法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง

(ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๔

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า “ผู้เข้ารับการฝึกอบรม” ในข้อ ๓ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

““ผู้เข้ารับการฝึกอบรม” หมายความว่า

(๑) ตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง

หรือลูกจ้างของสำนักงาน

และให้หมายความรวมถึงบุคคลที่ได้ผ่านการคัดเลือกเพื่อเสนอแต่งตั้งให้เป็นตุลาการศาลปกครอง

แต่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

และบุคคลที่ผ่านการสอบแข่งขันหรือการคัดเลือก

แต่ยังอยู่ในระหว่างรอการบรรจุแต่งตั้งหรือจ้างเป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

พนักงานราชการศาลปกครอง หรือลูกจ้างของสำนักงาน แล้วแต่กรณี หรือ

(๒)

เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐที่สำนักงานเห็นสมควรให้เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมที่สำนักงานเป็นผู้จัด

หรือ

(๓)

บุคคลที่มิใช่บุคลากรของรัฐที่สำนักงานเห็นสมควรให้เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมที่สำนักงานเป็นผู้จัด

การจัดฝึกอบรมตาม (๒) และ (๓)

ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาหลักกฎหมายมหาชน การบริหารราชการแผ่นดิน

การพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมายมหาชน

หรือการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาลปกครอง”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า “การฝึกอบรมระดับต้น” “การฝึกอบรมระดับกลาง” และ “การฝึกอบรมระดับสูง” ในข้อ ๓

ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

““การฝึกอบรมประเภท ก” หมายความว่า

การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นตุลาการศาลปกครอง

ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ

ประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทบริหารระดับต้นและระดับสูง

หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า

“การฝึกอบรมประเภท ข” หมายความว่า

การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน

ระดับชำนาญงาน และระดับอาวุโส ประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ

ประเภทอำนวยการระดับต้น หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า

และให้หมายความรวมถึงการฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นพนักงานราชการศาลปกครองหรือลูกจ้างของสำนักงานด้วย

“การฝึกอบรมบุคคลภายนอก” หมายความว่า

การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ยกเลิกความในข้อ ๘ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๘

ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการเดินทางไปจัดการฝึกอบรม

การเข้ารับการฝึกอบรม และการเดินทางไปต่างประเทศ

ตามที่กำหนดในหลักสูตรการฝึกอบรมทุกหลักสูตร

(๑) เลขาธิการ สำหรับข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง

และลูกจ้างของสำนักงาน ทุกตำแหน่ง

(๒) อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น สำหรับตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นในศาลนั้น

(๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด สำหรับตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น

ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำศาลปกครองสูงสุด

และเลขาธิการ”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความใน

(๑) และ (๒) ของข้อ ๑๑ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม

แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตาม

(๒) ตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง

และลูกจ้างของสำนักงาน ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการฝึกอบรม”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๔ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๔

การเทียบตำแหน่งของบุคคลตามข้อ ๑๑ (๑) (๒) (๓) (๔) (๖)

ที่มิได้เป็นข้าราชการ พนักงาน

หรือลูกจ้างของทางราชการเพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

ให้เทียบตำแหน่งดังนี้

(๑) บุคคลที่สำนักงานหรือทางราชการกำหนดเทียบระดับตำแหน่งไว้แล้ว

(๒) บุคคลที่เคยรับราชการมาแล้ว ให้เทียบตามระดับตำแหน่งหรือชั้นยศครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการ

(๓) วิทยากรในการฝึกอบรมประเภท ก

ให้เทียบเท่าข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง สำหรับการฝึกอบรมประเภท ข

และการฝึกอบรมบุคคลภายนอก ให้เทียบเท่าข้าราชการตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น

(๔) นอกจาก (๑) (๒) หรือ (๓)

ให้เลขาธิการพิจารณาเทียบตำแหน่งตามความจำเป็นและเหมาะสม

โดยถือหลักการเทียบตำแหน่งของสำนักงานหรือทางราชการตาม (๑) เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๔/๑

ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓

“ข้อ ๑๔/๑

การเทียบตำแหน่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

ให้เทียบตำแหน่งดังนี้

(๑) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในการฝึกอบรมประเภท ก

ให้เทียบได้ไม่เกินสิทธิของข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง

(๒) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในการฝึกอบรมประเภท ข

ให้เทียบได้ไม่เกินสิทธิของข้าราชการตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๖ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๖

ค่าใช้จ่ายในการจัดการฝึกอบรม ได้แก่

(๑) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้และการตกแต่งสถานที่ในการฝึกอบรม

