ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สกส. 9/2560
เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม (ฉบับที่ 2)
1. เหตุผลในการออกประกาศ
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 19/2559 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม โดยในส่วนของหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) กําหนดให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สามารถให้สินเชื่อ ลงทุนก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ได้ไม่เกิน 200 ล้านบาท โดยพิจารณาแนวทางการคํานวณ วิธีการนับลูกหนี้ในธุรกรรมประเภทต่าง ๆ และข้อยกเว้นในการคํานวณอัตราการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ ตลอดจนการพิจารณาผ่อนผันการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ เช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป นั้น
เนื่องจากหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ข้างต้น มีข้อจํากัดต่อการขยายสินเชื่อของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ดังนั้น เพื่อให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถดําเนินการแก้ไขปัญหากิจการตามแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูและแผนธุรกิจที่วางไว้ได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามให้สอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยปรับจํานวนเงินสูงสุดในการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ (Single Lending Limit) ได้ตามรายละเอียดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในประกาศฉบับนี้
2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 50 และมาตรา 52 ประกอบมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกข้อกําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
3. ประกาศที่แก้ไข
ยกเลิกความในข้อ 4.4.1 (2) ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 19/2559 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 และให้ใช้ความในข้อ 5 ของประกาศฉบับนี้ แทน
4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
5. เนื้อหา
(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(2.1) การถือปฏิบัติตามประกาศช้างต้น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สามารถให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ได้ไม่เกินจํานวนเงินที่กําหนด ดังต่อไปนี้
| | |
| --- | --- |
| กลุ่มลูกค้า | จํานวนเงินสูงสุด |
| 1) กลุ่มลูกค้าเดิมของธนาคาร | 1,000 ล้านบาท |
| 2) กลุ่มลูกค้าใหม่ | 500 ล้านบาท |
| 3) รัฐวิสาหกิจ | 2,000 ล้านบาท |
ทั้งนี้ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยต้องพิจารณาถึงความสามารถทางการเงินของลูกหนี้อย่างระมัดระวังโดยเฉพาะการทําธุรกรรมกับลูกค้ารายใหญ่โดยพิจารณาแนวทางการคํานวณวิธีการนับลูกหนี้ในธุรกรรมประเภทต่าง ๆ และข้อยกเว้นในการคํานวณอัตราการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ตลอดจนการพิจารณาผ่อนผันการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั่วไป
(2.2) ในกรณีที่กระทรวงการคลังเห็นว่าธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถกลับมาดําเนินการได้ตามปกติตามแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูและธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นไม่ต่ํากว่าอัตราที่กฎหมายกําหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการซองศาสนาอิสลาม ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพันหรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนทั้งสิ้น แทนจํานวนเงินสูงสุดตามตารางข้างต้น
6. บทเฉพาะกาล
6.1 การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้ทําสัญญาผูกพันไว้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2560 ให้ได้รับการผ่อนผันต่อไปตามแนวทางของข้อ 5.2 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส.19/2559 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม
6.2 การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้รับผ่อนผันเป็นรายกรณีจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สามารถดําเนินการตามที่ได้รับผ่อนผันต่อไปได้
6.3 การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้ทําสัญญาผูกพันไว้ตั้งแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่กระทรวงการคลังเห็นว่าธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถดําเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟู และมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นไม่ต่ํากว่าเกณฑ์ที่กําหนดไว้ตามข้อ 4.5 ของประกาศรนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 19/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม หากปรากฎว่าจํานวนเงินที่คํานวณจากร้อยละ 25 ของเงินกองทุนทั้งสิ้น ต่ํากว่าจํานวนเงินสูงสุดที่กําหนดตามตารางในข้อ 5 ข้างต้น ให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถดําเนินการตามสัญญาที่ผูกพันไว้แล้วต่อไปตามประเภทของสินเชื่อ กล่าวคือ ในกรณี เป็นสัญญาที่มีการกําหนดอายุ (Term Loan) หรือกรณีสัญญามีการกําหนดชําระเงินเมื่อทวงถามหรือเรียกให้ชําระคืน (Call Loan) ตามแนวทางการผ่อนผันที่กําหนดในข้อ 5.2 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 19/2559 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ประกอบธุรกิจทางการเงินตามหลักการของศาสนาอิสลาม
ทั้งนี้ ให้จัดเก็บเอกสาร และข้อมูลยอดคงค้างของลูกหนี้หรือลูกค้าทุกรายที่เข้าข่ายได้รับการผ่อนผันไว้ที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อให้ผู้ตรวจการสถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถตรวจสอบได้
7. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ประกาศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2560
(นางฤชุกร สิริโยธิน)
รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน
ผู้ว่าการแทน
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ฝ่ายกํากับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
โทรศัพท์ 0 2283 5815, 0 2356 7716