法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดในกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ.

๒๕๕๒

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดมาตรการกำกับพฤติกรรมที่มีลักษณะต่อต้านการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมให้สอดคล้องตามหลักเกณฑ์ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๙

และวางแนวทางในการกำหนดมาตรการการกำกับดูแลล่วงหน้าที่จะป้องกันผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญมิให้ใช้อำนาจในการจำกัดหรือกีดกันการแข่งขันในตลาด

ทั้งนี้

เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการส่งเสริมการแข่งขันโดยเสรีและอย่างเป็นธรรมในกิจการโทรคมนาคม

และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแข่งขันและการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมให้เป็นไปอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๑ (๔) (๑๒) (๑๓) และ

(๑๔) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง

วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗

มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติจึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดในกิจการโทรคมนาคมไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

บรรดาประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ

และคำสั่งอื่นใดในส่วนที่มีกำหนดไว้แล้วในประกาศนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้

ให้ใช้ประกาศนี้แทน

ในกรณีใดที่มิได้กำหนดไว้ในประกาศนี้

ให้นำประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง

มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๙ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในประกาศนี้

“ตลาดที่เกี่ยวข้อง” หมายความว่า

ขอบเขตของตลาดบริการโทรคมนาคม โดยการพิจารณาตามหลักวิชาการโดยทั่วไป

ซึ่งพิจารณาโดยหลักเกณฑ์ทางเศรษฐศาสตร์ว่าประกอบด้วยบริการโทรคมนาคมที่ทดแทนกันซึ่งต้องพิจารณาทั้งทางด้านประเภทบริการโทรคมนาคม

ภูมิศาสตร์และสภาพการแข่งขัน

เพื่อจะใช้ในการประกอบในการพิจารณากำหนดผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญและกำหนดมาตรการกำกับดูแลล่วงหน้า

“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า

ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม

และให้หมายความรวมถึงผู้ได้รับอนุญาตสัมปทาน

หรือสัญญาให้ประกอบกิจการโทรคมนาคมจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท กสท โทรคมนาคม

จำกัด (มหาชน) อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

ใช้บังคับ

“อำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ”

หมายความว่า ความสามารถของผู้รับใบอนุญาตที่อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจตลาด (Market

Power) ในลักษณะสามารถกีดกันการแข่งขันที่มีประสิทธิผล (Effective

Competition) โดยใช้อำนาจของตนในเชิงพฤติกรรมในตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง

“ผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ”

หมายความว่า

ผู้รับใบอนุญาตที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติพิจารณากำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดโทรคมนาคมตามประกาศนี้

“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า

ผู้ใช้บริการโทรคมนาคมจากการให้บริการของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม แต่ไม่รวมถึงผู้ใช้บริการที่เป็นผู้รับใบอนุญาตซึ่งนำบริการโทรคมนาคมที่ได้รับในฐานะผู้ใช้บริการไปประกอบกิจการอีกทอดหนึ่ง

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละตลาดที่เกี่ยวข้อง

เพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแลล่วงหน้า (Ex Ante

Regulation) ตามประกาศนี้

หรือเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง

มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในการพิจารณากำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดที่เกี่ยวข้องคณะกรรมการจะพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดตลาดที่เกี่ยวข้อง

(๒) วิเคราะห์ระดับการแข่งขันในตลาดที่เกี่ยวข้อง

(๓)

ระบุผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การกำหนดตลาดที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง นิยามของตลาด และขอบเขตตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในการวิเคราะห์ระดับการแข่งขันในตลาดที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาว่าในตลาดที่เกี่ยวข้องตามข้อ

แต่ละตลาดมีระดับความมีประสิทธิภาพของการแข่งขันในตลาดมากน้อยเพียงใดให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการตามหลักวิชาทางเศรษฐศาสตร์

ดังต่อไปนี้

(๑) วิเคราะห์อัตราส่วนการกระจุกตัวของตลาด

โดยใช้การวัดค่าดัชนี Herfindahl - Hirschman

- Index (HHI) ซึ่งใช้เกณฑ์ในการวิเคราะห์

ดังนี้

(ก) หากค่า HHI ต่ำกว่า

๑,๐๐๐ ถือว่าตลาดมีการกระจุกตัวน้อยหรือไม่มีการกระจุกตัว

(ข) หากค่า HHI มีค่าระหว่าง

๑,๐๐๐ ถึง ๑,๘๐๐

ถือว่าตลาดมีการกระจุกตัวปานกลาง

(ค) หากค่า HHI มีค่ามากกว่า

๑,๘๐๐

ถือว่าตลาดมีการกระจุกตัวสูงและอาจมีผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ และ