(๒) ค่าใช้จ่ายในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม

(๓) ค่าวัสดุ เครื่องเขียน และอุปกรณ์

(๔) ค่าพิมพ์และเขียนใบประกาศนียบัตร

(๕) ค่าพิมพ์เอกสารและสิ่งตีพิมพ์

(๖) ค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร

(๗) ค่าเช่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการฝึกอบรม

(๘) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นในการจัดการฝึกอบรม

(๙) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

(๑๐) ค่าสมนาคุณวิทยากร

(๑๑) ค่าอาหาร

(๑๒) ค่าเช่าที่พัก

(๑๓) ค่ายานพาหนะ

(๑๔) ค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษ

(๑๕) ค่าหนังสือสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม

(๑๖) ค่ากระเป๋าหรือสิ่งที่ใช้บรรจุเอกสารสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม

(๑๗) ค่าของสมนาคุณในการดูงานตามระเบียบนี้

ค่าใช้จ่ายตาม (๑) ถึง (๙) และ (๑๕) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

ตามความจำเป็น เหมาะสม และประหยัด

ค่าใช้จ่ายตาม (๑๒) และ (๑๔)

ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ค่าใช้จ่ายตาม (๑๐) (๑๑) (๑๓) (๑๖) และ (๑๗)

ให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๗ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙

ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๘

ค่าอาหารตามข้อ ๑๖ (๑๑)

ในกรณีที่สำนักงานออกค่าใช้จ่ายในการจัดอาหารสำหรับบุคคลตามข้อ ๑๑ ให้เบิกจ่ายค่าอาหารได้เท่าที่จ่ายจริง

แต่ไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดให้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ค่าเช่าที่พักตามข้อ ๑๖ (๑๒)

ในกรณีที่สำนักงานกำหนดให้พักแรมร่วมกันและออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่พักสำหรับบุคคลตามข้อ

๑๑ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) การจัดที่พักให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม

สำหรับการฝึกอบรมข้าราชการประเภท ข และการฝึกอบรมบุคคลภายนอก

ให้พักรวมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปโดยให้พักห้องพักคู่

เว้นแต่เป็นกรณีที่ไม่เหมาะสมหรือมีเหตุจำเป็นไม่อาจพักรวมกับผู้อื่นได้

อาจจัดให้พักห้องพักคนเดียวได้

(๒) การจัดที่พักให้แก่ผู้สังเกตการณ์หรือเจ้าหน้าที่ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น

ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ

และตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน ระดับอาวุโส

ให้พักรวมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยให้พักห้องพักคู่ เว้นแต่เป็นกรณีที่ไม่เหมาะสมหรือมีเหตุจำเป็นไม่อาจพักรวมกับผู้อื่นได้

อาจจัดให้พักห้องพักคนเดียวได้

ส่วนผู้สังเกตการณ์หรือเจ้าหน้าที่ตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ระดับสูง

หรือตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง

ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ระดับทรงคุณวุฒิ

และตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ จะจัดให้พักห้องพักคนเดียวก็ได้

(๓) การจัดที่พักให้แก่ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม

แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตาม หรือวิทยากร

ให้พักห้องพักคนเดียวหรือพักห้องพักคู่ก็ได้ และเบิกจ่ายค่าเช่าที่พักได้เท่าที่จ่ายจริง

(๔) อัตราค่าเช่าที่พัก ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

แต่ไม่เกินอัตราค่าเช่าที่พักที่สำนักงานกำหนดตามความจำเป็น เหมาะสม และประหยัด”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ยกเลิกความใน

(๒) ของข้อ ๒๐ วรรคหนึ่ง ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๒) กรณีนอกจาก (๑)

ให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

ดังนี้

(๒.๑) การฝึกอบรมประเภท ก

ให้เบิกจ่ายได้ในอัตราตามสิทธิของข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง

เว้นแต่ในกรณีเดินทางโดยเครื่องบินให้ใช้ชั้นธุรกิจ

ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางโดยชั้นธุรกิจได้ให้เดินทางโดยชั้นหนึ่ง

(๒.๒) การฝึกอบรมประเภท ข

ให้เบิกจ่ายได้ในอัตราตามสิทธิของข้าราชการประเภททั่วไประดับชำนาญงาน

(๒.๓) การฝึกอบรมบุคคลภายนอก ให้เบิกจ่ายได้ในอัตราตามสิทธิของข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ให้เบิกจ่ายค่าพาหนะได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสม

และประหยัด”

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๑ และข้อ ๒๒

ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๑

ในกรณีที่สำนักงานเป็นผู้ติดต่อประสานงานเรื่องจัดอาหาร ที่พัก

หรือยานพาหนะ แทนบุคคลตามข้อ ๑๑ ให้สำนักงานดำเนินการดังนี้

(๑) คำนวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนแต่ละประเภทการฝึกอบรม

