กฎกระทรวงมหาดไทย
กฎกระทรวงมหาดไทย
ออกตามความในพระราชบัญญัติเทศบาล
พุทธศักราช ๒๔๘๑ (ฉบับที่ ๑)[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕ และมาตรา
๗๕ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๘๑
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงว่าด้วยระเบียบการประชุมของสภาเทศบาลไว้ดังต่อไปนี้
หมวด ๑
ประธานและรองประธานสภา
ข้อ
๑
เมื่อนายอำเภอในกรณีแห่งสภาตำบล หรือข้าหลวงประจำจังหวัดในกรณีแห่งสภาเมืองและสภานคร ได้เปิดประชุมตามความในมาตรา ๒๓ วรรค ๒ แล้ว ให้เลขานุการสภาเชิญสมาชิกผู้มีอายุสูงสุดซึ่งมาประชุมในคราวประชุมนั้น เป็นประธานชั่วคราว จนกว่านายอำเภอหรือข้าหลวงประจำจังหวัด แล้วแต่กรณีได้ลงนามในหมายตั้งนายกเทศมนตรี ซึ่งเป็นประธานโดยตำแหน่งตามมาตรา ๑๘ แล้ว
ข้อ
๒
วิธีเลือกนายกเทศมนตรีผู้เป็นประธานสภานั้นให้มีการเสนอชื่อสมาชิกที่เห็นสมควรแก่ตำแหน่งโดยมีสมาชิกอื่นรับรองหนึ่งคนในกรณีแห่งสภาตำบล สองคนในกรณีแห่งสภาเมือง และสามคนในกรณีแห่งสภานคร โดยให้เลือกจากชื่อเหล่านี้โดยวิธีเขียนชื่อ เมื่อได้เลือกแล้วให้เลขานุการสภาประกาศคะแนนต่อที่ประชุม ผู้ใดได้คะแนนสูงสุด ผู้นั้นเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้ามีผู้ได้คะแนนสูงสุดเท่ากันให้เลือกใหม่เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน ในการนับคะแนนนั้นให้เลขานุการเชิญสมาชิกไม่น้อยกว่าสองคนมาช่วย
ถ้ามีการเสนอชื่อนายกเทศมนตรีแต่คนเดียว
ให้ผู้นั้นได้รับเลือกโดยมิต้องเขียนชื่อลงคะแนน
ข้อ
๓
เมื่อนายกเทศมนตรีได้เลือกเทศมนตรีอื่นโดยความเห็นชอบของสภาแล้ว ในการเลือกรองประธานสภานั้นให้นำความในข้อ ๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ
๔
ประธานสภามีหน้าที่ดังต่อไปนี้ คือ
ก. ดำเนินกิจการของสภาตามกฎหมาย
ข. เป็นประธานในที่ประชุมสภา และจะตอบกะทู้ถามหรือชี้แจงแสดงเหตุผลในฐานะที่เป็นเทศมนตรีก็ได้
ค. บังคับการงานในสภา
ง. ระวังรักษาความสงบเรียบร้อยในสภา
จ. เป็นผู้แทนสภาในกิจการภายนอก
ข้อ
๕
หน้าที่ต่อไปนี้ประธานสภาอาจมอบให้ปลัดเทศบาลหรือพนักงานเทศบาลตำแหน่งอื่นเป็นผู้ทำหน้าที่เลขานุการสภา คือ
ก. นัดประชุมสมาชิก
ข. แจ้งระเบียบและหนังสือทั้งปวงแก่ที่ประชุมสมาชิก
ค. จดรายงานการประชุม
ง. รักษาสรรพเอกสารของสภา เอกสารเหล่านั้นจะเปิดเผยได้เพียงใดแล้วแต่ที่ประชุมหรือประธานอนุญาต
จ. ควบคุมการเข้าออกในสภา
ข้อ
๖
รองประธานสภามีหน้าที่ช่วยประธานสภาในกิจการทั่วไป เป็นผู้ทำการแทนประธานเมื่อประธานไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเมื่อประธานมอบหมาย
หมวด ๒
การประชุม
ข้อ
๗
การประชุมมี ๒ อย่าง คือ
ก. การประชุมสามัญ ได้แก่การประชุมตามปกติซึ่งสภาได้กำหนดไว้
ข. การประชุมวิสามัญ ได้แก่การประชุมนอกจากปกติ
