法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม ที่ไม่มีพื้นที่ใส่สัมภาระด้านหลังที่นั่งคนขับ (No Cab)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์กระบะที่ออกแบบ

สำหรับให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน

๔,๐๐๐

กิโลกรัม

ที่ไม่มีพื้นที่ใส่สัมภาระด้านหลังที่นั่งคนขับ

(No

Cab)[๑]

อาศัยอำนาจตามความใน (๑) ของประเภทที่

๐๖.๐๓ รถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔,๐๐๐

กิโลกรัม ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

อธิบดีกรมสรรพสามิต จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ รถยนต์กระบะที่ออกแบบสำ หรับให้มีน้ำ

หนักรถรวมน้ำ หนักบรรทุกไม่เกิน ๔,๐๐๐ กิโลกรัม ที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน ๓,๒๕๐

ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน (ก) และ (ข) ของ (๑) ของประเภทที่ ๐๖.๐๓

ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ต้องมีคุณลักษณะและเป็นไปตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไขดังนี้

๑.๑ รถยนต์กระบะบรรทุกที่มีน้ำหนักบรรทุกตั้งแต่

๑,๐๐๐ กิโลกรัมขึ้นไปต้องมีคุณลักษณะครบถ้วนทุกข้อ ดังต่อไปนี้

๑.๑.๑ มีน้ำหนักรถไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐

กิโลกรัม และมีน้ำหนักบรรทุกไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ กิโลกรัม

๑.๑.๒ ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบ

๑.๑.๓

ระยะด้านนอกตัวรถยนต์จากแนวขอบด้านหน้าส่วนที่กว้างที่สุดของบานประตูจนถึงด้านหลังสุดของห้องคนขับในแนวระนาบเดียวกันให้มีความยาวไม่เกิน

๑๔๐ เซนติเมตร

๑.๑.๔

ระยะด้านนอกตัวรถยนต์จากแนวขอบด้านหลังของบานประตูจนถึงด้านหลังสุดของห้องคนขับในแนวระนาบเดียวกันมีความยาวไม่เกิน

๓๐ เซนติเมตร ระยะดังกล่าวจะต้องเป็นผนังทึบและไม่สามารถเลื่อนหรือเปิดได้

โดยจะต้องไม่มีพื้นที่ใส่สัมภาระด้านหลังที่นั่งคนขับ (ยกเว้นเครื่องมือประจำรถ

เช่น เครื่องมือซ่อมรถ แม่แรง)

๑.๑.๕ มีความยาวกระบะไม่น้อยกว่า ๑๕๐

เซนติเมตร

หรือมีความยาวกระบะบรรทุกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสองของระยะความยาวที่วัดในแนวระนาบเดียวกันจากขอบประตูด้านหน้าส่วนที่กว้างที่สุดจนถึงด้านหลังสุดของกระบะ

๑.๒

รถยนต์กระบะบรรทุกขนาดเบาที่มีน้ำหนักบรรทุกน้อยกว่า ๑,๐๐๐

กิโลกรัมต้องมีคุณลักษณะครบถ้วนทุกข้อ ดังต่อไปนี้

๑.๒.๑ มีน้ำหนักรถน้อยกว่า ๑,๒๐๐

กิโลกรัม และน้ำหนักบรรทุกต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ ของน้ำหนักรถ

๑.๒.๒

ระยะด้านนอกตัวรถยนต์จากแนวขอบด้านหน้าส่วนที่กว้างที่สุดของบานประตูจนถึงด้านหลังสุดของห้องคนขับในแนวระนาบเดียวกันให้มีความยาวไม่เกิน

๑๔๐ เซนติเมตร

๑.๒.๓

ระยะด้านนอกตัวรถยนต์จากแนวขอบด้านหลังของบานประตูจนถึงด้านหลังสุดของห้องคนขับในแนวระนาบเดียวกันมีความยาวไม่เกิน

๓๐ เซนติเมตร และระยะดังกล่าวจะต้องเป็นผนังทึบหรือจะต้องไม่ใช่หน้าต่าง กระจก

วัตถุอื่นใดซึ่งสามารถหมุนขึ้น - ลง หรือเลื่อนไปด้านข้างได้

โดยจะต้องไม่มีพื้นที่ใส่สัมภาระด้านหลังที่นั่งคนขับ

๑.๒.๔ มีความยาวกระบะไม่น้อยกว่า ๙๐

เซนติเมตร หรือมีความยาวกระบะบรรทุกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสองของระยะความยาวที่วัด

(ในแนวระนาบเดียวกัน)