และแจ้งให้หน่วยงานผู้ส่งทราบเพื่อเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์ต่อไป

ตามอัตราดังนี้

(๑.๑) ค่าอาหาร ไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดให้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(๑.๒) ค่าเช่าที่พักไม่เกินอัตราที่สำนักงานกำหนด ตามความจำเป็น

เหมาะสม และประหยัด

(๑.๓) ค่ายานพาหนะ ไม่เกินหลักเกณฑ์และอัตราตามข้อ ๒๐ (๒)

(๒) ค่าใช้จ่ายสำหรับประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม

ข้าราชการ พนักงานราชการศาลปกครอง

หรือลูกจ้างที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการฝึกอบรม

แขกผู้มีเกียรติและผู้ติดตาม วิทยากรหรือผู้ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษ

ให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราเช่นเดียวกับผู้เข้ารับการฝึกอบรมแต่ละประเภทการฝึกอบรม

โดยให้งดเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากต้นสังกัด

(๓) สำหรับการจัดที่พักและยานพาหนะ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๙

และข้อ ๒๐

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ในกรณีที่สำนักงานไม่จัดอาหาร ที่พัก หรือยานพาหนะ

หรือมิได้เป็นผู้ติดต่อประสานงานในเรื่องดังกล่าว ให้สำนักงานเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาฝึกอบรมสำหรับบุคคลตามข้อ

๑๑ แต่ถ้าบุคคลตามข้อ ๑๑ (๕) หรือ (๖) เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ให้เบิกจ่ายจากต้นสังกัด ทั้งนี้

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

การคำนวณเวลาเพื่อเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

ให้นับตั้งแต่เวลาที่เดินทางออกจากสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติราชการตามปกติจนกลับถึงสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติราชการตามปกติ

แล้วแต่กรณี โดยให้นับยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นหนึ่งวัน

ถ้าไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงและส่วนที่ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้นเกินกว่าสิบสองชั่วโมง

ให้ถือเป็นหนึ่งวัน แล้วนำจำนวนวันทั้งหมดมาคูณกับอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

ในกรณีที่ผู้จัดการฝึกอบรมจัดอาหารบางมื้อในระหว่างการฝึกอบรม

ให้หักเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่คำนวณได้ในอัตรามื้อละ ๑ ใน ๓ ของอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางต่อวัน

การฝึกอบรมที่มีการจัดอาหารทุกมื้อ ให้งดจ่ายเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

การเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่หรือที่พักกับสถานที่จัดฝึกอบรมในช่วงระหว่างการฝึกอบรม

ห้ามเบิกจ่ายค่าพาหนะรับจ้าง (แท็กซี่) เว้นแต่เป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็น

เลขาธิการอาจอนุมัติให้เบิกจ่ายได้ตามความเหมาะสมเป็นกรณี ๆ ไป”

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ

๒๒/๑ และข้อ ๒๒/๒ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

“ข้อ ๒๒/๑

การจัดการฝึกอบรมบุคคลภายนอก ถ้าสำนักงานไม่จัดอาหาร ที่พัก

หรือยานพาหนะให้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือจัดให้บางส่วน

ให้สำนักงานเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ

๒๒

และให้สำนักงานเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนที่ขาดให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดให้ใช้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มิได้เป็นบุคลากรของรัฐ

มาตรา ข้อ ๒๒/๒

ข้อ ๒๒/๒

การเบิกค่าเครื่องแต่งตัวในการเดินทางไปฝึกอบรมในต่างประเทศ

ให้เบิกจ่ายได้เฉพาะผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่เป็นตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

พนักงานราชการศาลปกครอง ลูกจ้างของสำนักงาน

ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดให้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

โดยให้ตุลาการศาลปกครองเบิกค่าเครื่องแต่งตัวได้ในอัตราข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหาร

ระดับสูง และให้พนักงานราชการศาลปกครองและลูกจ้างของสำนักงานเบิกค่าเครื่องแต่งตัวได้ในอัตราข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน”

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๓ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๓

การจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษตามข้อ ๑๖ (๑๔)

ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนเฉพาะวันที่ปฏิบัติงาน ดังนี้

(๑) พนักงานแปลหรือล่ามที่มิได้เป็นข้าราชการ พนักงาน

หรือลูกจ้างของส่วนราชการ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนคนละชั่วโมงละไม่เกิน ๘๐๐ บาท โดยให้เบิกจ่ายได้ไม่เกินคนละ ๖,๐๐๐ บาท ต่อวัน

(๒) พนักงานแปลหรือล่ามที่เป็นข้าราชการ พนักงาน

หรือลูกจ้างของส่วนราชการ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนกึ่งหนึ่งของอัตราตาม (๑) เว้นแต่พนักงานแปลหรือล่ามที่เป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