ข้อ
๘
การประชุมนั้นให้ออกหนังสือนัด แต่ถ้าบอกนัดในที่ประชุมจึงให้ออกหนังสือนัดเฉพาะผู้ที่มิได้มาประชุมในเวลานั้น
โดยปกติให้นัดล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า ๓ วัน หากเป็นการด่วนหรืออยู่ในระหว่างสมัยประชุมแล้วจะนัดเร็วกว่านั้นก็ได้
ข้อ
๙
การนัดประชุม ให้ส่งระเบียบวาระแห่งการประชุมไปด้วย เว้นแต่เป็นการด่วน
ข้อ
๑๐
เมื่อมีสัญญาณให้เข้าห้องประชุมแล้ว ให้สมาชิกนั่งตามที่ซึ่งจัดไว้
ในเมื่อประธานและรองประธานสภาไม่อยู่ในที่ประชุมให้สมาชิกเลือกเทศมนตรีซึ่งเป็นสมาชิกและอยู่ในที่ประชุมเป็นประธานในคราวประชุมนั้น
ในการประชุมทุกคราวต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม
ข้อ
๑๑ เมื่อประธานสภาลุกออกจากที่นั่งโดยมิได้มีคำสั่งอย่างใดแล้วให้ถือว่าปิดประชุม
ข้อ
๑๒
เมื่อประธานสภามีเรื่องที่ควรแจ้งให้ที่ประชุมทราบก่อนเริ่มปรึกษาตามระเบียบวาระก็ให้แจ้งต่อที่ประชุม
ข้อ
๑๓
การจัดระเบียบวาระนั้น โดยปกติให้บรรจุข้อเสนอหรือญัตติของคณะเทศมนตรีก่อน และวางตามลำดับดังนี้
ก. รับรองรายงานการประชุม
ข. การด่วน
ค. เสนอเทศบัญญัติชั่วคราวเพื่ออนุมัติ
ง. กะทู้ถาม
จ. ญัตติร่างเทศบัญญัติที่ค้าง
ฉ. ญัตติร่างเทศบัญญัติใหม่
ช. ญัตติอื่น ๆ
ข้อ
๑๔
โดยปกติให้ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ เว้นแต่ที่ประชุมจะได้ตกลงเป็นอย่างอื่นในคราวนั้น
ข้อ
๑๕
ถ้าประธานสภาเห็นว่าได้มีการประชุมกันเป็นเวลานานสมควรหยุดพักเสียชั่วคราวก็สั่งให้หยุดได้
ข้อ
๑๖
ภายใต้บังคับข้อ ๑๗ เมื่อคณะเทศมนตรีหรือสมาชิกสภารวมกันไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมร้องขอให้มีการประชุมลับ ก็ให้ประธานสภาสั่งผู้ที่มิได้เป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ออกจากห้องประชุม
ข้อ
๑๗
การปรึกษาเรื่องที่สมาชิกถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตามความในมาตรา ๑๗ (๖) หรือตามความในหมวด ๑๐ แห่งกฎนี้ ให้ประชุมลับ เว้นแต่สมาชิกที่ถูกกล่าวหาจะขอให้ประชุมเปิดเผย
ข้อ
๑๘
รายงานการประชุมซึ่งคณะกรรมการได้ตรวจสอบแล้ว ให้ทำสำเนาขึ้นอย่างน้อย ๒ ฉบับ และวางให้สมาชิกตรวจดูได้ก่อนเวลาประชุมอย่างน้อย ๕ ชั่วโมง สมาชิกผู้ใดต้องการแก้ถ้อยคำของตนต้องได้รับอนุญาตจากสภา
ข้อ
๑๙
เมื่อสภาได้รับรองรายงานการประชุมนั้นแล้วให้ประธานหรือรองประธานสภาลงนามไว้เป็นสำคัญ
รายงานการประชุมของสภาสมัยก่อนซึ่งยังมิได้รับรองให้ประธานสมัยปัจจุบันเป็นผู้ลงนามรับรอง
ข้อ
๒๐
รายงานเฉพาะการประชุมลับจะเปิดเผยเพียงใดหรือไม่ ให้เป็นไปตามมติสภา
หมวด ๓
การเสนอและพิจารณาญัตติ
ข้อ
๒๑
ญัตติมี ๒ อย่าง คือ
ก. ญัตติที่เกี่ยวแก่กิจการภายในของสภา
ข. ญัตติร่างเทศบัญญัติ
ข้อ
๒๒
ญัตติตามข้อ ๒๑ ก. นั้น ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร และมีสมาชิกรับรองหนึ่งคน