จากขอบประตูด้านหน้าส่วนที่กว้างที่สุดจนถึงด้านหลังสุดของกระบะ

๑.๓

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องยื่นเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีที่จะต้องเสียดังนี้

๑.๓.๑ กรณีผลิตในราชอาณาจักร

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงาน ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

ก่อนนำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม

หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าวให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น

(ECO

Sticker

เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน

นับแต่วันที่นำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม

๑.๓.๒ กรณีผลิตในเขตปลอดอากร

คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

หรือเขตประกอบการเสรี

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่

และชำระภาษีก่อนการตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าวให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น

(ECO

Sticker

เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงาน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ

สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน

นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

๑.๓.๓

กรณีรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงาน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ

สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่

และชำระภาษีก่อนการตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว

ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO

Sticker

เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ

สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕

วันนับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

กรณีเป็นรถยนต์ที่มียี่ห้อ รุ่น แบบ และ

Model

Code

เดียวกันกับรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

ที่ระบุในเว็บไซต์ www.car.go.th

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

ของรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดตามที่ระบุไว้ดังกล่าว

เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้

หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง

และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะยื่นหนังสือรับรองหรือเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2)

จากผู้ผลิตของประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิด ผลิต หรือประกอบ

ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมอบหมายรับรองเพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้

หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง

และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง และวรรคสาม หรือผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ประสงค์จะยื่นเอกสารตามวรรคหนึ่ง

วรรคสอง หรือวรรคสาม ให้ยื่นเอกสารที่แสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

ที่วัดได้ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนด UN Reg.101 Rev.2

หรือระดับที่สูงกว่า โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑)

คู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ จากผู้ผลิต

(๒)

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือสถาบันทดสอบยานยนต์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรอง

(ECE

101

Type

Approval

Authority)

(๓)

หนังสือรับรองจากผู้ผลิต

พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวง

กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

เมื่อได้รับป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงานแล้ว ให้ยื่นเอกสารดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี

และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ

สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐ วัน

นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

๑.๓.๔ รถยนต์ใช้แล้วที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

(CO2) ตามที่ปรากฏในคู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น

ๆ จากผู้ผลิต หรือจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต หรือหนังสือรับรองจากผู้ผลิต

พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

โดยผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

และให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี

และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ

สำนักงานศุลกากร ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐

วันนับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร

๑.๓.๕ กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีตาม มาตรา ๒๒

หรือมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

ให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบจากผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา

๕ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอยู่ในเขตท้องที่นั้นพร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีภายใน

๓๐ วันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

๑.๓.๖

ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นจนไม่สามารถยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงาน หรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ ตามระยะเวลาที่กำหนด

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นคำขอขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล

(ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงาน หรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่

แล้วแต่กรณี ก่อนวันครบกำหนด โดยให้สรรพสามิตพื้นที่มีอำนาจในการขยายระยะเวลาดังนี้

(๑)

กรณีขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร

เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ ๑.๓.๑ ข้อ ๑.๓.๒ หรือข้อ ๑.๓.๓

วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี แล้วจะต้องไม่เกิน ๙๐ วัน

(๒)

กรณีขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO

Sticker)

และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

และอัตราการใช้พลังงานหรือเอกสารการรับรองผลการทดสอบเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี

และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกัน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร

เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ ๑.๓.๓ วรรคสี่ หรือข้อ ๑.๓.๔

แล้วแต่กรณี แล้วจะต้องไม่เกิน ๒๔๐ วัน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การใดอยู่ระหว่างการดำเนินการตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์

เงื่อนไขและคุณลักษณะของรถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน

๔,๐๐๐

กิโลกรัม ที่ไม่มีพื้นที่ใส่สัมภาระด้านหลังที่นั่งคนขับ

ที่ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ

สำหรับการดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามที่กำหนดในประกาศนี้

การดำเนินการใด ๆ ตามประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและคุณลักษณะของรถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน

๔,๐๐๐

กิโลกรัม ที่ไม่มีพื้นที่ใส่สัมภาระด้านหลังที่นั่งคนขับ

ที่ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิต ที่ได้ดำเนินการไว้ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ให้เป็นอันใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดไปโดยเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้

หรือจนกว่าจะมีคำสั่งยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖

กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

พัชรภรณ์/จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๖๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๑๑๙ ง/หน้า ๒๗ (เล่มที่ ๒)/๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม ที่ไม่มีพื้นที่ใส่สัมภาระด้านหลังที่นั่งคนขับ (No Cab) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_43dc56e2f5e64686

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com