ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ และข้อ ๓ ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศดำรงเงินกองทุน ลงวันที่ ๒๐
พฤศจิกายน ๒๕๓๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๒ เงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ได้แก่
(๑) ทุนชำระแล้ว ซึ่งรวมทั้งส่วนล้ำมูลค่าหุ้นที่ธนาคารพาณิชย์ได้รับ และเงินที่
ธนาคารพาณิชย์ได้รับจากการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของธนาคารพาณิชย์นั้น
(๒) ทุนสำรองตามกฎหมาย
(๓) เงินสำรองที่ได้จัดสรรจากกำไรสุทธิเมื่อสิ้นงวดการบัญชีตามมติที่ประชุม
ใหญ่ถือหุ้น หรือตามข้อบังคับของธนาคารพาณิชย์ แต่ไม่รวมเงินสำรองสำหรับการลดค่าของสิน
ทรัพย์ และเงินสำรองเพื่อการชำระหนี้
(๔) กำไรสุทธิคงเหลือจากการจัดสรร
(๕) เงินสำรองจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาที่ดินและอาคาร ตามหลัก
เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
เงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติ ซึ่งต้องกันไว้ตามนัยในประกาศธนาคาร
แห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มี
ราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ หรือที่จะแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง โดย
ธนาคารพาณิชย์ต้องกันสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย สินทรัพย์
จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน และสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษได้ครบถ้วนเต็มจำนวนตามอัตรา
ส่วนที่ต้องกันสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นแต่ละประเภทที่กล่าวทั้งหมดก่อน ทั้งนี้ ธนาคาร
พาณิชย์จะนับเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติเข้าเป็นเงินกองทุนได้ไม่เกินร้อยละ ๑.๒๕
ของยอดสินทรัพย์เสี่ยง
(๖) เงินที่ธนาคารพาณิชย์ได้รับจากการออกตราสารประเภท จำนวนเงินหลัก
เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
เงินกองทุนส่วนที่ระบุใน (๑) (๒) (๓) และ (๔) ให้หักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นใน
ทุกงวดการบัญชีออกก่อน และให้หักค่าแห่งกู๊ดวิลล์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยกำหนด
เงินกองทุนที่ระบุใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้หักเงินตามตราสารใน (๖)
ของบริษัทเงินทุนและธนาคารพาณิชย์อื่น ที่ธนาคารพาณิชย์นั้นถือไว้ และสินทรัพย์อื่นใด
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
เงินกองทุนที่ระบุใน (๑) ถึง (๔) ยกเว้นเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นบุริมสิทธิ
ชนิดสะสมเงินปันผล ให้รวมเรียกว่า เงินกองทุนชั้นที่ ๑ ส่วนเงินกองทุนที่ระบุใน (๕) ถึง (๖)
และเงินที่ไดรับจากการออกหุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสมเงินปันผล ให้รวมเรียกว่า เงินกองทุนชั้นที่ ๒
ทั้งนี้ เงินกองทุนชั้นที่ ๒ ต้องมีจำนวนสูงสุดไม่เกินเงินกองทุนชั้นที่ ๑ และการออกหุ้นบุริมสิทธิ
ชนิดสะสมเงินปันผล จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
กำหนด