ญัตติต่อไปนี้ไม่ต้องบอกล่วงหน้าและไม่ต้องเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ต้องมีสมาชิกรับรองหนึ่งคน คือ
ก. ญัตติขอให้รับรองรายงานการประชุม
ข. ญัตติขอให้รับรองรายงานของกรรมการ
ค. ญัตติขอให้ปรึกษาเป็นการด่วน หรือญัตติในเวลาที่มีการปรึกษารวดเดียว หรือญัตติซึ่งประธานสภาเห็นว่าควรอนุญาต
ง. ญัตติดังได้กำหนดไว้ในข้อ ๒๔
การเสนอญัตติกล่าวโทษสมาชิกให้เป็นไปตามความในหมวด ๑๐ ข้อ ๗๕
ข้อ
๒๓
ภายใต้บังคับข้อ ๒๕ ญัตติร่างเทศบัญญัตินั้นต้องแบ่งเป็นข้อ และมีบันทึกข้อความดังต่อไปนี้
ก. หลักการของร่างเทศบัญญัติ
ข. คำชี้แจงแสดงเหตุผลว่ามีความจำเป็นอย่างไรจึงต้องตราเทศบัญญัตินั้น
เมื่อประธานสภาได้รับญัตติร่างเทศบัญญัติที่เสนอมานั้นและตรวจเห็นถูกต้องตามระเบียบการประชุมแล้ว ให้ส่งสำเนาแก่สมาชิกล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วันก่อนวันประชุม เว้นแต่เป็นการด่วน
ข้อ
๒๔ เมื่อที่ประชุมกำลังอภิปรายญัตติใดญัตติหนึ่ง ห้ามมิให้สมาชิกนำญัตติอื่นเสนอนอกจาก
ก. ญัตติขอแปรญัตติที่ไม่ใช่ร่างเทศบัญญัติ
ข. ญัตติขอให้ส่งปัญหาไปยังกรรมการ
ค. ญัตติขออย่าเพิ่งลงมติในญัตตินั้น เพื่อให้อภิปรายกันต่อไป
ง. ญัตติขอให้เลื่อนการประชุม
จ. ญัตติขอให้ที่ประชุมลงมติ
ฉ. ญัตติขอให้ที่ประชุมยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา ถ้าที่ประชุมตกลงตามตามนี้ไซร้ ญัตติเดิมเป็นอันระงับไป
ข้อ
๒๕
ถ้าสมาชิกเป็นผู้เสนอร่างเทศบัญญัติเกี่ยวแก่การตั้งขึ้นหรือยกเลิก หรือลด หรือเปลี่ยนแปลงรายได้ รายจ่าย ต้องให้นายกเทศมนตรีรับรอง
ส่วนญัตติร่างเทศบัญญัติอื่นๆ ให้มีสมาชิกรับรองสองคนในกรณีแห่งสภาตำบล สามคนในกรณีแห่งสภาเมือง และสี่คนในกรณีแห่งสภานคร ผู้เสนอและผู้รับรองต้องลงนามบนร่างที่ยื่นต่อประธานสภา
การเสนอญัตติร่างเทศบัญญัติใด ๆ ถ้าคณะเทศมนตรีเป็นผู้เสนอไม่ต้องมีผู้รับรอง
การเสนอญัตติร่างเทศบัญญัติงบประมาณให้เป็นไปตามความในหมวด ๘ ว่าด้วยงบประมาณ
ข้อ
๒๖
ตามปกติที่ประชุมจะต้องพิจารณาญัตติร่างเทศบัญญัติเป็น ๓ วาระ
ข้อ
๒๗
ในการพิจารณาวาระที่ ๑ ให้ที่ประชุมลงมติว่าควรจะรับหลักการแห่งร่างเทศบัญญัตินั้นไว้พิจารณาหรือไม่
ถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้านในหลักการ หรือมีผู้คัดค้าน แต่ที่ประชุมลงมติไม่เห็นชอบตามคำคัดค้านนั้น ก็ให้ถือว่าที่ประชุมยอมรับร่างเทศบัญญัตินั้นไว้ปรึกษาต่อไป ให้ประธานสภาส่งต้นร่างเทศบัญญัตินั้นไปให้คณะกรรมการพิจารณาโดยละเอียด และทำรายงานเสนอประธานภายในเวลาที่สภากำหนดให้
ถ้าคณะเทศมนตรีหรือสมาชิกมีจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนที่มาประชุมร้องขอ ที่ประชุมจะพิจารณาร่างเทศบัญญัตินั้นทั้ง ๓ วาระรวดเดียวก็ได้
