法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การสรรหาและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การสรรหาและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช.

พ.ศ. 2561

โดยที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 กําหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช.เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติด้านการบริหารงานบุคคลของสํานักงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 144 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การสรรหาและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอก ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ หรือด้านการงบประมาณ จํานวนไม่เกินสามคนร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช.

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ํากว่าสี่สิบห้าปี แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อ

(3) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

(4) เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ หรือด้านการงบประมาณ

(5) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

(6) มีสุขภาพที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(1) เป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระใด

(2) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสํานักงาน ป.ป.ช.

(3) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(4) เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(5) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง หรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นของพรรคการเมือง

(6) เป็นภิกษุ สามณร นักพรต หรือนักบวช

(7) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ

(8) เป็นผู้ดํารงตําแหน่งใดในห้างหุ้นส่วนบริษัท หรือองค์กรที่ดําเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกําไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด

(9) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ

(10) เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ

(11) เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ํารวยผิดปกติ หรือเคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจําคุกเพราะกระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(12) เคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นําเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสํานัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน

(13) เคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง

(14) เคยพ้นจากตําแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการเสนอ การแปรญัตติหรือการกระทําด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการมีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย

(15) เคยพ้นจากตําแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมีคําพิพากษาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ หรือกระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

(16) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(17) ต้องคําพิพากษาให้จําคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

(18) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่

(19) อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

(20) อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง

(21) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(22) ติดยาเสพติดให้โทษ

(23) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(24) มีพฤติการณ์อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การสรรหาและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ดําเนินการดังนี้

(1) ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช. มีสิทธิเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวนด้านละหนึ่งคน โดยอาจเสนอชื่อบุคคลเดียวในหลายด้านก็ได้ และให้ส่งรายชื่อต่อสํานักงาน ป.ป.ช. ภายในสิบห้าวันนับจากวันที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ดําเนินการสรรหา

(2) ให้สํานักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทําหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อตาม (1) ในเบื้องต้น พร้อมทั้งจัดทําบัญชีรายชื่อ ประวัติและผลงานโดยย่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(3) ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เลือกผู้ที่เหมาะสมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อตาม (2) จํานวนไม่เกินสามคน และให้มีรายชื่อสํารองจํานวนสองคน โดยจัดลําดับตามความเหมาะสม

(4) เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เลือกผู้เหมาะสมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้วให้สํานักงาน ป.ป.ช. ส่งหนังสือแสดงความยินยอมให้บุคคลดังกล่าวเพื่อให้ความยินยอม พร้อมทั้งแจ้งรายละเอียดในการปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ผู้ได้รับการคัดเลือกทราบด้วย

(5) เมื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมกรผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้ความยินยอมเรียบร้อยแล้วให้คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นตาม (2) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโดยละเอียด

(6) ให้สํานักงาน ป.ป.ช. จัดทําคําสั่งแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเสนอต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อลงนามคําสั่งแต่งตั้ง และแจ้งผลการคัดเลือกและแต่งตั้งให้ผู้นั้นทราบด้วย ทั้งนี้ เมื่อมีคําสั่งแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้วให้รายชื่อสํารองเป็นอันยกเลิก

กรณีผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่ยินยอมให้ตรวจสอบคุณสมบัติหรือไม่ยินยอมที่จะเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามหรือมีเหตุอันใดที่ไม่สามารถแต่งตั้งผู้นั้นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ ให้ผู้ที่มีรายชื่อสํารองเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกต่อไปตามลําดับ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหน่งสามปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งและอาจได้รับสรรหาหรือแต่งตั้งใหม่ได้แต่จะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งจะเข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งเมื่อ

(1) ตาย

(2) มีอายุครบเจ็บสิบปีบริบูรณ์ กรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการ

(3) ลาออก

(4) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 4 หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5

(5) คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้พ้นจากตําแหน่ง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่ง เป็นเหตุให้องค์ประกอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. ไม่มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลืออยู่ ให้ดําเนินการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ 6 ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่ง เว้นแต่องค์ประกอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. ยังคงมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลืออยู่คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจมีมติให้สํานักงาน ป.ป.ช. ดําเนินการสรรหาและนําเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแต่งตั้งเพิ่มเติมได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีปรากฏภายหลังว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอันเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพันจากตําแหน่ง การพ้นจากตําแหน่งดังกล่าวไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทําไปตามหน้าที่ก่อนพ้นจากตําแหน่ง รวมทั้งสิทธิในการได้รับเบี้ยประชุมหรือประโยชน์อื่นใดตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาด คําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เป็นที่สุด

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การสรรหาและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4a4afe13dbcddd73

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com