(๒)

พิจารณาปัจจัยด้านโครงสร้างตลาดและอุปสรรคการเข้าสู่ตลาดในตลาดที่เกี่ยวข้องประกอบ

หากพิจารณาว่าตลาดที่เกี่ยวข้องใดมีระดับความมีประสิทธิภาพของการแข่งขันต่ำหรือจำเป็นต้องมีการกำกับดูแล

ให้ถือว่าต้องมีการดำเนินการพิจารณาระบุผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดที่เกี่ยวข้องนั้นต่อไป

แต่หากตลาดที่เกี่ยวข้องตลาดใดมีประสิทธิภาพการแข่งขันเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องมีการกำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดที่เกี่ยวข้องนั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในการพิจารณาระบุผู้รับใบอนุญาตรายใดเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดที่เกี่ยวข้อง

ให้ใช้เกณฑ์ส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ในการพิจารณา

ดังนี้

(๑) ผู้รับใบอนุญาตรายใดที่มีส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าร้อยละ

๒๕ ถือว่าไม่มีแนวโน้มเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

(๒)

ผู้รับใบอนุญาตรายใดที่มีส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ร้อยละ ๒๕ ถึงร้อยละ ๔๐

ถือว่าอาจมีแนวโน้มเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

(๓) ผู้รับใบอนุญาตรายใดที่มีส่วนแบ่งตลาดเกินกว่าร้อยละ

๔๐ ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

ในการพิจารณาว่าผู้รับใบอนุญาตรายใดที่มีแนวโน้มเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญตาม

(๒) เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ ให้ใช้ปัจจัยดังต่อไปนี้

ในการพิจารณาประกอบตามความเหมาะสม

(๑) ขนาดของกิจการโดยรวม

(๒) การควบคุมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

(๓) ความได้เปรียบหรือเหนือกว่าทางเทคโนโลยี

(๔) อำนาจในการต่อรองของผู้ซื้อ

(๕) ความง่ายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

(๖) ความหลากหลายของสินค้าหรือบริการ

(๗) การประหยัดโดยขนาด

(๘) การประหยัดจากการขยายขอบเขตการผลิต

(๙) การรวมตัวในแนวตั้ง

(๑๐)

ระดับหรือแนวโน้มการกระจายและขายสินค้าที่สูง

(๑๑) ศักยภาพในการแข่งขัน

(๑๒) อุปสรรคในการขยายตัวของตลาด

(๑๓) ความง่ายในการเข้าสู่ตลาดของรายใหม่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในกรณีสงสัยว่าตลาดที่เกี่ยวข้องใดอาจมีผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญหลายรายร่วมกัน

ให้ใช้ปัจจัยที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้เพื่อพิจารณาการมีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญที่เกี่ยวข้องร่วมกันของผู้รับใบอนุญาตหลายรายในตลาดที่เกี่ยวข้องดังกล่าว

โดยให้พิจารณาประกอบกับหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาระบุผู้รับใบอนุญาตรายใดเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดที่เกี่ยวข้องตามข้อ

(๑) การกระจุกตัวของตลาด

(๒) สินค้าและบริการที่จัดอยู่ประเภทเดียวกัน

(๓) โครงสร้างต้นทุนที่คล้ายคลึงกัน

(๔) ส่วนแบ่งตลาดที่ใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ ในการพิจารณาการมีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญที่เกี่ยวข้องร่วมกันของผู้รับใบอนุญาตหลายรายในตลาดที่เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่ง

คณะกรรมการอาจใช้เกณฑ์และปัจจัยอื่นที่ใช้กันในทางวิชาการพิจารณาประกอบด้วยก็ได้

เช่น ความโปร่งใส

ตลาดในสภาวะเติบโตเต็มที่หรืออิ่มตัวการเติบโตอย่างชะงักงันด้านอุปสงค์

อุปสงค์ของสินค้าหรือบริการมีความยืดหยุ่นต่ำ

นวัตกรรมทางเทคนิคหรือเทคโนโลยีที่เติบโตเต็มที่หรืออิ่มตัว กำลังการผลิตส่วนเกิน

อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสูงอำนาจในการต่อรองของผู้ซื้อ การแข่งขันที่มีศักยภาพ