ข้อ
๒๘
ภายในเวลาที่สภากำหนดให้ สมาชิกผู้ใดเห็นควรจะแก้ไขเพิ่มเติมร่างข้อใด ให้เขียนคำแก้ไขเพิ่มเติมเป็นแปรญัตติส่งมาเป็นข้อ ๆ โดยมีสมาชิกรับรองหนึ่งคนในกรณีแห่งสภาตำบล สองคนในกรณีแห่งสภาเมือง และสามคนในกรณีแห่งสภานคร ยื่นต่อประธานคณะกรรมการ
การขอแปรญัตติในร่างเทศบัญญัติซึ่งพิจารณารวดเดียวในวาระที่ ๒ นั้น ไม่ต้องเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ต้องมีสมาชิกรับรองหนึ่งคน
ข้อ
๒๙
คณะกรรมการต้องทำรายงานและบันทึกความเห็นแห่งร่างเทศบัญญัติตามร่างเดิม และตามข้อที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งสมาชิกส่งมายื่นต่อประธานสภา แล้วให้ประธานส่งสำเนาร่างและรายงานนั้นแก่สมาชิก โดยปกติไม่น้อยกว่า ๑ วันก่อนวันนัดประชุม เว้นแต่เป็นการด่วน
ประธานสภาจะขอให้คณะกรรมการไปเข้าประชุมในสภาด้วย เพื่อแถลงประกอบรายงาน หรือแก้ข้อสงสัยต่าง ๆ ของสมาชิกเกี่ยวแก่รายงานนั้นก็ได้
ข้อ
๓๐
ในการพิจารณาวาระที่ ๒ ให้ปรึกษาเรียงลำดับข้อ เฉพาะข้อที่มีคำแปรญัตติ หรือมีการแก้ไขเท่านั้น เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น
ในระหว่างพิจารณาวาระที่ ๒ นั้น ถ้าความปรากฏขึ้นว่าข้อใดที่ประชุมเห็นสมควรจะส่งให้คณะกรรมการชุดเดิมหรือคณะกรรมการอื่นไปพิจารณาอีก ก็ส่งได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นการพิจารณาเฉพาะข้อนั้น ๆ เป็นอันระงับไว้ และถ้าไม่เป็นการขัดข้องก็ให้ที่ประชุมพิจารณาข้ออื่น ๆ ต่อไปจนจบร่าง
เมื่อคณะกรรมการได้ยื่นรายงานตามข้อที่ได้ระงับไว้นั้นแล้ว ให้ประธานสภาจัดส่งสำเนานั้นแก่สมาชิกโดยปกติไม่น้อยกว่า ๑ วันก่อนวันนัดประชุม เว้นแต่เป็นการด่วน
อนึ่ง
ในการประชุมต่อวาระที่ ๒ ให้ที่ประชุมลงมติเฉพาะข้อที่ได้ระงับไว้นั้นจนสิ้น
ข้อ
๓๑
ในการพิจารณาวาระที่ ๓ ให้ปรึกษาแต่ข้อเดียวว่า ร่างที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมตกลงกันแล้วนั้น สมควรจะออกเป็นเทศบัญญัติได้หรือไม่
ข้อ
๓๒
ญัตติร่างเทศบัญญัติใดได้ปรึกษาตกไปแล้ว ห้ามมิให้นำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน
บทบังคับในวรรคแรกให้ใช้กับญัตติอื่น ๆ ด้วย เว้นแต่ประธานสภาจะอนุญาตในเมื่อพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป
ข้อ
๓๓
ญัตติใด ๆ ที่สภายังพิจารณาไม่เสร็จ ถ้าเปลี่ยนสภาใหม่ให้เป็นอันตกไป
หมวด ๔
การอภิปราย
ข้อ
๓๔
สมาชิกผู้ใดประสงค์จะกล่าวความข้อหนึ่งข้อใดก็ให้ยกมือขึ้น เมื่อประธานสภาให้สัญญาณให้พูดแล้ว จึงพูดได้ สมาชิกจะยืนพูด ณ ที่ของตน หรือจะไปพูด ณ ที่ซึ่งจัดไว้ก็ได้ คำพูดนั้นต้องเป็นคำพูดกับประธานสภาเสมอ
ประธานต้องให้โอกาสแก่ผู้เสนอหรือผู้แปรญัตติได้อภิปรายก่อน
ข้อ
๓๕
