法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกันภัยต่อของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกันภัยต่อของบริษัทประกันวินาศภัย

พ.ศ. 2561

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 37 (3) และ (12) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 และครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกันภัยต่อของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2561”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกันภัยต่อของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“บริษัท” หมายความว่า บริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย และให้หมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย

“คณะกรรมการบริษัท” หมายความว่า คณะกรรมการของบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยและให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการบริหารสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยซึ่งต้องมีผู้จัดการสาขาเป็นกรรมการรวมอยู่ด้วย

“ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้จัดการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารสี่รายแรกนับต่อจากผู้จัดการลงมา ผู้ซึ่งดํารงตําแหน่งเทียบเท่ากับผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารรายที่สี่ทุกราย และให้หมายความรวมถึงผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารในสายงานบัญชีหรือการเงินที่เป็นระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไปหรือเทียบเท่า

“ผู้จัดการ” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงานของบริษัท ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใดก็ตาม

“ผู้รับประกันภัยต่อที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย”หมายความว่า บริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัยและให้หมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย

“ผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศ” หมายความว่า ผู้รับประกันภัยต่อที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยจากหน่วยงานกํากับดูแลในต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึงผู้ที่สามารถรับประกันภัยต่อได้ตามกฎหมายหรือข้อตกลงระหว่างประเทศซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยประกันชีวิตและกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย

“ประกาศ คปภ. ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน การตรวจสอบ และควบคุมภายใน”หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับเงิน การจ่ายเงิน การตรวจสอบ และการควบคุมภายในของบริษัทประกันวินาศภัย

“นายทะเบียน” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมาย

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คณะกรรมการบริษัท มีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) กําหนดนโยบาย และให้ความเห็นชอบกรอบการบริหารการประกันภัยต่อ

(2) กํากับดูแลให้การจัดทําการประกันภัยต่อเป็นไปตามกรอบการบริหารการประกันภัยต่อของบริษัท และหลักเกณฑ์ข้อกําหนดของสานักงาน

(3) กําหนดให้มีการควบคุมภายในเพื่อควบคุมการนํากรอบการบริหารการประกันภัยต่อไปปฏิบัติอย่างเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้บริหารที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการประกันภัยต่อของบริษัทต้องมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) กํากับ ดูแล ติดตามให้การดําเนินงานเกี่ยวกับการประกันภัยต่อให้เป็นไปตามกรอบการบริหารการประกันภัยต่อที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท

(2) จัดให้มีกระบวนการปฏิบัติงาน และคู่มือการปฏิบัติงานด้านการประกันภัยต่อให้เป็นไปตามกรอบการบริหารการประกันภัยต่อเป็นลายลักษณ์อักษร

(3) พิจารณาผลการดําเนินงานของการประกันภัยต่ออย่างสม่ําเสมอ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกรอบการบริหารการประกันภัยต่อ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการบริหารความเสี่ยงของบริษัท

(4) จัดให้มีระบบการควบคุมภายใน ระบบการรายงานผลเพื่อติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการประกันภัยต่อ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการบริหารความเสี่ยงของบริษัท

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ บริษัทต้องจัดให้มีหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบดูแลกิจกรรมการประกันภัยต่อ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บริษัทต้องจัดให้หน่วยงานตรวจสอบภายในของบริษัททําหน้าที่ติดตามและควบคุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทําประกันภัยต่อว่าเป็นไปตามกรอบการบริหารการประกันภัยต่อและหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ตามประกาศนี้ และประกาศอื่นที่เกี่ยวข้อง

หน่วยงานตรวจสอบภายในตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความถึง หน่วยงานตรวจสอบภายในตามประกาศ คปภ. ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน การตรวจสอบ และควบคุมภายใน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้บริษัทจัดทํากรอบการบริหารการประกันภัยต่อ (reinsurance management framework) เป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท โดยกรอบการบริหารการประกันภัยต่อ ให้ประกอบด้วย

(1) โครงสร้างองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการประกันภัยต่อ รวมถึงให้ระบุ ตําแหน่งและหรือ รายชื่อผู้บริหารตามข้อ 6 และหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบตามข้อ 7

(2) นโยบายการประกันภัยต่อโดยให้คํานึงถึงกรอบการบริหารความเสี่ยงและการบริหารเงินทุนของบริษัท รวมถึงระดับความเสี่ยงที่บริษัทต้องการรับเสี่ยงภัยไว้เอง และส่วนที่โอนความเสี่ยงซึ่งสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเป้าหมายเงินกองทุนของบริษัท

(3) แนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เกี่ยวกับการประกันภัยต่อ

ทั้งนี้ บริษัทต้องมีการทบทวนกรอบการบริหารการประกันภัยต่อเป็นประจําทุกปี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บริษัทต้องจัดทําสัญญาประกันภัยต่อตามสัญญาและการประกันภัยต่อเฉพาะรายที่เหมาะสมกับการดําเนินธุรกิจของบริษัท สอดคล้องกับกรอบการบริหารการประกันภัยต่อที่กําหนดไว้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการความเสี่ยงและเงินกองทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเอาประกันภัยต่อกับผู้รับประกันภัยต่อที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย ให้เป็นไปตามกรอบการบริหารการประกันภัยต่อในสัดส่วนที่เหมาะสม

