法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ

และองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ

พ.ศ. ๒๕๔๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๔๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ และมาตรา ๔๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๗”

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในระเบียบนี้

“การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ” หมายความว่า การฌาปนกิจสงเคราะห์ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ

“การขึ้นทะเบียน” หมายความว่า การขึ้นทะเบียนการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ

“เงินสงเคราะห์” หมายความว่า เงินที่สมาชิกร่วมกันออกช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพ หรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกซึ่งถึงแก่ความตาย รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินกิจการของการฌาปนกิจสงเคราะห์

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการดำเนินการการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ

“นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามระเบียบนี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นนายทะเบียนการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้

การขึ้นทะเบียน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ จะมีวัตถุประสงค์นอกจากการฌาปนกิจสงเคราะห์ด้วยมิได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ ต้องเป็นไปตามข้อบังคับหรือระเบียบของหน่วยงานนั้น ๆ และต้องขึ้นทะเบียนตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การขอขึ้นทะเบียนตามระเบียบนี้ ให้หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือนายกสภาองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามแบบ ก.ฌ. ๑ ท้ายระเบียบนี้ และต้องมีข้อบังคับหรือระเบียบของการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่ขอขึ้นทะเบียนส่งไปด้วยจำนวนสองฉบับ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อนายทะเบียนได้พิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนและข้อบังคับหรือระเบียบแล้ว เห็นว่าถูกต้องตามระเบียบนี้ ให้นายทะเบียนรับขึ้นทะเบียนและออกใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนตามแบบ ก.ฌ. ๒ ท้ายระเบียบนี้ให้แก่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ข้อบังคับหรือระเบียบของการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐอย่างน้อยต้องมีข้อความ ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อต้องมี คำว่า “การฌาปนกิจสงเคราะห์” กำกับไว้กับชื่อนั้นด้วย

(๒) วัตถุประสงค์

(๓) ที่ตั้งสำนักงานและวันเวลาเปิดทำการ

(๔) วิธีการรับสมาชิกและการขาดจากสมาชิกภาพ

(๕) อัตราเงินค่าสมัคร อัตราเงินค่าบำรุง และอัตราเงินสงเคราะห์ และวิธีการชำระเงินนั้น

(๖) อัตราการหักเงินสงเคราะห์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ

(๗) ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

(๘) วิธีการจ่ายเงินค่าจัดการศพ หรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว

(๙) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้จ่ายและการเก็บรักษาเงิน

(๑๐) ข้อกำหนดเกี่ยวกับการตั้งกรรมการ จำนวนกรรมการ การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ และการประชุมของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับหรือระเบียบของการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการ โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด และแจ้งให้นายทะเบียนทราบ เมื่อนายทะเบียนพิจารณาเห็นว่าถูกต้องตามระเบียบนี้แล้ว ก็ใช้บังคับได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนสูญหายหรือถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้นายทะเบียนออกใบแทนใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนตามแบบ ก.ฌ. ๓ ท้ายระเบียบนี้ เมื่อการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐร้องขอ

การดำเนินกิจการ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐเป็นงานสวัสดิการของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐนั้น โดยมีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้แทนในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้

คณะกรรมการต้องมีหัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือนายกสภาองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าว เป็นประธานกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การตั้งกรรมการและการเปลี่ยนตัวกรรมการให้อยู่ในดุลพินิจและความรับผิดชอบของหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือนายกสภาองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ซึ่งต้องมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการพร้อมส่งสำเนาที่มีคำรับรองว่าถูกต้อง ภายในสามสิบวันไปให้นายทะเบียนทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ จะเรียกเก็บเงินจากผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกได้เฉพาะเงินค่าสมัคร เงินค่าบำรุง และเงินสงเคราะห์ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) เงินค่าสมัคร ให้เรียกเก็บจากผู้สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกเพียงครั้งเดียวตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบ แต่ต้องไม่เกินคนละหนึ่งร้อยบาท

(๒) เงินค่าบำรุง ให้เรียกเก็บจากสมาชิกเป็นรายเดือนหรือรายปีตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบ แต่ต้องไม่เกินห้าสิบบาทต่อปี

(๓) เงินสงเคราะห์ ให้เรียกเก็บจากสมาชิกคิดตามข้อจำกัดจำนวนสมาชิกที่มีอยู่และตามจำนวนสมาชิกที่ตาย ในอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบ แต่ต้องไม่เกินศพละ

(ก) หนึ่งร้อยบาท สำหรับการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่มีสมาชิกไม่เกินสองพันห้าร้อยคน

(ข) ห้าสิบบาท สำหรับการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่มีสมาชิกเกินสองพันห้าร้อยคน แต่ไม่เกินห้าพันคน

(ค) สามสิบบาท สำหรับการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่มีสมาชิกเกินห้าพันคน แต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นคน

(ง) ยี่สิบบาท สำหรับการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่มีสมาชิกเกินหนึ่งหมื่นคน

ในกรณีที่การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐใดมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นหรือลดลงอันเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บเงินสงเคราะห์ ให้คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขข้อบังคับหรือระเบียบเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บเงินสงเคราะห์โดยไม่ชักช้า แต่ถ้ามีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นหรือลดลงไม่เกินร้อยละหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจะไม่แก้ไขข้อบังคับหรือระเบียบเพื่อเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บเงินสงเคราะห์ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐอาจเรียกเก็บเงินสงเคราะห์ไว้ล่วงหน้าเพื่อสำรองจ่ายเป็นค่าจัดการศพ หรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบก็ได้