เมื่อผู้เสนอหรือผู้แปรญัตติได้อภิปรายแล้ว ให้ประธานสภาถามที่ประชุมว่าจะมีผู้ใดคัดค้านหรือไม่ ถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้าน ก็ให้ประธานเสนอให้ที่ประชุมลงมติ
ถ้ามีผู้คัดค้านคนเดียว ก็ให้ผู้คัดค้านผู้นั้นเป็นผู้อภิปราย ถ้าสมาชิกหลายคนยกมือขึ้นพร้อมกัน ประธานจะได้ให้สมาชิกผู้ที่ได้สบตาก่อนเป็นผู้พูด
ข้อ
๓๖
ในเวลาที่กำลังอภิปรายอยู่นั้น ถ้าประธานสภายืนขึ้น ให้สมาชิกผู้กำลังพูดหรือจะขอพูดนั้นระงับและนั่งลงทันที สมาชิกทั้งหลายซึ่งอยู่ในที่ประชุมนั้นต้องนิ่งฟังคำประธาน
ข้อ
๓๗
เมื่อประธานสภาเตือนสมาชิกให้เข้าระเบียบสมาชิกต้องกระทำตามทันที
ข้อ
๓๘
ห้ามมิให้สมาชิกพูดนานเกินกว่า ๑๐ นาที โดยมิได้รับความยินยอมจากประธานสภา ประธานจะอนุญาตให้ต่อเมื่อเห็นว่าปัญหาที่โต้เถียงกันนั้นเป็นปัญหาสำคัญยิ่ง
เมื่อสมาชิกผู้นั้นร้องขอ ประธานอาจอนุญาตให้พูดต่อไปได้อีกไม่เกินครั้งละ ๕ นาที
บทบังคับข้อนี้ห้ามมิให้ใช้ต่อเทศมนตรีหรือกรรมการ
ข้อ
๓๙
สมาชิกจะต้องพูดเฉพาะเรื่องที่กำลังปรึกษากันอยู่ จะกล่าวข้อความซ้ำหรือนอกประเด็นและจะใช้ถ้อยคำหยาบคายใส่ร้ายเสียดสีผู้ใดไม่ได้ ถ้าไม่จำเป็นแล้วห้ามมิให้สมาชิกกล่าวพระปรมาภิไธย หรือนามสมาชิกหรือนามบุคคลภายนอก
ข้อ
๔๐
ข้อความใด ๆ อันเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของเทศบาลนั้น คณะเทศมนตรีมีสิทธิร้องขอมิให้โฆษณาได้ แต่ถ้าสมาชิกร้องขอ ต้องมีผู้รับรองหนึ่งคนในกรณีแห่งสภาตำบล สองคนในกรณีแห่งสภาเมือง และสามคนในกรณีแห่งสภานคร และให้ถือตามมติของที่ประชุม
ข้อ
๔๑
เมื่อเห็นว่ามีผู้กระทำผิดระเบียบการประชุมสมาชิกอาจยืนขึ้นร้องขอให้รักษาระเบียบก็ได้
ข้อ
๔๒
คำสั่งของประธานสภาในข้อที่ว่าผิดระเบียบการประชุมหรือไม่นั้นเป็นคำสั่งเด็ดขาด ห้ามไม่ให้ที่ประชุมอภิปราย
ข้อ
๔๓
ผู้เสนอ ผู้ขอแปรญัตติ หรือผู้อภิปราย อาจถอนคำเสนอ คำแปรญัตติ หรือคำอภิปรายนั้นได้ เมื่อได้รับความยินยอมของที่ประชุมแล้ว
การถอนคำในข้อนี้อาจทำได้โดยไม่ต้องอภิปราย แต่ต้องถอนในที่ประชุม
หมวด ๕
การลงมติ
ข้อ
๔๔
วิธีลงคะแนนเพื่อลงมตินั้น มี ๒ วิธี คือ
ก. ลงคะแนนเปิดเผย
ข. ลงคะแนนลับ
ข้อ
๔๕
การลงคะแนนเปิดเผยมีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้ คือ
ก. ให้ยกมือขึ้น
ข. ให้ยืนขึ้น
ค. ให้เรียกชื่อสมาชิกลงคะแนนเป็นรายตัว
ข้อ
๔๖
การลงคะแนนลับ จะทำได้เมื่อคณะเทศมนตรีหรือสมาชิกรวมกันไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมร้องขอ
วิธีลงคะแนนลับนั้น ให้เรียกชื่อสมาชิกมาลงเบี้ยในหีบต่อหน้าประธานสภา ตามปกติผู้ที่เห็นด้วยให้ลงเบี้ยขาว ผู้ที่ไม่เห็นด้วยให้ลงเบี้ยสีน้ำเงิน
ข้อ
๔๗
การเรียกชื่อสมาชิก ให้เรียกตามลำดับอักษรของนามสมาชิก
ข้อ
๔๘
ลำดับการลงมตินั้น ถ้าญัตติใดมีคำแปรญัตติแล้ว โดยปกติให้ยกเอาคำแปรญัตติสุดท้ายลงมติก่อนแล้วย้อนเป็นลำดับไปจนถึงญัตติเดิม
ข้อ
๔๙
