法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ลักษณะและเงื่อนไขการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอย และการรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินจากสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง

ลักษณะและเงื่อนไขการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอย และการรายงาน

ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินจากสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล

พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดลักษณะและเงื่อนไขการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอยให้การออกแบบและก่อสร้างระบบฝังกลบมูลฝอยมีการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอยและมีการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินและการปนเปื้อนน้ำใต้ดินจากสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลอย่างถูกต้องเหมาะสม

มีประสิทธิภาพ ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๓ (๓) และ (๘)

แห่งกฎกระทรวงสุขลักษณะการจัดการมูลฝอยทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๐

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า

“ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ลักษณะและเงื่อนไขการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอย

และการรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินจากสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล

พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“การป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอยของสถานที่ฝังกลบมูลฝอย” หมายความว่า การออกแบบ การก่อสร้าง

และการดำเนินการของสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลที่มีการป้องกันไม่ให้น้ำชะมูลฝอยไหลลงสู่ดินและน้ำใต้ดิน

“วัสดุกันซึม” หมายความว่า วัสดุธรรมชาติหรือวัสดุสังเคราะห์ที่มีอัตราการไหลซึมต่ำ ใช้ปูพื้นก้นหลุมและผนังด้านข้างของหลุมฝังกลบ

รวมถึงบ่อบำบัดน้ำชะมูลฝอย เช่น ดินเหนียว

วัสดุสังเคราะห์ประเภทแผ่นโพลีเอทธิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene : HDPE) ดินเหนียวสังเคราะห์ (Geosynthetic Clay Liner : GCL) เป็นต้น

“บ่อติดตามตรวจสอบ” หมายความว่า

บ่อน้ำที่ได้มีการออกแบบและก่อสร้างเป็นการเฉพาะสำหรับตรวจสอบการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน

โดยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของบ่อไม่ต่ำกว่า ๔ นิ้ว และติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม

เพื่อใช้เก็บตัวอย่างน้ำสำหรับการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดิน

ซึ่งอาจได้รับการปนเปื้อนจากน้ำชะมูลฝอย

“น้ำใต้ดิน” หมายความว่า

น้ำที่อยู่ใต้ดิน และให้หมายความรวมถึงน้ำบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การออกแบบและการก่อสร้างระบบฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกหลักสุขาภิบาล

ต้องมีการป้องกันการปนเปื้อนจากน้ำชะมูลฝอยลงสู่ดินและน้ำใต้ดิน

โดยใช้วัสดุกันซึมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามหลักวิศวกรรมโดยต้องทนทานต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

เช่น การกัดกร่อนที่จะต้องสัมผัสกับน้ำชะมูลฝอยแรงกระทำจากน้ำหนักมูลฝอย

รวมถึงแรงดันชลศาสตร์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ระหว่างการก่อสร้างและก่อนการเปิดใช้งานระบบฝังกลบมูลฝอย

จะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพของระบบเป็นระยะ ประกอบด้วย การตรวจสอบมาตรฐานวัสดุที่ใช้

การตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างและงานติดตั้ง เช่น การบดอัดชั้นดินรองพื้น

การก่อสร้างชั้นกันซึม การเชื่อมต่อวัสดุกันซึมและระบบท่อ

เป็นต้น และการทดสอบความสมบูรณ์ของระบบ รวมทั้งระบบการล้างสิ่งอุดตันเพื่อทำความสะอาดระบบรวบรวมน้ำชะมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ลักษณะและวิธีการติดตั้งวัสดุกันซึม

ต้องติดตั้งบนพื้นหรือสภาพทางธรณีวิทยาที่สามารถรองรับแรงกดจากน้ำหนักของมูลฝอยและครอบคลุมดินโดยรอบทั้งหมดที่จะต้องสัมผัสกับมูลฝอยหรือน้ำชะมูลฝอย

ดำเนินการได้ดังนี้

(๑) บ่อฝังกลบมูลฝอย

ต้องติดตั้งระบบป้องกันการซึมผ่านของน้ำชะมูลฝอยให้ครอบคลุมพื้นและผนังโดยรอบทั้งหมดที่จะต้องสัมผัสกับมูลฝอยหรือน้ำชะมูลฝอย

ทั้งนี้ ระบบป้องกันการซึมผ่านของน้ำชะมูลฝอยเรียงจากก้นบ่อจนถึงชั้นสัมผัสมูลฝอย

ประกอบด้วย ชั้นดินรองพื้น ชั้นกันซึม และชั้นรวบรวมน้ำชะมูลฝอย

มีรายละเอียดดังนี้

(๑.๑)

ชั้นดินรองพื้นหรือดินเดิมที่มีการบดอัดแน่นสามารถรองรับการยุบตัวของชั้นดินตามหลักวิศวกรรมเพื่อให้พื้นดินมีเสถียรภาพในการรองรับมูลฝอย

