法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. 2532 (ฉบับ Update ณ วันที่ 31/03/2554)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

กำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค

พ.ศ. ๒๕๓๒

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๒

เป็นปีที่ ๔๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓[๒] ให้มีศาลอุทธรณ์ภาค จำนวน ๙ ศาล คือ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ และมีเขตศาลดังต่อไปนี้

(๑) ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีเขตศาลในจังหวัดชัยนาท จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง

(๒) ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ มีเขตศาลในจังหวัดจันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดสระแก้ว

(๓) ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ มีเขตศาลในจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอำนาจเจริญ

(๔) ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ มีเขตศาลในจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครพนม จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอุดรธานี

(๕) ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ มีเขตศาลในจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน

(๖) ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ มีเขตศาลในจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี

(๗) ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ มีเขตศาลในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสุพรรณบุรี

(๘) ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ มีเขตศาลในจังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

(๙) ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ มีเขตศาลในจังหวัดตรัง จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดพัทลุง จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล

มาตรา ๔

มาตรา ๔[๓] ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีที่ตั้งอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ มีที่ตั้งอยู่ ณ จังหวัดระยอง ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ และศาลอุทธรณ์ภาค ๔ มีที่ตั้งอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ มีที่ตั้งอยู่ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ และศาลอุทธรณ์ภาค ๗ มีที่ตั้งอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ มีที่ตั้งอยู่ ณ จังหวัดภูเก็ตและศาลอุทธรณ์ภาค ๙ มีที่ตั้งอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้เปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นต้นไป

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พงส์ สารสิน

รองนายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ บัญญัติว่าให้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาคขึ้น ส่วนจำนวนและที่ตั้งจะอยู่ ณ ที่ใด มีเขตศาลเพียงไร และจะเปิดทำการเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา บัดนี้พร้อมที่จะกำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาคได้แล้ว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๖[๔]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๔

มาตรา ๔ บรรดาคดีที่ได้อุทธรณ์ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค แล้วแต่กรณี ซึ่งคดีนั้นค้างพิจารณาอยู่ คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากเขตศาลของศาลอุทธรณ์ภาคที่กำหนดไว้เดิมไม่เหมาะสม ทำให้มีจำนวนคดีไปสู่ศาลอุทธรณ์เป็นจำนวนมาก สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเขตศาลของศาลอุทธรณ์ภาค เพื่อให้จำนวนคดีไปสู่ศาลอุทธรณ์ภาคมากขึ้นในสัดส่วนที่เหมาะสมกับจำนวนคดีที่ไปสู่ศาลอุทธรณ์ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ และโดยที่มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า ศาลอุทธรณ์ภาคจะมีเขตศาลเพียงไร ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐[๕]

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๖] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้นไป

มาตรา ๔

มาตรา ๔[๗] (ยกเลิก)

มาตรา ๕

มาตรา ๕[๘] ให้เปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้นไป

มาตรา ๖

มาตรา ๖ บรรดาคดีที่ได้อุทธรณ์ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ หรือศาลอุทธรณ์ภาค ๓ แล้วแต่กรณี ซึ่งคดีนั้นค้างพิจารณาอยู่ คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป

ภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลอุทธรณ์ภาคตามมาตรา ๕ เปิดทำการ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ จะสั่งให้โอนคดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาคตามมาตรา ๕ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓ แล้วแต่กรณี ไปให้ศาลอุทธรณ์ภาคที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นตามมาตรา ๓ พิจารณาพิพากษาต่อไปก็ได้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีคดีขึ้นสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓ เป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถเร่งรัดให้คดีต่าง ๆ เสร็จไปในระยะเวลาที่เหมาะสมได้ สมควรเปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาคเพิ่มเติมและปรับปรุงเขตอำนาจศาลอุทธรณ์ภาคเพื่อให้สัดส่วนของคดีที่ขึ้นไปสู่ศาลอุทธรณ์ภาคต่าง ๆ มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับเขตอำนาจของสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคในศาลชั้นต้น และโดยที่มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ บัญญัติว่า ให้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาคขึ้น ส่วนจำนวนและที่ตั้งจะอยู่ ณ ที่ใดมีเขตศาลเพียงไรและจะเปิดทำการเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๐[๙]

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาและการเปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อให้มีระยะเวลาพอเพียงในการเตรียมการให้บริการแก่ประชาชนได้โดยครบถ้วนทุกด้าน และไม่มีอุปสรรคในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดี ซึ่งจะทำให้ศาลที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ดังกล่าวสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความมุ่งหมาย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๑[๑๐]

