ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ
ข. แห่งประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลัก
เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำเข้า ส่งออกหรือนำผ่านพืชอนุรักษ์และซากของพืชอนุรักษ์ตาม
พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๓๖ ลงวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.
๒๕๓๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข. การขออนุญาตส่งออกพืชอนุรักษ์และซากของพืชอนุรักษ์
๑. การขออนุญาตส่งออกพืชอนุรักษ์หรือซากของพืชอนุรักษ์ ตามวงศ์และชนิด
ที่ระบุไว้ในบัญชีที่ ๑
๑.๑ ผู้ส่งออกพืชอนุรักษ์หรือซากของพืชอนุรักษ์
ที่ได้มาจากการขยายพันธุ์
เทียม จะต้องยื่นแบบคำขอ พร้อมหลักฐานแสดงแหล่งที่มา วิธีการขยายพันธุ์เทียม หรือหมายเลข
ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์เพื่อการค้าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ใน
กรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ในจังหวัดอื่นให้
ยื่น ณ ด่านตรวจพืชที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จึงออกหนังสืออนุญาต
ส่งออกโดยลงลายมือชื่อกำกับในช่องที่ ๑๓ ของแบบหนังสืออนุญาต
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องทำการตรวจพืชอนุรักษ์หรือซากของพืชอนุรักษ์ที่ส่งออกนั้น
ว่าถูกต้องตรงกับที่แสดงไว้ในหนังสืออนุญาตส่งออกจึงลงลายมือชื่อกำกับในช่องที่ ๑๔
ของแบบหนังสืออนุญาต หนังสืออนุญาตจึงจะสมบูรณ์
๑.๒ ผู้ส่งออกพืชอนุรักษ์หรือซากของพืชอนุรักษ์ที่ไม่ได้มาจากการขยาย
พันธุ์เทียมจะต้องยื่นแบบคำขอ พร้อมสำเนาหนังสืออนุญาตนำเข้าจากประเทศปลายทาง และวัตถุ
ประสงค์ในการส่งออกมาพร้อมแบบคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองควบคุมวัชพืชและวัสดุการ
เกษตร กรมวิชาการเกษตร หนังสืออนุญาตจะออกให้ได้ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการพืชอนุรักษ์
ที่
กรมวิชาการเกษตรแต่งตั้งขึ้นได้ให้ความเห็นชอบว่าการส่งออกพืชอนุรักษ์หรือซากของพืชอนุรักษ์
ดังกล่าวจะไม่กระทบกระเทือนต่อการอยู่รอดของพืชอนุรักษ์ชนิดนั้นในธรรมชาติ พนักงานเจ้าหน้า
ที่จึงออกหนังสืออนุญาตส่งออก โดยลงลายมือชื่อกำกับในช่องที่ ๑๓ ของแบบหนังสืออนุญาต
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องทำการตรวจพืชอนุรักษ์หรือซากของพืชอนุรักษ์ที่ส่ง
ออกนั้น ว่าถูกต้องตรงกับที่แสดงไว้ในหนังสืออนุญาตส่งออกจึงลงลายมือชื่อกำกับในช่องที่
๑๔
ของแบบหนังสืออนุญาต หนังสืออนุญาตจึงจะสมบูรณ์
หนังสืออนุญาตส่งออกพืชอนุรักษ์ที่ไม่ได้มาจากการขยายพันธุ์เทียมตาม
วรรคหนึ่งนั้น จะออกให้ได้เฉพาะการส่งออกซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เท่า
นั้น
๒. การขออนุญาตส่งออกพืชอนุรักษ์และซากของพืชอนุรักษ์ตามวงศ์และชนิด
ที่ระบุไว้ในบัญชีที่ ๒
๒.๑ ผู้ส่งออกพืชอนุรักษ์หรือซากของพืชอนุรักษ์ที่ได้มาจากการขยายพันธุ์
เทียม จะต้องยื่นแบบคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กองควบคุมพืชและ
วัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ในจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ ด่านตรวจพืช ที่อธิบดีกรมวิชาการ
เกษตรกำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จึงออกหนังสืออนุญาตส่งออกโดยลงลายมือชื่อกำกับในช่องที่
๑๓ ของแบบหนังสืออนุญาต
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องทำการตรวจพืชอนุรักษ์หรือซากของพืชอนุรักษ์ที่ส่ง
ออกนั้น ว่าถูกต้องตรงกับที่แสดงไว้ในหนังสืออนุญาตส่งออกจึงลงลายมือชื่อกำกับในช่องที่
๑๔
ของแบบหนังสืออนุญาต หนังสืออนุญาตจึงจะสมบูรณ์
๒.๒
ผู้ส่งออกพืชอนุรักษ์หรือซากของพืชอนุรักษ์ที่ไม่ได้มาจากการขยาย
พันธุ์เทียมจะต้องยื่นแบบคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กองควบคุม
พืชและวัสดุการเกษตร ในจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ ด่านตรวจพืช ที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนด
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงออกหนังสืออนุญาตส่งออก โดยลงลายมือชื่อกำกับในช่องที่ ๑๓
ของแบบ
หนังสืออนุญาต
การยื่นคำขอตาม ข้อ ข. ๒.๒ วรรคหนึ่ง ผู้ยื่นคำขอต้องแนบสำเนาใบ
อนุญาตค้าของป่าหวงห้ามหรือหลักฐานแสดงแหล่งที่มากรณีมิใช่ของป่า ตามพระราชบัญญัติ
ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วแต่กรณีด้วย
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องทำการตรวจพืชอนุรักษ์หรือซากของพืชอนุรักษ์ที่ส่ง
ออกนั้น ว่าถูกต้องตรงกับที่แสดงไว้ในหนังสืออนุญาตส่งออกจึงลงลายมือชื่อกำกับในช่องที่
๑๔
ของแบบหนังสืออนุญาต หนังสืออนุญาตจึงจะสมบูรณ์
๓.
ความในข้อ ข. ๒.๒ วรรคสอง ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕
มีนาคม พ.ศ.
๒๕๔๑ เป็นต้นไป"