ไม่มีหิน กรวด หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ทำให้ชั้นกันซึมได้รับความเสียหาย

(๑.๒) ชั้นกันซึม ในส่วนของพื้นบ่อและผนังบ่อ

ให้ก่อสร้างโดยใช้ดินเหนียวที่มีค่าอัตราการซึมผ่านของน้ำไม่เกิน ๑ x ๑๐ - ๕ เซนติเมตรต่อวินาที มีความหนาไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร หรือดินเหนียวสังเคราะห์

(Geosynthetic Clay Liner : GCL) ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าดินเหนียวข้างต้น

แล้วปูทับด้วยวัสดุสังเคราะห์ประเภทแผ่นโพลีเอทธิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene : HDPE) มีความหนาตั้งแต่ ๑.๕ มิลลิเมตรขึ้นไป

โดยมีอัตราการซึมผ่านของน้ำไม่เกิน ๑ x ๑๐ - ๑๒

เซนติเมตรต่อวินาที และปูทับด้วยแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextiles) มีคุณสมบัติเพียงพอต่อการป้องกันการฉีกขาดของแผ่นโพลีเอทธิลีนชนิดความหนาแน่นสูง

(High Density Polyethylene : HDPE) จากการกองทับของมูลฝอย

วัสดุกลบทับ และการปฏิบัติงานของเครื่องจักรกลระหว่างการดำเนินงานฝังกลบมูลฝอย

ทั้งนี้ กำหนดให้ความลาดเอียงหลังการปูชั้นพื้นบ่อมีความเพียงพอต่อการระบายน้ำ

และความลาดเอียงของผนังบ่อต้องมีเสถียรภาพตามหลักวิศวกรรม

(๑.๓) ชั้นรวบรวมน้ำชะมูลฝอย เป็นชั้นทรายหยาบ

ที่มีค่าอัตราการซึมผ่านของน้ำไม่น้อยกว่า ๑ x ๑๐ - ๓

เซนติเมตรต่อวินาที ความหนา ๕๐ เซนติเมตร เป็นชั้นที่รวบรวมน้ำชะมูลฝอยไปยังบ่อเก็บกักหรือระบบบำบัดน้ำชะมูลฝอย

ภายในชั้นทราย ประกอบด้วย

ระบบรวบรวมน้ำชะมูลฝอยและระบบสูบน้ำชะมูลฝอยเพื่อการบำบัดและล้างสิ่งอุดตัน

รายละเอียดดังนี้

(ก) ระบบรวบรวมน้ำชะมูลฝอย ประกอบด้วย

ท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอยและบ่อพักโดยท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอยหลัก

ทำด้วยวัสดุประเภทโพลีเอทธิลีน (Polyethylene : PE) หรือโพลีเอทธิลีน ชนิดความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene : HDPE) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๖ นิ้ว และทนต่อแรงกดทับของการจัดการมูลฝอย

สำหรับท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอยแบบแขนง

ต้องมีการเจาะรูให้มีขนาด จำนวน และระยะห่างที่มีความสามารถในการระบายน้ำชะมูลฝอยที่เกิดขึ้นอย่างเพียงพอและต้องรักษาค่าแรงดันทางชลศาสตร์เหนือชั้นวัสดุกันซึมไม่เกิน

๓๐ เซนติเมตร เมื่อเทียบกับความสูงของน้ำ โดยเมื่อเจาะรูท่อแล้วต้องไม่ส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติความแข็งแรงของท่อที่ต้องทนต่อแรงกดทับของการจัดการมูลฝอย

ทั้งนี้

กำหนดให้ความลาดเอียงหลังการปูชั้นพื้นบ่อมีความเพียงพอต่อการระบายน้ำและความลาดเอียงของผนังบ่อต้องมีเสถียรภาพตามหลักวิศวกรรม

(ข) ระบบสูบน้ำชะมูลฝอยเพื่อการบำบัดและล้างสิ่งอุดตัน

ประกอบด้วย บ่อพักน้ำชะมูลฝอยหรือท่อแนวตั้งหรือแนวระนาบกับผนังบ่อ

ทำหน้าที่รวบรวมน้ำชะมูลฝอยจากระบบรวบรวมน้ำชะมูลฝอย

โดยออกแบบและก่อสร้างให้แข็งแรงและสามารถรองรับแรงกระทำจากกระบวนการฝังกลบ และติดตั้งระบบสูบน้ำชะมูลฝอยให้เพียงพอกับปริมาณน้ำชะมูลฝอยที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ให้มีการออกแบบและก่อสร้างระบบล้างสิ่งอุดตันในท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอยให้เพียงพอ

และมีการติดตามตรวจสอบการทำงาน และบำรุงรักษาระบบอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

รวมถึงการตรวจสอบและแก้ไขการอุดตันของท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอยด้วย

(๒) ระบบบำบัดน้ำชะมูลฝอย

ต้องออกแบบและติดตั้งโดยมีเกณฑ์ดังนี้

(๒.๑)

