ข้อ ๔
ประสบการณ์ในการประกอบวิชาชีพเกี่ยวเนื่องกับกฎหมายตามข้อ ๑ (๒) (๓) และ
(๔) คือข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ประจำ
ผู้สอนวิชากฎหมายในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งคณบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า
ให้การรับรองว่าได้สอนวิชากฎหมายในวิชาหนึ่ง วิชาใด หรือหลายวิชา ได้แก่
กฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายลักษณะพยาน พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวง และวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง กฎหมายปกครอง
หรือกฎหมายอื่นที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
และที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ตามมาตรา ๒๑
วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
(๒) เป็นหรือเคยเป็น ข้าราชการ
พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานองค์กรของรัฐ ตำแหน่งนิติกร
หรือตำแหน่งอื่น ซึ่งผู้บังคับบัญชาให้การรับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร ตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่
ก.พ. กำหนด หรือใช้มาตรฐานในสายงานนิติการของ ก.พ. โดยอนุโลม
หรือเคยผ่านการประเมินคุณสมบัติบุคคล ความเหมาะสม ผลงาน
และได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ในตำแหน่งนิติกร
ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด หรือใช้หลักเกณฑ์ของ ก.พ. โดยอนุโลม
(๓) เป็นหรือเคยเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ
นายทหารพระธรรมนูญ ซึ่งปฏิบัติงานด้านการสอบสวนคดีอาญา
และผู้บังคับบัญชาให้การรับรองว่าได้ปฏิบัติงาน
หรือมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานด้านการสอบสวนคดีอาญาหรือเคยปฏิบัติงานด้านวินัยมาแล้วไม่น้อยกว่า
ก. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑
(๒) จำนวน
๒๐ เรื่อง
ข. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑
(๓) จำนวน
๑๕ เรื่อง
ค. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑
(๔) จำนวน
๑๐ เรื่อง
(๔) เป็นหรือเคยเป็น ผู้พิพากษา ตุลาการศาลปกครอง
ตุลาการพระธรรมนูญ พนักงานอัยการ อัยการทหาร
(๕) เป็นหรือเคยเป็น ทนายความ
ซึ่งได้ว่าความในคดีอาญาในศาล โดยทำหน้าที่หรือมีส่วนร่วมในการทำหน้าที่ทนายความ
ตามแบบการรับรองที่กรมสอบสวนคดีพิเศษกำหนดมาแล้วไม่น้อยกว่า
ก. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑
(๒) จำนวน
๒๐ เรื่อง
ข. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑
(๓) จำนวน
๑๕ เรื่อง
ค. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑
(๔) จำนวน
๑๐ เรื่อง
(๖) เป็นหรือเคยเป็น ข้าราชการ
ผู้ปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสอบสวน ปราบปราม จับกุมผู้กระทำผิด
หรือทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาและบังคับใช้กฎหมายซึ่งมีโทษทางอาญา
ซึ่งผู้บังคับบัญชาให้การรับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า
ก. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑
(๒) จำนวน
๒๐ เรื่อง
ข. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑
(๓) จำนวน
๑๕ เรื่อง
ค. ผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑
(๔) จำนวน
๑๐ เรื่อง
(๗) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการ
ตำแหน่งนักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน
ซึ่งผู้บังคับบัญชาให้การรับรองว่าได้ปฏิบัติงานกฎหมายอย่างแท้จริง
ในหน้าที่นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.พ. กำหนด