน
รายละเอียดดังนี้
(ก) ระบบรวบรวมน้ำชะมูลฝอย ประกอบด้วย
ท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอยและบ่อพักโดยท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอยหลัก
ทำด้วยวัสดุประเภทโพลีเอทธิลีน (Polyethylene : PE) หรือโพลีเอทธิลีน ชนิดความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene : HDPE) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๖ นิ้ว และทนต่อแรงกดทับของการจัดการมูลฝอย
สำหรับท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอยแบบแขนง
ต้องมีการเจาะรูให้มีขนาด จำนวน และระยะห่างที่มีความสามารถในการระบายน้ำชะมูลฝอยที่เกิดขึ้นอย่างเพียงพอและต้องรักษาค่าแรงดันทางชลศาสตร์เหนือชั้นวัสดุกันซึมไม่เกิน
๓๐ เซนติเมตร เมื่อเทียบกับความสูงของน้ำ โดยเมื่อเจาะรูท่อแล้วต้องไม่ส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติความแข็งแรงของท่อที่ต้องทนต่อแรงกดทับของการจัดการมูลฝอย
ทั้งนี้
กำหนดให้ความลาดเอียงหลังการปูชั้นพื้นบ่อมีความเพียงพอต่อการระบายน้ำและความลาดเอียงของผนังบ่อต้องมีเสถียรภาพตามหลักวิศวกรรม
(ข) ระบบสูบน้ำชะมูลฝอยเพื่อการบำบัดและล้างสิ่งอุดตัน
ประกอบด้วย บ่อพักน้ำชะมูลฝอยหรือท่อแนวตั้งหรือแนวระนาบกับผนังบ่อ
ทำหน้าที่รวบรวมน้ำชะมูลฝอยจากระบบรวบรวมน้ำชะมูลฝอย
โดยออกแบบและก่อสร้างให้แข็งแรงและสามารถรองรับแรงกระทำจากกระบวนการฝังกลบ และติดตั้งระบบสูบน้ำชะมูลฝอยให้เพียงพอกับปริมาณน้ำชะมูลฝอยที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ให้มีการออกแบบและก่อสร้างระบบล้างสิ่งอุดตันในท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอยให้เพียงพอ
และมีการติดตามตรวจสอบการทำงาน และบำรุงรักษาระบบอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
รวมถึงการตรวจสอบและแก้ไขการอุดตันของท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอยด้วย
(๒) ระบบบำบัดน้ำชะมูลฝอย
ต้องออกแบบและติดตั้งโดยมีเกณฑ์ดังนี้
(๒.๑)
มีบ่อเก็บกักที่มีปริมาตรเพียงพอในการรวบรวมน้ำชะมูลฝอย
และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงบนบ่อเก็บกัก
โดยพื้นและผนังบ่อให้ใช้ดินเหนียวที่มีค่าอัตราการซึมผ่านของน้ำไม่เกิน ๑ x ๑๐ ๕ เซนติเมตรต่อวินาที มีความหนาไม่น้อยกว่า ๖๐
เซนติเมตร หรือดินเหนียวสังเคราะห์ (Geosynthetic Clay Liner : GCL) ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าดินเหนียวข้างต้น
แล้วปูทับด้วยวัสดุสังเคราะห์ประเภทแผ่นโพลีเอทธิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene : HDPE) มีความหนาตั้งแต่ ๑.๕ มิลลิเมตรขึ้นไป
โดยมีอัตราการซึมผ่านของน้ำไม่เกิน ๑ x ๑๐ - ๑๒
เซนติเมตรต่อวินาที
(๒.๒)
มีระบบบำบัดน้ำชะมูลฝอยและควบคุมน้ำทิ้งก่อนระบายออกสู่ภายนอก
ไม่ให้เกินมาตรฐานน้ำทิ้งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ การติดตามตรวจสอบการดำเนินการฝังกลบมูลฝอยทั่วไป
ให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ทั้งนี้
ให้รวมถึงการตรวจสอบและแก้ไขการอุดตันของท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ ให้มีการติดตั้งบ่อติดตามตรวจสอบ (Monitoring well) เพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดิน
จำนวนอย่างน้อย ๓ บ่อ ประกอบด้วย บ่ออ้างอิง ๑ บ่อ และบ่อติดตามตรวจสอบ ๒ บ่อ
โดยทั้ง ๓ บ่อ อยู่ในแนวเดียวกับทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน
โดยบ่ออ้างอิงให้อยู่ในตำแหน่งเหนือน้ำหรือในทิศทางลาดเอียงขึ้นของการไหลของน้ำใต้ดิน
(Up - gradient) ที่ไหลผ่านบ่อฝังกลบ
ในกรณีที่มีบ่ออ้างอิงมากกว่า ๑ บ่อ
ให้ระยะห่างระหว่างบ่อในแนวระนาบที่ตั้งฉากกับทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน
ห่างกันไม่เกิน ๔๕๐ เมตร
และบ่อติดตามตรวจสอบให้อยู่ในตำแหน่งท้ายน้ำหรือในทิศทางลาดเอียงลงของการไหลของน้ำใต้ดิน
(Down - gradient) ที่ไหลผ่านบ่อฝังกลบ จำนวนอย่างน้อย
๒ บ่อ ให้ระยะห่างระหว่างบ่อในแนวระนาบที่ตั้งฉากกับทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน ห่างกันไม่เกิน
๑๕๐ เมตร
วิธีการเก็บตัวอย่างและตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การติดตั้งบ่อติดตามตรวจสอบตามวรรคหนึ่งจะต้องให้มีระดับความลึกของบ่อจากระดับน้ำใต้ดินลงไปมากพอเพื่อให้มีปริมาณน้ำใต้ดินอยู่ในบ่อดังกล่าวเพียงพอเพื่อดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดินได้
ในกรณีที่บ่อฝังกลบมีความลึกมากกว่าระดับชั้นน้ำชั้นแรก
ให้ติดตั้งบ่อติดตามตรวจสอบน้ำใต้ดินถึงความลึกชั้นถัดไปเพิ่มอีกหนึ่งชุดด้วย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ ให้มีการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินบริเวณพื้นที่ฝังกลบมูลฝอยการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์น้ำจากบ่อติดตามตรวจสอบอย่างน้อยปีละ
๒ ครั้ง ครอบคลุมในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง
เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ตลอดเวลา
โดยมีรายละเอียดการดำเนินการดังนี้
(๑)
จัดทำแผนผังแสดงจุดเก็บตัวอย่าง โดยระบุมาตราส่วน ระดับน้ำใต้ดิน ทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน
และพิกัดตำแหน่งบ่อติดตามตรวจสอบ
(๒) ให้เก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำใต้ดิน
ทั้งก่อนเริ่มโครงการ ในระหว่างการดำเนินงานอย่างน้อยปีละ
๒ ครั้ง และหลังจากปิดสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลแล้ว ปีละ ๒ ครั้ง
เป็นระยะเวลา ๑๐ ปีติดต่อกัน
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐
ปิยะสกล
สกลสัตยาทร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ปวันวิทย์/อัญชลี/จัดทำ
๔ มกราคม ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง/หน้า ๑๗/๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).