ถ้าปัญหามีความซับซ้อนเป็นที่เข้าใจยากประธานสภาอาจแยกความออกให้ลงมติเป็นตอน ๆ ก็ได้
ข้อ
๕๐
ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้าน ประธานสภาอาจวินิจฉัยและแจ้งว่าที่ประชุมเห็นชอบด้วย
ข้อ
๕๑
เมื่อได้ลงคะแนนแล้ว ประธานสภาจะได้ประกาศคะแนนต่อที่ประชุม เป็นอันว่าการลงมตินั้นเสร็จแล้ว
การลงมตินั้น ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ ถ้ามีเสียงคะแนนลงเท่ากัน ให้ประธานออกเสียงชี้ขาดได้
ข้อ
๕๒
ถ้าการลงมติยังไม่เสร็จ มีสมาชิกผู้ใดเข้ามายังที่ประชุมไซร้ สมาชิกผู้นั้นจะลงคะแนนมติด้วยก็ได้ แต่ถ้าเข้ามาเมื่อประธานสภาเริ่มประกาศคะแนนแล้ว ผู้นั้นจะลงมติไม่ได้
ข้อ
๕๓
การลงมติในญัตติที่สมาชิกถูกกล่าวหา ให้ลงมติตามที่บังคับไว้ในหมวด ๑๐ ว่าด้วยความผิด
หมวด ๖
การตั้งกะทู้ถามเทศมนตรี
ข้อ
๕๔
กะทู้ถาม คือ คำถามซึ่งสมาชิกคนหนึ่งตั้งถามเทศมนตรีในข้อความใด ๆ อันเกี่ยวกับการงานในหน้าที่ของเทศมนตรี
ข้อ
๕๕
กะทู้ถาม จะทำเป็นหนังสือยื่น หรือกล่าวด้วยวาจาต่อประธานสภาโดยไม่ต้องมีผู้รับรองก็ได้
เมื่อถึงระเบียบวาระสำหรับกะทู้ถามแล้ว ประธานจะได้อนุญาตให้สมาชิกตั้งกะทู้ถามนั้นในที่ประชุม กะทู้ถามเป็นหนังสือย่อมมาก่อนกะทู้ถามด้วยวาจาในระเบียบวาระ
สมาชิกผู้ที่ตั้งกะทู้ถามย่อมซักถามให้ความกระจ่างขึ้นอีกได้ ๓ ครั้ง เป็นอย่างมาก เว้นแต่ประธานจะอนุญาตให้ซักถามต่อไป
กะทู้ถามไม่มีการอภิปรายและไม่มีการลงมติ
ในการประชุมครั้งหนึ่ง ๆ ให้มีกำหนดเวลาตอบกะทู้ถามไม่เกิน ๓๐ นาที เว้นแต่เป็นเรื่องที่ถาม หรือตอบค้างอยู่ ประธานจะอนุญาตให้ยืดเวลาต่อไปจนเสร็จเรื่องนั้นได้
ข้อ
๕๖
เทศมนตรีย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่ตอบกะทู้ถามหรือข้อซักถาม เมื่อเห็นว่าข้อความนั้น ๆ ยังไม่ควรเปิดเผยเพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของเทศบาล และจะขอเลื่อนการตอบกะทู้ถาม หรือข้อซักถามไปตอบในโอกาสอื่นก็ได้
ข้อ
๕๗
ห้ามมิให้สมาชิกตั้งกะทู้ถามกันเอง
หมวด ๗
คณะกรรมการ
ข้อ
๕๘
เมื่อเปิดสมัยประชุมสามัญสมัยหนึ่ง ให้ที่ประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการสามัญประจำสภาไว้ มีจำนวนตามความต้องการแห่งกิจการของสภา
ข้อ
๕๙
เมื่อมีกิจการพิเศษ ที่ประชุมอาจลงมติตั้งคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวนข้อความอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะก็ได้
ข้อ
๖๐
การเลือกบุคคลทำหน้าที่ของสภา ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕๘ และข้อ ๕๙ นั้น ต้องมีสมาชิกเสนอชื่อโดยมีผู้รับรองหนึ่งคน วิธีเลือกให้อนุโลมใช้ตามข้อ ๒
ข้อ
๖๑
การนัดประชุมคณะกรรมการครั้งแรก ให้เป็นหน้าที่ของเลขานุการสภา
ให้กรรมการในคณะหนึ่ง ๆ เลือกตั้งประธานคนหนึ่งและเลขานุการคนหนึ่ง