ในกรณีที่การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐต้องเลิกไปหรือสมาชิกผู้ใดพ้นจากสมาชิกภาพ ให้คืนเงินสงเคราะห์ที่เรียกเก็บไว้ล่วงหน้าตามวรรคหนึ่งให้แก่สมาชิกหรือทายาทของสมาชิกซึ่งถึงแก่ความตายเท่าที่สมาชิกผู้นั้นยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตามที่ได้จ่ายล่วงหน้าไว้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐอาจหักเงินจำนวนหนึ่งไว้จากเงินสงเคราะห์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบ แต่ต้องไม่เกินอัตรา ดังต่อไปนี้

(๑) ร้อยละเก้า สำหรับการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่มีสมาชิกไม่เกินสองพันห้าร้อยคน

(๒) ร้อยละแปด สำหรับการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่มีสมาชิกเกินสองพันห้าร้อยคน แต่ไม่เกินห้าพันคน

(๓) ร้อยละหก สำหรับการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่มีสมาชิกเกินห้าพันคน แต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นคน

(๔) ร้อยละสี่ สำหรับการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่มีสมาชิกเกินหนึ่งหมื่นคน

ในกรณีที่การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐใดมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นหรือลดลงอันเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงอัตราการหักเงินสงเคราะห์ไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ให้นำความในข้อ ๑๔ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ในกรณีที่การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐหักเงินสงเคราะห์ไว้ไม่เพียงพอแก่การใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ หรือหักเงินสงเคราะห์ไว้มากเกินความจำเป็นแก่การใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ ให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดอัตราการหักเงินสงเคราะห์เพิ่มขึ้นหรือลดลงนับแต่มีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น แต่จะเพิ่มขึ้นเกินอัตราที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรรมการของการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือเงินอื่นใดนอกจากเบี้ยประชุมหรือค่าพาหนะเท่านั้น โดยให้การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐวางระเบียบเกี่ยวกับการนี้ และต้องส่งสำเนาที่มีคำรับรองว่าถูกต้องต่อนายทะเบียนภายในสามสิบวัน

การควบคุม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐต้องจัดให้มีทะเบียนสมาชิกตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดและให้เก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน พร้อมทั้งหลักฐานเอกสารที่ใช้ประกอบการลงทะเบียน และให้ส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกที่มีอยู่ในวันที่ครบเก้าสิบวันนับแต่วันที่ขึ้นทะเบียนให้แก่นายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันดังกล่าว และเมื่อสิ้นเดือนมิถุนายนของทุกปี ให้ส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น และแจ้งบัญชีรายชื่อของสมาชิกที่ตายหรือการพ้นจากสมาชิกภาพตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดให้แก่นายทะเบียนภายในสามสิบวัน นับแต่สิ้นเดือนมิถุนายน

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกตามที่ปรากฏในทะเบียนสมาชิก ให้การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐรายงานนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดตามระยะเวลาในวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐต้องจัดให้มีบัญชีแสดงฐานะทางการเงินตามแบบที่นายทะเบียนกำหนด และต้องเก็บรักษาเอกสารประกอบบัญชีที่แสดงให้เห็นความถูกต้องแห่งบัญชีนั้นไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของทุกปี การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐต้องทำบัญชีงบดุลเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือนายกสภาองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ เพื่ออนุมัติ และส่งสำเนางบดุลและเอกสารประกอบงบดุลให้แก่นายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ และให้แสดงงบดุลนั้นไว้ที่สำนักงานของการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐเพื่อให้สมาชิกและผู้มีส่วนได้เสียตรวจดูได้ด้วย

ในกรณีที่การฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐใดได้จัดทำบัญชีงบดุลเมื่อสิ้นปีงบประมาณให้จัดทำบัญชีงบดุลในลักษณะดังกล่าวต่อไปได้อีกไม่เกินสองปีงบประมาณนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เอกสารหลักฐานตามข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐ ต้องเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐไม่น้อยกว่าสิบปี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้ ให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกิจการ

(๒) เรียกเอกสารหลักฐาน ทะเบียนสมาชิก หรือบัญชีของการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐมาตรวจสอบ

(๓) เรียกกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ มาเพื่อสอบถามหรือแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของการฌาปนกิจสงเคราะห์

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควรแก่นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายและพนักงานเจ้าหน้าที่

การเลิกกิจการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้เลิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดร่วมกันยื่นคำร้องขอเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน ขอให้เลิกพร้อมด้วยเหตุผลประกอบคำร้องขอ และนายทะเบียนได้สอบสวนแล้วเห็นสมควรให้เลิก

(๒) มีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐนั้นไม่เป็นไปโดยสุจริต และนายทะเบียนได้สอบสวนพฤติการณ์ดังกล่าวแล้ว มีเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้

(๓) มีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐไม่อาจจะดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ

เมื่อนายทะเบียนสั่งเลิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐใด ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือพร้อมด้วยเหตุผลไปยังหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือนายกสภาองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐนั้น ภายในสามสิบวัน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ กรรมการของการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐที่นายทะเบียนสั่งเลิกตามข้อ ๒๓ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง

ให้รัฐมนตรีวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน นับแต่วันยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือนายกสภาองค์กรวิชาชีพ ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ มีหน้าที่รับผิดชอบในการชำระบัญชีให้เสร็จโดยเร็ว และเมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด ให้นำทรัพย์สินนั้นไปใช้จ่ายในด้านสวัสดิการตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบหรือตามมติของคณะกรรมการ ในกรณีที่มิได้ระบุไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบ หรือคณะกรรมการมิได้มีมติไว้ ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

สรอรรถ กลิ่นประทุม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คำขอขึ้นทะเบียนการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ (แบบ ก.ฌ. ๑)

๒. ใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ (แบบ ก.ฌ. ๒)

๓. ใบแทนใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนการฌาปนกิจสงเคราะห์ภาครัฐ (แบบ ก.ฌ. ๓)

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๔๗ ง/หน้า ๑๖/๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๗

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_41561787d99bc2e5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com