พนักงานราชการศาลปกครอง หรือลูกจ้างของสำนักงาน ซึ่งตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งกำหนดให้ปฏิบัติหน้าที่ลักษณะดังกล่าว

ให้งดเบิกจ่ายค่าตอบแทน

ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องเบิกจ่ายค่าตอบแทนในอัตราเกินกว่าที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง

ให้เสนอต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นกรณี ๆ ไป ทั้งนี้ ให้เบิกจ่ายได้ตามความจำเป็น

เหมาะสม และเพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก”

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ยกเลิกความใน

(๑) และ (๒) ของข้อ ๒๙ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) ค่าอาหาร ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

แต่ไม่เกินอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางเหมาจ่ายตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

(๒) ค่าเช่าที่พัก

ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดให้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ”

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๒๙/๑ ข้อ ๒๙/๒ และข้อ ๒๙/๓

ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

“ข้อ ๒๙/๑

โครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมที่สำนักงานได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากหน่วยงานภายในประเทศ

หน่วยงานของต่างประเทศ หรือหน่วยงานหรือองค์กรระหว่างประเทศ

ให้งดเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเป็นกรณีที่สำนักงานได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเพียงบางส่วน

ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายสมทบได้เฉพาะในส่วนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทั้งนี้

ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดให้ใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

มาตรา ข้อ ๒๙/๒

ข้อ ๒๙/๒

ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองหรือข้าราชการฝ่ายศาลปกครองได้รับอนุมัติให้เดินทางไปฝึกอบรมในต่างประเทศโดยได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมทั้งหมด

ให้งดเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย

แต่ถ้าเป็นกรณีที่ได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมเพียงบางส่วนให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายสมทบเฉพาะในส่วนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือได้ตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่ได้รับความช่วยเหลือ และภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

(๑) กรณีได้รับความช่วยเหลือค่าโดยสารเครื่องบินไป - กลับ แล้ว

แม้จะต่ำกว่าสิทธิที่ได้รับก็ให้งดเบิกค่าโดยสารเครื่องบิน

แต่ถ้าได้รับความช่วยเหลือค่าโดยสารเครื่องบินเพียงเที่ยวเดียว

ให้เบิกค่าโดยสารเครื่องบินอีกหนึ่งเที่ยวในชั้นเดียวกับที่ได้รับความช่วยเหลือ

แต่ต้องไม่สูงกว่าสิทธิที่พึงได้รับ

(๒) กรณีมีการจัดที่พักให้ ให้งดเบิกค่าเช่าที่พัก

แต่ถ้าได้รับความช่วยเหลือค่าเช่าที่พักต่ำกว่าสิทธิที่พึงได้รับ

ให้เบิกค่าเช่าที่พักสมทบเฉพาะส่วนที่ขาดตามที่จ่ายจริง

แต่เมื่อรวมกับค่าเช่าที่พักที่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว

จะต้องไม่เกินสิทธิที่พึงได้รับ

(๓)

กรณีได้รับความช่วยเหลือค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางต่ำกว่าสิทธิที่พึงได้รับ ให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางสมทบเฉพาะส่วนที่ขาด

แต่ถ้ามีการจัดอาหารในระหว่างการฝึกอบรม

การเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๘

การเบิกค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง

ให้จัดทำรายละเอียดค่าใช้จ่ายตามแบบรายละเอียดค่าใช้จ่ายกรณีได้รับความช่วยเหลือที่สำนักงานกำหนด

พร้อมแนบสำเนาหนังสือของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย

แต่ถ้าหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือไม่ได้ระบุวงเงินให้ความช่วยเหลือไว้

ให้คำนวณเงินค่าใช้จ่ายที่ได้รับความช่วยเหลือตามอัตราค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๙/๓

ข้อ ๒๙/๓

ในกรณีที่สำนักงานประสงค์จะจ้างจัดฝึกอบรมในโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

ให้ดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

และถ้าใช้เครื่องบินโดยสารเป็นยานพาหนะในการเดินทางไปฝึกอบรมในต่างประเทศ

ให้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีและหนังสือกระทรวงการคลังที่กำหนดในเรื่องดังกล่าวด้วย

การจ่ายเงินค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง

ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินของผู้รับจ้างเป็นหลักฐานการจ่าย”

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การจัดการฝึกอบรมใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ใช้อยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์นั้นต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธานกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๓ สิงหาคม

๒๕๕๖

ปณตภร/ผู้ตรวจ

๒๗ สิงหาคม

๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๗๒ ก/หน้า ๑๘/๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของสำนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_40af46261c84fa0d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com