ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน (3) ของข้อ 2 ของประกาศ อธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 194) เรื่องกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยสําหรับการประกันชีวิตแบบบํานาญของผู้มีเงินได้ ตามวรรคสามของข้อ 2 (61) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน
“(3) กรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้
(ก) ถ้าต่างฝ่ายต่างยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ตนได้รับ ในปีภาษีที่ล่วงมาตามวรรคหนึ่งของมาตรา 57 ฉ แห่งประมวลรัษฎากร ให้ต่างฝ่ายต่าง ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยสําหรับการประกัน ชีวิตแบบบํานาญเพิ่มขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
กรณีสามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ได้จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสํารอง เลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนบําเหน็จ บํานาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ หรือจ่ายเงินสะสม เข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แล้วแต่กรณี หรือจ่ายเงินค่าซื้อ หน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ เงินที่ได้จ่ายดังกล่าว เมื่อรวมคํานวณกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่เกิน 500,000 บาทในปีภาษีเดียวกัน
(ข) ถ้าต่างฝ่ายต่างยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินเฉพาะ ส่วนที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่ถือเป็น เงินได้ของอีกฝ่ายหนึ่งตามวรรคสามของมาตรา 57 ฉ แห่งประมวลรัษฎากรให้ต่างฝ่ายต่าง ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยสําหรับการประกัน ชีวิตแบบบํานาญเพิ่มขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
กรณีสามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ได้จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสํารอง เลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนบําเหน็จ บํานาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ หรือจ่ายเงินสะสม เข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แล้วแต่กรณี หรือจ่ายเงินค่าซื้อ หน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ เงินที่ได้จ่ายดังกล่าว เมื่อรวมคํานวณกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่เกิน 500,000 บาทในปีภาษีเดียวกัน
(ค) ถ้าสามีภริยาตกลงยื่นรายการและเสียภาษีรวมกัน โดยถือเอาเงิน ได้พึงประเมินของตนเป็นเงินได้ของสามีหรือภริยาอีกฝ่ายหนึ่งตามวรรคสามของมาตรา 57 ฉ แห่งประมวลรัษฎากรให้ผู้มีเงินได้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่าย เป็นเบี้ยประกันภัย สําหรับการประกันชีวิตแบบบํานาญเพิ่มขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาทและได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงิน ได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยสําหรับการประกันชีวิตแบบบํานาญในส่วนของสามีหรือ ภริยาเพิ่มขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
กรณีสามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ได้จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสํารอง เลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนบําเหน็จ บํานาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ หรือจ่ายเงินสะสม เข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แล้วแต่กรณี หรือจ่ายเงินค่าซื้อ หน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์เงินที่ได้จ่ายดังกล่าว เมื่อรวมคํานวณกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่งต้องไม่ เกิน500,000 บาท ในปีภาษีเดียวกัน
ทั้งนี้ การใช้สิทธิยกเว้นภาษีตาม (ก) (ข) และ (ค) ต้องไม่เกิน เงินได้พึงประเมินของแต่ละคนหลังจากหักค่าใช้จ่าย ตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว”