มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ
พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๔ ทวิ
ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ
บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ
ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๓
และยังคงได้รับหรือมีสิทธิได้รับอยู่ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๕
เดือนละต่ำกว่าอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๓ ของข้าราชการแต่ละประเภท
ตามกฎหมายว่าด้วยการให้ปรับใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน บัญชีอัตราเงินเดือนทหาร
บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม
หรือบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ แล้วแต่กรณี ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มอีก
ในอัตราเดือนละร้อยละสามสิบเก้าของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ
แต่ทั้งนี้ เมื่อรวม ช.ค.บ. ตามวรรคนี้กับเบี้ยหวัดหรือบำนาญแล้ว ให้ได้รับไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข
๓ ของข้าราชการแต่ละประเภทดังกล่าว
ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ
บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ
ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๒๓ เป็นต้นมา
และยังคงได้รับหรือมีสิทธิได้รับอยู่ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๕
เดือนละต่ำกว่าอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๓ ของข้าราชการแต่ละประเภท ตามกฎหมายว่าด้วยการให้ปรับใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน
บัญชีอัตราเงินเดือนทหาร บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม
หรือบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ แล้วแต่กรณี ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มอีกในอัตราเดือนละร้อยละสิบหกของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ
แต่ทั้งนี้ เมื่อรวม ช.ค.บ. ตามวรรคนี้กับเบี้ยหวัด หรือบำนาญแล้ว
ให้ได้รับไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๓ ของข้าราชการแต่ละประเภทดังกล่าว
สำหรับผู้มีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ
ให้ถือบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๓ ของผู้ที่ก่อให้เกิดสิทธิในบำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดนั้น
ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญรายใดไม่อาจนำอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๓
ของข้าราชการแต่ละประเภทมาใช้บังคับ ให้ใช้อัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนหมายเลข
๓
การคำนวณ ช.ค.บ. ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการปรับใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการโดยให้ได้รับตามบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข
๓ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๕
ในการนี้สมควรให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นในรูปเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญด้วย
แต่ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวมีอยู่สองประเภท คือ
ประเภทแรกได้แก่ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญในวันที่ ๑ มกราคม
๒๕๒๓ (วันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่
๒) พ.ศ. ๒๕๒๓) และได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มในอัตราร้อยละยี่สิบของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญอยู่แล้วตามพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓ โดยคำนวณจากเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๑ กับประเภทที่สอง
ได้แก่ผู้ซึ่งได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๒๓
(หลังวันที่พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๒๓ ใช้บังคับ) โดยคำนวณจากเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข ๒ และยังไม่มีการเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพ
จึงจำเป็นต้องปรับให้บุคคลทั้งสองประเภทได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมกับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มในอัตราส่วนเท่าเทียมกันและสอดคล้องกับเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนหมายเลข
๓ ดังนั้น ผู้ได้รับเบี้ยหวัดฯ
ประเภทแรก จึงควรให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละสามสิบเก้าและผู้ได้รับเบี้ยหวัดฯ
ประเภทหลังจึงควรให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละสิบหกของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๕
เป็นต้นไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๙/ตอนที่ ๒๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๑/๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