法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศ อ.ก.พ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่อง หลักเกณฑ์คุณสมบัติ การประเมินความรู้ความสามารถ และการทดสอบความรู้ ความสามารถ เพื่อการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ตั้งแต่ระดับ 8 ลงมา

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศ อ

ประกาศ

อ.ก.พ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ

เรื่อง

หลักเกณฑ์คุณสมบัติ การประเมินความรู้ความสามารถ และการทดสอบความรู้

ความสามารถ

เพื่อการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ

ตั้งแต่ระดับ

๘ ลงมา

โดยที่พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้กำหนดให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

และเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ

โดยต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

นอกจากนั้นยังได้กำหนดคุณสมบัติของบุคคลเพื่อการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่ง

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ การประเมินความรู้ความสามารถเพื่อการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

และการทดสอบความรู้ความสามารถเพื่อการบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ

ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ อ.ก.พ. กรมสอบสวนคดีพิเศษกำหนดด้วย

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา ๑๕ วรรคสอง (๑) (๒)

(๓) (๔) และ (๕) มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ อ.ก.พ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ

จึงกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติ การประเมินความรู้ความสามารถ

และการทดสอบความรู้ความสามารถ เพื่อการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

และเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ตั้งแต่ระดับ ๘ ลงมาไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดต่อไปนี้

(๑)

ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่คดีพิเศษไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ และรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่คดีพิเศษต่อเนื่องหรือรวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

(๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางกฎหมาย

และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน

ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗

ในตำแหน่งและส่วนราชการที่จะบรรจุและแต่งตั้ง นับแต่สำเร็จการศึกษาดังกล่าวไม่น้อยกว่าสามปี

ในการประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔

และดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ ๖

หรือดำรงตำแหน่งอื่นในหน่วยงานของรัฐที่เทียบเท่า

(๓) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททางกฎหมาย

หรือสอบไล่ได้เป็นเนติบัณฑิตตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ

พ.ศ. ๒๕๔๗ ในตำแหน่งและส่วนราชการที่จะบรรจุและแต่งตั้ง

นับแต่สำเร็จการศึกษาดังกล่าวไม่น้อยกว่าห้าปี ในการประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อ

(๔) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมาย

และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ

พ.ศ. ๒๕๔๗

ในตำแหน่งและส่วนราชการที่จะบรรจุและแต่งตั้งนับแต่สำเร็จการศึกษาดังกล่าวไม่น้อยกว่าสามปี

ในการประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔

(๕)

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาใดสาขาหนึ่งและมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ

พ.ศ. ๒๕๔๗ ในตำแหน่งและส่วนราชการที่จะบรรจุและแต่งตั้ง

นับแต่สำเร็จการศึกษาดังกล่าวไม่น้อยกว่าสิบปี ในข้อหนึ่งข้อใดดังต่อไปนี้

ก. รับราชการเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสอบสวน

ปราบปราม จับกุมผู้กระทำผิด

หรือทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาและบังคับใช้กฎหมาย

ซึ่งมีโทษทางอาญาหรือทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริง

หรือปฏิบัติงานในหน้าที่กรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการ

ซึ่งผู้บังคับบัญชาให้การรับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวรวมแล้วไม่น้อยกว่า

๒๕ เรื่อง

ข. ปฏิบัติงานอื่นใดซึ่งได้คำนึงถึงข้อเท็จจริง

และประโยชน์ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้รับ เช่น งานด้านความมั่นคง

งานด้านวิศวกรรมและการออกแบบ งานด้านอนามัยและการแพทย์ งานด้านการศึกษา

งานงบประมาณ งานการเงินการคลัง งานจัดซื้อจัดจ้าง งานสำรวจและรังวัดที่ดิน

งานเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

ให้บรรจุและแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๕

แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗

และบุคคลนั้นต้องผ่านการประเมินครบถ้วนทั้งสองขั้นตอนแล้ว ดังนี้

(๑)

ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถที่ได้พิจารณากำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและกรรมการซึ่งเป็น อ.ก.พ.

กรมสอบสวนคดีพิเศษโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งอีกไม่น้อยกว่าสองคน

(๒) ผ่านการประเมินคุณสมบัติบุคคล

ตามความเหมาะสมและผลงาน เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ตามที่

ก.พ. กำหนด

เว้นแต่เป็นการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ได้รับการอนุมัติให้ปรับปรุงตำแหน่งเป็นการชั่วคราว

หรือเป็นตำแหน่งที่สามารถบรรจุและแต่งตั้งได้โดยไม่ต้องผ่านการประเมิน

ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่งเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ

ให้บรรจุและแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๖

แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถ

ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑)

จะต้องผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถโดยวิธีสอบข้อเขียน หรือวิธีสอบปฏิบัติ

หรือโดยวิธีประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้พิจารณากำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือผู้ที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมอบหมาย

และกรรมการซึ่งเป็น อ.ก.พ. กรมสอบสวนคดีพิเศษโดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งอีกไม่น้อยกว่าสองคน