องค์ประชุมนั้น ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวน
คณะกรรมการอาจเรียกบุคคลใด ๆ มาชี้แจงแสดงความเห็นในกิจการที่กระทำหรือพิจารณาอยู่นั้นได้
ข้อ
๖๒
เมื่อคณะเทศมนตรีหรือประธานสภาร้องขอสภาอาจลงมติให้คณะกรรมการดำเนินกิจการของสภานอกสมัยประชุมได้
ข้อ
๖๓
สมาชิก หรือเทศมนตรีที่มิได้เป็นสมาชิกมีสิทธิเข้าไปนั่งฟังการประชุมของคณะกรรมการได้ทุกเมื่อ เว้นแต่สภาได้ลงมติให้เป็นการประชุมลับ
ผู้มีสิทธิเข้าไปนั่งฟังการประชุมนั้น ย่อมมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นได้ในเมื่อคณะกรรมการร้องขอ แต่ไม่มีสิทธิลงมติ
ข้อ
๖๔
ผู้เสนอ หรือผู้แปรญัตติใด จะเป็นเทศมนตรีหรือสมาชิกก็ดีย่อมไปประชุมและชี้แจงแสดงความเห็นในคณะกรรมการได้ แต่ไม่มีสิทธิลงมติ
คณะกรรมการนัดประชุมคราวใด ให้แจ้งให้คณะเทศมนตรีหรือสมาชิกผู้เสนอ หรือผู้แปรญัตติทราบล่วงหน้าทุกคราว
ถ้าสมาชิกผู้แปรญัตติมิได้ไปชี้แจงแสดงความเห็นต่อคณะกรรมการ ห้ามมิให้ผู้แปรญัตติอภิปรายในคำแปรญัตตินั้นในสภา
หมวด ๘
งบประมาณ
ข้อ
๖๕
ญัตติร่างเทศบัญญัติงบประมาณนั้น ให้คณะเทศมนตรียื่นต่อสภาเทศบาล ภายในกำหนดที่บัญญัติไว้ในกฎกระทรวงซึ่งว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
ข้อ
๖๖
การเสนอญัตติร่างเทศบัญญัติงบประมาณให้เป็นไปตามแบบและวิธีการซึ่งได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
ข้อ
๖๗
การเสนอแปรญัตติร่างเทศบัญญัติงบประมาณให้อยู่ในบทบังคับดังต่อไปนี้
ก. การเสนอแปรญัตติตั้งรายจ่ายขึ้นใหม่ หรือเพิ่มรายจ่าย หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการของจำนวนเงินขออนุญาตจ่าย จะทำได้ต่อเมื่อได้รับคำรับรองของคณะเทศมนตรีแล้ว
ข. การขอให้ลดจำนวนเงินขออนุญาตจ่ายนั้นต้องมีสมาชิกรับรองหนึ่งคนในกรณีแห่งสภาตำบล สองคนในกรณีแห่งสภาเมือง และสามคนในกรณีแห่งสภานคร
ค. ห้ามมิให้เสนอแปรญัตติในรายการดังต่อไปนี้
(๑) ดอกเบี้ยและเงินส่งใช้ต้นเงินกู้
(๒) รายจ่ายซึ่งต้องจ่ายตามข้อผูกพัน
ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นว่า รายการใดมีข้อผูกพันเช่นว่านี้หรือไม่แล้ว ให้ถือคำวินิจฉัยของประธานสภาเป็นเด็ดขาด
หมวด ๙
ระเบียบความประพฤติในที่ประชุม
และการรักษาความสงบในสภา
ข้อ
๖๘
สมาชิกและผู้เข้าไปในสถานที่ประชุมของสภาต้องประพฤติตนให้เรียบร้อย มีสัมมาคารวะ และต้องแต่งกายให้เรียบร้อยตามแบบนิยม
ข้อ
๖๙
ในที่ประชุมสภา ถ้าสมาชิกผู้ใดละเมิดระเบียบการประชุมของสภาก็ดี หรือทำลายความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมก็ดี ประธานสภามีอำนาจตักเตือนห้ามปราม หรือห้ามมิให้พูดต่อไป หรือจะสั่งให้ผู้ละเมิดออกไปเสียจากที่ประชุมก็ได้
ข้อ
๗๐