มีบ่อเก็บกักที่มีปริมาตรเพียงพอในการรวบรวมน้ำชะมูลฝอย

และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงบนบ่อเก็บกัก

โดยพื้นและผนังบ่อให้ใช้ดินเหนียวที่มีค่าอัตราการซึมผ่านของน้ำไม่เกิน ๑ x ๑๐ – ๕ เซนติเมตรต่อวินาที มีความหนาไม่น้อยกว่า ๖๐

เซนติเมตร หรือดินเหนียวสังเคราะห์ (Geosynthetic Clay Liner : GCL) ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าดินเหนียวข้างต้น

แล้วปูทับด้วยวัสดุสังเคราะห์ประเภทแผ่นโพลีเอทธิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene : HDPE) มีความหนาตั้งแต่ ๑.๕ มิลลิเมตรขึ้นไป

โดยมีอัตราการซึมผ่านของน้ำไม่เกิน ๑ x ๑๐ - ๑๒

เซนติเมตรต่อวินาที

(๒.๒)

มีระบบบำบัดน้ำชะมูลฝอยและควบคุมน้ำทิ้งก่อนระบายออกสู่ภายนอก

ไม่ให้เกินมาตรฐานน้ำทิ้งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การติดตามตรวจสอบการดำเนินการฝังกลบมูลฝอยทั่วไป

ให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ทั้งนี้

ให้รวมถึงการตรวจสอบและแก้ไขการอุดตันของท่อรวบรวมน้ำชะมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มีการติดตั้งบ่อติดตามตรวจสอบ (Monitoring well) เพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดิน

จำนวนอย่างน้อย ๓ บ่อ ประกอบด้วย บ่ออ้างอิง ๑ บ่อ และบ่อติดตามตรวจสอบ ๒ บ่อ

โดยทั้ง ๓ บ่อ อยู่ในแนวเดียวกับทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน

โดยบ่ออ้างอิงให้อยู่ในตำแหน่งเหนือน้ำหรือในทิศทางลาดเอียงขึ้นของการไหลของน้ำใต้ดิน

(Up - gradient) ที่ไหลผ่านบ่อฝังกลบ

ในกรณีที่มีบ่ออ้างอิงมากกว่า ๑ บ่อ

ให้ระยะห่างระหว่างบ่อในแนวระนาบที่ตั้งฉากกับทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน

ห่างกันไม่เกิน ๔๕๐ เมตร

และบ่อติดตามตรวจสอบให้อยู่ในตำแหน่งท้ายน้ำหรือในทิศทางลาดเอียงลงของการไหลของน้ำใต้ดิน

(Down - gradient) ที่ไหลผ่านบ่อฝังกลบ จำนวนอย่างน้อย

๒ บ่อ ให้ระยะห่างระหว่างบ่อในแนวระนาบที่ตั้งฉากกับทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน ห่างกันไม่เกิน

๑๕๐ เมตร

วิธีการเก็บตัวอย่างและตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

การติดตั้งบ่อติดตามตรวจสอบตามวรรคหนึ่งจะต้องให้มีระดับความลึกของบ่อจากระดับน้ำใต้ดินลงไปมากพอเพื่อให้มีปริมาณน้ำใต้ดินอยู่ในบ่อดังกล่าวเพียงพอเพื่อดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดินได้

ในกรณีที่บ่อฝังกลบมีความลึกมากกว่าระดับชั้นน้ำชั้นแรก

ให้ติดตั้งบ่อติดตามตรวจสอบน้ำใต้ดินถึงความลึกชั้นถัดไปเพิ่มอีกหนึ่งชุดด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้มีการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินบริเวณพื้นที่ฝังกลบมูลฝอยการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์น้ำจากบ่อติดตามตรวจสอบอย่างน้อยปีละ

๒ ครั้ง ครอบคลุมในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง

เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ตลอดเวลา

โดยมีรายละเอียดการดำเนินการดังนี้

(๑)

จัดทำแผนผังแสดงจุดเก็บตัวอย่าง โดยระบุมาตราส่วน ระดับน้ำใต้ดิน ทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน

และพิกัดตำแหน่งบ่อติดตามตรวจสอบ

(๒) ให้เก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำใต้ดิน

ทั้งก่อนเริ่มโครงการ ในระหว่างการดำเนินงานอย่างน้อยปีละ

๒ ครั้ง และหลังจากปิดสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลแล้ว ปีละ ๒ ครั้ง

เป็นระยะเวลา ๑๐ ปีติดต่อกัน

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐

ปิยะสกล

สกลสัตยาทร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ปวันวิทย์/อัญชลี/จัดทำ

๔ มกราคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๓๒๓ ง/หน้า ๑๗/๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๐

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ลักษณะและเงื่อนไขการป้องกันการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินจากน้ำชะมูลฝอย และการรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินจากสถานที่ฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3fc4a882c70eb36e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com