(๒)

กรณีเป็นการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเพื่อเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่คดีพิเศษในระดับบรรจุ

ให้ถือว่าผู้ที่ผ่านการสอบแข่งขัน หรือการสอบคัดเลือก

และได้รับการขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันหรือสอบคัดเลือกได้ ตามหลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน

หรือการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

และ ก.พ. กำหนด เป็นผู้ที่ผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถตามข้อ (๑)

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ประสบการณ์ในการประกอบวิชาชีพเกี่ยวเนื่องกับกฎหมายตามข้อ ๑ (๒) (๓) และ

(๔) คือข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ประจำ

ผู้สอนวิชากฎหมายในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งคณบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า

ให้การรับรองว่าได้สอนวิชากฎหมายในวิชาหนึ่ง วิชาใด หรือหลายวิชา ได้แก่

กฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายลักษณะพยาน พระธรรมนูญศาลยุติธรรม

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวง และวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง กฎหมายปกครอง

หรือกฎหมายอื่นที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗

และที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ตามมาตรา ๒๑

วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗

(๒) เป็นหรือเคยเป็น ข้าราชการ

พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานองค์กรของรัฐ ตำแหน่งนิติกร

หรือตำแหน่งอื่น ซึ่งผู้บังคับบัญชาให้การรับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร ตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.พ. กำหนด หรือใช้มาตรฐานในสายงานนิติการของ ก.พ. โดยอนุโลม

หรือเคยผ่านการประเมินคุณสมบัติบุคคล ความเหมาะสม ผลงาน

และได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ในตำแหน่งนิติกร

ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด หรือใช้หลักเกณฑ์ของ ก.พ. โดยอนุโลม

(๓) เป็นหรือเคยเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ

นายทหารพระธรรมนูญ ซึ่งปฏิบัติงานด้านการสอบสวนคดีอาญา

และผู้บังคับบัญชาให้การรับรองว่าได้ปฏิบัติงาน

หรือมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานด้านการสอบสวนคดีอาญาหรือเคยปฏิบัติงานด้านวินัยมาแล้วไม่น้อยกว่า

ก. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑

(๒) จำนวน

๒๐ เรื่อง

ข. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑

(๓) จำนวน

๑๕ เรื่อง

ค. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑

(๔) จำนวน

๑๐ เรื่อง

(๔) เป็นหรือเคยเป็น ผู้พิพากษา ตุลาการศาลปกครอง

ตุลาการพระธรรมนูญ พนักงานอัยการ อัยการทหาร

(๕) เป็นหรือเคยเป็น ทนายความ

ซึ่งได้ว่าความในคดีอาญาในศาล โดยทำหน้าที่หรือมีส่วนร่วมในการทำหน้าที่ทนายความ

ตามแบบการรับรองที่กรมสอบสวนคดีพิเศษกำหนดมาแล้วไม่น้อยกว่า

ก. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑

(๒) จำนวน

๒๐ เรื่อง

ข. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑

(๓) จำนวน

๑๕ เรื่อง

ค. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑

(๔) จำนวน

๑๐ เรื่อง

(๖) เป็นหรือเคยเป็น ข้าราชการ

ผู้ปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสอบสวน ปราบปราม จับกุมผู้กระทำผิด

หรือทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาและบังคับใช้กฎหมายซึ่งมีโทษทางอาญา

ซึ่งผู้บังคับบัญชาให้การรับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า

ก. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑

(๒) จำนวน

๒๐ เรื่อง

ข. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑

(๓) จำนวน

๑๕ เรื่อง

ค. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑

(๔) จำนวน

๑๐ เรื่อง

(๗) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการ

ตำแหน่งนักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน

ซึ่งผู้บังคับบัญชาให้การรับรองว่าได้ปฏิบัติงานกฎหมายอย่างแท้จริง

ในหน้าที่นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.พ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

หลักเกณฑ์การประเมินความรู้ความสามารถเพี่อการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

และการทดสอบความรู้ความสามารถเพื่อการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ

ซึ่งได้พิจารณากำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการตามข้อ ๒ (๑) และตามข้อ ๓ (๑) ตามลำดับนั้น

ต้องเป็นหลักเกณฑ์ที่ผ่านการพิจารณาและให้ความเห็นชอบโดย อ.ก.พ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ใช้หลักเกณฑ์ตามความในประกาศนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘

พลตำรวจเอก

สมบัติ อมรวิวัฒน์

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ประธาน

อ.ก.พ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ

ดลธี/พิมพ์

มีนาคม ๒๕๕๔

พรรณิศา/ผู้จัดทำ

มีนาคม ๒๕๕๔

เลิศศักดิ์/ผู้ตรวจ

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศ อ.ก.พ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่อง หลักเกณฑ์คุณสมบัติ การประเมินความรู้ความสามารถ และการทดสอบความรู้ ความสามารถ เพื่อการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ตั้งแต่ระดับ 8 ลงมา (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3ffad69a3386e116

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com