คำสั่งนายกรัฐมนตรี
คำสั่งนายกรัฐมนตรี
ที่ ๑/๒๕๕๐
เรื่อง
การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน[๑]
ตามที่ได้มีประกาศ
เรื่อง
การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดนราธิวาส
จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา ลงวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้ว นั้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๗ วรรคสาม และวรรคสี่ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
๑.
ให้ผู้ปฏิบัติงานในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค
๔ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.
๒๕๔๘ มีหน้าที่ปฏิบัติงานตามพระราชกำหนดดังกล่าว
กฎหมายที่โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี
และกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ ทั้งนี้ เท่าที่มีความจำเป็นในการปฏิบัติงานให้สถานการณ์ฉุกเฉินยุติลง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค
๔ กำหนด
มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
เว้นแต่การใช้อำนาจสอบสวนต้องเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ
๓ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตรี
หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป
๒.
ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔
เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และให้มีอำนาจตามมาตรา ๑๐
แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
๓. พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ๑.
ผู้ใดจะใช้อำนาจหน้าที่ในเรื่องใดได้เพียงใด
การแบ่งหน้าที่การปฏิบัติงานระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ๑.
กับหน่วยงานเดิมตามกฎหมายที่โอนมาเป็นของนายกรัฐมนตรีหรือกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ
รวมทั้งวิธีปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น
ให้เป็นไปตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบกำหนด ทั้งนี้
ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตการใช้อำนาจตามที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนดด้วย
ในการกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม
๑. ใช้อำนาจใดตามกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ
ให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบและแจ้งให้หน่วยงานเดิมตามกฎหมายนั้นทราบด้วย
๔.
ในการใช้อำนาจปฏิบัติหน้าที่
ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ และพนักงานเจ้าหน้าที่ถือหลักปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(ก)
การใช้อำนาจกำหนดการห้ามหรือการให้กระทำตามข้อกำหนดนี้จะต้องคำนึงถึงหลักนิติธรรม
ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้น้อยที่สุด
และสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนทุกศาสนา
(ข)
ในกรณีที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในได้กำหนดนโยบายหรือมีคำสั่งในการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องใดไว้
ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔
และพนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายหรือคำสั่งของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในโดยเคร่งครัด
(ค)
ในกรณีที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน สั่งการแตกต่างไปจากที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค
๔ ได้สั่งการไว้ ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔
และพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามการสั่งการนั้นของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในโดยพลัน
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๐ เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๑๖
มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
สุนันทา/จัดทำ
๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒
กวินทราดา/ตรวจ
๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ศิรวัชร์/ปรับปรุง
๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๗ ง/หน้า ๑๗/๑๙ มกราคม ๒๕๕๐