กลไกของการโต้กลับ และขอบข่ายของการแข่งขันด้านราคา เป็นต้น

การมีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญร่วมกันของผู้รับใบอนุญาตหลายรายไม่จำเป็นต้องมีความเชื่อมโยงระหว่างผู้รับใบอนุญาตเหล่านั้นที่ชัดเจน

ผู้รับใบอนุญาตเหล่านั้นอาจถูกวินิจฉัยว่ามีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญร่วมกันได้

หากมีลักษณะของตลาดตามข้อพิจารณาตามวรรคสองที่เอื้อต่อการร่วมมือระหว่างกันโดยอ้อม

โดยคำนึงถึงแรงจูงใจที่ผู้รับใบอนุญาตรายหนึ่งรายใดจะประกอบกิจการไปในทางที่จะร่วมมือกัน

ความเป็นไปได้และแรงจูงใจที่จะตอบโต้ผู้รับใบอนุญาตที่ไม่ให้ความร่วมมือ

และความเป็นไปได้และแรงจูงใจที่ผู้ซื้อหรือผู้ประกอบการที่มีศักยภาพจะเข้าสู่ตลาดเพื่อแข่งขันกับการร่วมมือกันนั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้เลขาธิการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ระดับการแข่งขันในตลาดที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ

๗ ข้อ ๘ และข้อ ๙

พร้อมระบุผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละตลาดที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่เห็นสมควรอาจเสนอมาตรการเฉพาะในการกำกับดูแล

และเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเป็นประจำทุกสองปี

หรือตามระยะเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควรโดยคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

และความต้องการของตลาดตลอดจนสภาพการแข่งขัน

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้รับใบอนุญาตก่อนที่จะเสนอต่อคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ผู้รับใบอนุญาตรายใดที่เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญตามประกาศนี้ให้ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดตามข้อ

๙ ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๙

ซึ่งจะใช้ประกอบในการพิจารณาขั้นตอนต่อไปที่มีเป้าหมายเพื่อวินิจฉัยว่ามีการกระทำหรือพฤติกรรมการใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญที่ไม่เป็นธรรมอันมีลักษณะผูกขาดหรือลดหรือจำกัดการแข่งขันตามที่คณะกรรมการกำหนดหรือไม่

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในกรณีที่เห็นสมควร

คณะกรรมการอาจกำหนดมาตรการเฉพาะสำหรับผู้รับใบอนุญาตรายหนึ่งรายใดที่เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญตามประกาศนี้

ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการในหมวด ๔

เรื่องมาตรการเฉพาะของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง

มาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องจัดส่งข้อมูลตามที่สำนักงานร้องขอเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และพิจารณาตามประกาศนี้

กรณีที่คณะกรรมการมีหรือได้รับข้อมูลไม่เพียงพอเพื่อประกอบการวิเคราะห์หรือพิจารณาคณะกรรมการอาจใช้หลักเกณฑ์ตามหลักวิชาเศรษฐศาสตร์ในการกำหนดสมมุติฐานหรือประมาณค่าที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการประกอบในการคำนวณหรือการพิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการตามประกาศนี้โดยคณะอนุกรรมการต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านเศรษฐศาสตร์

โทรคมนาคมหรือกฎหมายแข่งขันทางการค้าอันมีประสบการณ์หรือผลงานเป็นที่ประจักษ์

โดยให้สำนักพัฒนานโยบายและกฎกติกาเป็นฝ่ายเลขานุการ ทั้งนี้

คณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการเพิ่มเติมในรายละเอียดก็ได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในการดำเนินการเริ่มแรกตามประกาศนี้

ให้เลขาธิการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ระดับการแข่งขันในตลาดที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๑๐

เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการภายในระยะเวลา ๑๘๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ

หรือเพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ คณะกรรมการอาจกำหนดยกเว้นการบังคับใช้ทั้งฉบับหรือแต่เฉพาะบทบัญญัติข้อหนึ่งข้อใดของประกาศนี้ก็ได้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

พลเอก

ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์

ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๕๒

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๑๒

ตุลาคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๔๕ ง/หน้า ๓๔/๑ ตุลาคม ๒๕๕๒

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_421625a74a45cdca

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com