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาและการเปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อให้มีระยะเวลาพอเพียงในการเตรียมการให้บริการแก่ประชาชนได้โดยครบถ้วนทุกด้าน และไม่มีอุปสรรคในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดี ซึ่งจะทำให้ศาลที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ดังกล่าวสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความมุ่งหมาย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒[๑๑]

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ บัญญัติว่า ให้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาคขึ้น ส่วนจำนวนและที่ตั้งจะอยู่ ณ ที่ใดมีเขตศาลเพียงไร และจะเปิดทำการเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา บัดนี้พร้อมที่จะเปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ได้แล้ว เพื่อเป็นการกระจายความยุติธรรมแก่ประชาชนในส่วนภูมิภาค จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๓[๑๒]

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ มีเขตอำนาจในจังหวัดจันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดสระแก้ว และมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ บัญญัติให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ มีที่ตั้งอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร บัดนี้ สมควรให้มีการย้ายที่ตั้งของศาลอุทธรณ์ภาค ๒ จากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดระยอง เพื่อกระจายที่ตั้งของศาลอุทธรณ์ภาคไปยังส่วนภูมิภาค อันจะเป็นการอำนวยความสะดวกและความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในส่วนภูมิภาคได้อย่างทั่วถึง และโดยที่มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ บัญญัติว่า ให้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาคขึ้น ส่วนจำนวนและที่ตั้งจะอยู่ ณ ที่ใด มีเขตศาลเพียงไร และจะเปิดทำการเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๘[๑๓]

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ มีที่ตั้งอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร สมควรย้ายที่ตั้งของศาลอุทธรณ์ภาค ๕ จากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระจายที่ตั้งของศาลอุทธรณ์ภาคไปยังส่วนภูมิภาค อันจะเป็นการอำนวยความสะดวกและความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในส่วนภูมิภาคได้อย่างทั่วถึง และโดยที่มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ บัญญัติว่า ให้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาคขึ้น ส่วนจำนวนและที่ตั้งจะอยู่ ณ ที่ใด มีเขตศาลเพียงไร และจะเปิดทำการเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาลและวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๔[๑๔]

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการกำหนดจำนวนที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค ได้กำหนดที่ตั้งของศาลอุทธรณ์ภาคต่าง ๆ ไว้ในพระราชกฤษฎีกาสองฉบับ กล่าวคือ กำหนดที่ตั้งของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ถึงศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ไว้ในพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ และกำหนดที่ตั้งของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ถึงศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ไว้ในพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาลและวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งก่อให้เกิดความสับสนในการใช้กฎหมาย สมควรรวมบทบัญญัติเรื่องการกำหนดที่ตั้งของศาลอุทธรณ์ภาคทั้ง ๙ ภาค ไว้ในพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกัน ประกอบกับสมควรย้ายที่ตั้งของศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดภูเก็ต เพื่อกระจายที่ตั้งของศาลอุทธรณ์ภาคไปยังส่วนภูมิภาค อันจะเป็นการอำนวยความสะดวกและความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในส่วนภูมิภาคได้อย่างทั่วถึง และโดยที่มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ บัญญัติว่า ให้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาคขึ้น ส่วนจำนวนและที่ตั้งจะอยู่ ณ ที่ใด มีเขตศาลเพียงไร และจะเปิดทำการเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ณัฐพร/ผู้จัดทำ

๒๖ กันยายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๒๐๓/ฉบับพิเศษ หน้า ๕/๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๒

[๒] มาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐

[๓] มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาลและวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๑๐๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๖

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๗๑ ก/หน้า ๑/๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๐

[๖] มาตรา ๒ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๗] มาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ยกเลิกโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาลและวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๘] มาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๗๔ ก/หน้า ๑/๑ ธันวาคม ๒๕๔๐

[๑๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๖๗ ก/หน้า ๑๐/๓๐ กันยายน ๒๕๔๑

[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๑ ก/หน้า ๓๓/๒ มีนาคม ๒๕๔๒

[๑๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๘๕ ก/หน้า ๓/๑๕ กันยายน ๒๕๔๓

[๑๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๑/๓๑ มีนาคม ๒๕๔๘

[๑๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๒๒ ก/หน้า ๔/๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. 2532 (ฉบับ Update ณ วันที่ 31/03/2554) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4706909ab46bde2c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com