ถ้าในที่ประชุมเกิดมีการส่งเสียงเอ็ดอึงขึ้นจนประธานสภาเห็นว่าไม่สามารถจะรักษาระเบียบการประชุมของสภาให้เป็นที่เรียบร้อยได้ ประธานมีอำนาจที่จะงดการประชุมไว้ชั่วคราวหรือสั่งปิดประชุมสำหรับวันนั้นก็ได้
ข้อ
๗๑
เมื่อมีผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการไม่สงบขึ้นในสภาสมาชิกอาจแจ้งให้ประธานสภาทราบได้
หมวด ๑๐
ความผิด
ข้อ
๗๒
สมาชิกผู้ใดกระทำดังต่อไปนี้ได้ชื่อว่าประพฤติผิดระเบียบการประชุมของสภา คือ
ก. ใช้ถ้อยคำพึงรังเกียจ และไม่ยอมถอนหรือขอขมาตามควร
ข. กล่าวคำหยาบคายต่อสมาชิก
ค. จงใจกระทำการอันเป็นเหตุรบกวนกิจการในที่ประชุม
ง. ขัดคำสั่งอันชอบของประธานสภา
ข้อ
๗๓
ถ้าประธานสภาขานชื่อกล่าวโทษสมาชิกผู้ประพฤติผิดระเบียบการประชุม ที่ประชุมอาจลงมติให้สมาชิกผู้นั้นได้รับโทษอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ คือ
ก. ติเตียนหรือภาคทัณฑ์
ข. ให้ขอขมา
ค. มิให้เข้าประชุมมีกำหนดตามแต่ที่ประชุมจะตกลง แต่ไม่ให้เกิน ๓ วัน การห้ามตามข้อ ค. นี้ไม่เป็นการตัดสิทธิซึ่งจะเข้าไปประชุมในคณะกรรมการ
การลงมติดังกล่าวนี้ให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับ
ข้อ
๗๔
การลงมติในกรณีที่สมาชิกถูกกล่าวหาตามมาตรา ๑๗ (๖) ให้ลงมติแต่เพียงว่าควรให้ผู้ถูกกล่าวหาออกจากสมาชิกภาพ
การลงมติดังกล่าวนี้ให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับ และต้องมีเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
ข้อ
๗๕
การเสนอญัตติกล่าวโทษสมาชิก ในการประพฤติผิดระเบียบการประชุมสภาในคราวที่แล้วมา ให้เสนอเป็นลายลักษณ์อักษรโดยมีสมาชิกรับรองหนึ่งคนในกรณีแห่งสภาตำบล สองคนในกรณีแห่งสภาเมือง และสามคนในกรณีแห่งสภานคร ภายในกำหนด ๓ วันนับแต่วันที่การกระทำผิดนั้นได้เกิดขึ้น
ข้อ
๗๖
สมาชิกผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิจะแถลงในที่ประชุมได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
หมวด ๑๑
เบ็ดเตล็ด
ข้อ
๗๗
เมื่อมีปัญหาโต้เถียงเกี่ยวกับระเบียบการประชุมซึ่งมิได้กำหนดไว้ในระเบียบการประชุมนี้ ให้ประธานสภาเป็นผู้วินิจฉัยและใช้บังคับไปก่อนได้ แล้วให้ประธานนำข้อโต้เถียงที่เกิดขึ้นเสนอนายอำเภอในกรณีแห่งสภาตำบล หรือข้าหลวงประจำจังหวัดในกรณีแห่งสภาเมือง และสภานครเพื่อขอให้วินิจฉัย
คำวินิจฉัยของนายอำเภอหรือข้าหลวงประจำจังหวัดนี้ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งระเบียบการประชุมสภาเฉพาะสภาเทศบาลซึ่งได้มีปัญหาโต้เถียงกันนั้น
ข้อ
๗๘
ให้ประธานสภาเทศบาลรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบการประชุมของสภานี้
กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๒
พิบูลสงคราม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พรพิมล/พิมพ์
๑๕ กันยายน ๒๕๔๖
พรพิมล/แก้ไข
๑๗ กันยายน ๒๕๔๖
A+B+C
[๑] รก.๒๔๘๒/-/๘๙๑/๒๙ กันยายน ๒๔๘๒