การเอาประกันภัยต่อกับผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) กรณีสัญญาประกันภัยต่อตามสัญญา (treaty reinsurance) บริษัทสามารถเอาประกันภัยต่อกับผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตามที่กําหนดไว้ในตาราง ตามสัดส่วนที่กําหนดไว้ในตาราง ดังต่อไปนี้

| | | |

| --- | --- | --- |

| ระดับความเสี่ยง | อันดับความน่าเชื่อถือของผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศ | สัดส่วนเบี้ยเอาประกันภัยต่อกับผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศ ทุกรายที่ระดับความเสี่ยงเดียวกันต่อเบี้ยเอาประกันภัยต่อของผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศของสัญญาประกันภัยต่อตามสัญญาทั้งหมด |

| | Standard & Poor’s | Moody’s | AM Best | Fitch |

| 1 | AAA | Aaa | A++ | AAA | ไม่จํากัด |

| 2 | AA+AAAA- | Aa1Aa2Aa3 | A+ | AA+AAAA- |

| 3 | A+AA- | A1A2A3 | AA- | A+AA- |

| 4 | BBB+BBBBBB- | Baa1Baa2Baa3 | B++B+ | BBB+BBBBBB- | ไม่เกินร้อยละห้าสิบ |

(2) กรณีสัญญาประกันภัยต่อเฉพาะราย (facultative reinsurance) บริษัทสามารถเอาประกันภัยต่อกับผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตามที่กําหนดไว้ในตารางตาม (1) ได้ ตามสัดส่วนที่เหมาะสม ตามกรอบการบริหารการประกันภัยต่อ

ในกรณีผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือมากกว่าหนึ่งอันดับให้ใช้หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) กรณีที่ผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสองอันดับที่แตกต่างกัน ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ํากว่า

(2) กรณีที่ผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือมากกว่าสองอันดับที่แตกต่างกัน ให้นําอันดับความน่าเชื่อถือสูงที่สุดสองอันดับแรกมาเปรียบเทียบ และใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ํากว่า

ในกรณีที่อันดับความน่าเชื่อถือของผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศปรับลดลงจนทําให้การเอาประกันภัยต่อไม่เป็นไปตามสัดส่วนที่กําหนดไว้ในวรรคสอง (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณีให้บริษัทดําเนินการเปลี่ยนผู้รับประกันภัยต่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ในโอกาสแรกที่กระทําได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ห้ามบริษัททําสัญญาประกันภัยต่อทางการเงิน (financial reinsurance) หรือสัญญาประกันภัยต่อแบบจํากัด (finite reinsurance) ที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) มีการลงรายการทางการเงิน เบี้ยประกันภัยและค่าสินไหมทดแทนระหว่างบริษัทและผู้รับประกันภัยต่อโดยไม่มีการชําระเงิน หรือชําระเงินเพียงบางส่วน รวมถึงมีธุรกรรมทางการเงินอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยต่อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแสดงฐานะการเงินและนําไปสู่การบิดเบือนฐานะการเงินที่แท้จริงของบริษัท

(2) ให้ความคุ้มครองย้อนหลัง (retrospective provisions) สําหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วและคู่สัญญาไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายทราบความเสียหายแล้ว ซึ่งกําหนดให้คู่สัญญามีสิทธิและภาระผูกพันในอนาคต โดยที่เบี้ยประกันภัยต่อหรือค่าบําเหน็จประกันภัยต่อคํานวณจากระยะเวลาและจํานวนค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นแล้ว

(3) ไม่มีการโอนความเสี่ยงจากการรับประกันภัย (insurance risk) ที่มีนัยสําคัญ เช่นความคุ้มครองจากสัญญาประกันภัยต่อไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยอาจพิจารณาจากจํานวนเงินค่าสินไหมทดแทนและระยะเวลาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของผู้รับประกันภัยต่อให้แก่บริษัท

ทั้งนี้ บริษัทต้องพิสูจน์ได้ว่า สัญญาประกันภัยต่อของบริษัทไม่ใช่สัญญาประกันภัยต่อทางการเงินหรือสัญญาประกันภัยต่อแบบจํากัด โดยต้องทาการทดสอบด้วยวิธีการที่เป็นที่ยอมรับ เช่น วิธี 10/10 วิธี expected reinsurer deficit เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่เห็นสมควร นายทะเบียนอาจสั่งให้บริษัทแก้ไขการทําสัญญาประกันภัยต่อตามสัญญาหรือการประกันภัยต่อเฉพาะรายได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ บริษัทจะต้องจัดให้มีการควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทําประกันภัยต่อเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามกรอบการบริหารการประกันภัยต่อ ดังต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย

(1) การควบคุมความเสี่ยงด้านเครดิต

(ก) การคัดเลือกผู้รับประกันภัยต่อ บริษัทต้องจัดทําหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับประกันภัยต่อ โดยควรคํานึงถึงอันดับความน่าเชื่อถือขั้นต่ําที่บริษัทยอมรับได้ การกํากับดูแลของหน่วยงานกํากับที่กากับดูแลผู้รับประกันภัยต่อ ฐานะความมั่นคง ความรู้ความเชี่ยวชาญ ระยะเวลาการจ่ายเงิน การให้บริการอื่น ๆ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศนี้

(ข) การลดความเสี่ยงด้านเครดิต บริษัทควรมีเครื่องมือเพื่อลดความเสี่ยงด้านเครดิตอาทิเช่น การกําหนดให้มีการวางหลักทรัพย์ประกันของบริษัทประกันภัยต่อ หรือเงินถือไว้จากการประกันภัยต่อ การกําหนดเงื่อนไขในการเปลี่ยนแปลงหรือการยกเลิกสัญญากับผู้รับประกันภัยต่อในกรณีที่ผู้รับประกันภัยต่อถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ

(ค) การติดตามความมั่นคงและความเหมาะสมของผู้รับประกันภัยต่อ บริษัทต้องจัดให้มีกระบวนการในการติดตามอันดับความน่าเชื่อถือ ฐานะทางการเงิน ความเพียงพอของเงินกองทุนของผู้รับประกันภัยต่อ และความสามารถในการปฏิบัติตามภาระผูกพันให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้

(ง) การรับและจ่ายเงินจากการประกันภัยต่อ บริษัทต้องกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินจากการประกันภัยต่อ การรายงานเงินค้างรับและเงินค้างจ่ายจากผู้รับประกันภัยต่อการเรียกเก็บค่าสินไหมทดแทนจากการเอาประกันภัยต่อ ทั้งนี้ บริษัทจะต้องปฏิบัติตามประกาศ คปภ. ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน การตรวจสอบ และควบคุมภายใน เป็นอย่างน้อย

(จ) การคัดเลือกนายหน้าประกันภัยต่อ บริษัทต้องจัดทําหลักเกณฑ์การคัดเลือกนายหน้าประกันภัยต่อ โดยควรคํานึงถึง ประสบการณ์ การกํากับดูแลของหน่วยงานกํากับที่กํากับดูแลนายหน้าประกันภัยต่อ ความเชี่ยวชาญ และการให้บริการ เป็นต้น

(ฉ) การรับและจ่ายเงินของนายหน้าประกันภัยต่อ บริษัทต้องจัดทํากระบวนการติดตามควบคุม และตรวจสอบการรับและจ่ายเงินของนายหน้าประกันภัยต่อ หรืออื่น ๆ ที่บริษัทมอบหมายให้กระทําการแทน (ถ้ามีการใช้บริการ) ทั้งนี้ บริษัทจะต้องปฏิบัติตามประกาศ คปภ. ว่าด้วยการรับเงินการจ่ายเงิน การตรวจสอบ และควบคุมภายใน เป็นอย่างน้อย

(2) การควบคุมความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว

(ก) ระดับการกระจุกตัวของผู้รับประกันภัยต่อรายใดรายหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งบริษัทต้องจัดให้มีการทําประกันภัยต่อ โดยยึดหลักการให้มีการกระจายความเสี่ยง และคํานึงถึงความเสี่ยงที่มีต่อผู้รับประกันภัยต่อรายใดรายหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศนี้ หรือประกาศอื่นที่เกี่ยวข้อง

(ข) ระดับความเสี่ยงภัยสะสม บริษัทต้องจัดให้มีการจัดการให้ระดับการรับเสี่ยงภัยไว้เองสูงสุดต่อเหตุการณ์ (maximum event retention: MER) เป็นไปตามที่บริษัทกําหนดไว้ในกรอบการบริหารการประกันภัยต่อ และในกรณีที่มีความแตกต่างจากที่กําหนดไว้ จะต้องมีกระบวนการแก้ไขเพื่อให้กลับสู่ขีดจํากัด

(3) การควบคุมความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ

(ก) การทําเอกสารสัญญาประกันภัยต่อ บริษัทต้องจัดทาเอกสารสัญญาประกันภัยต่อให้มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยต้องมั่นใจว่า ข้อกําหนด เงื่อนไขความคุ้มครองของสัญญาประกันภัยต่อมีความชัดเจน ครบถ้วน เป็นไปตามเจตนารมณ์ของบริษัทในการทําประกันภัยต่อ และจัดให้มีกระบวนการควบคุมและติดตามการจัดทําสัญญาประกันภัยต่อ

ทั้งนี้ บริษัทต้องจัดให้มีหลักฐานใด ๆ เพื่อยืนยันการตกลงรับประกันภัยต่อจากผู้รับประกันภัยต่อ หรือสลิปประกันภัยต่อ ก่อนวันที่สัญญาประกันภัยต่อนั้นจะมีผลบังคับ

(ข) การจัดทําสัญญาประกันภัยต่อเฉพาะราย บริษัทต้องกําหนดหลักเกณฑ์การจัดทําสัญญาประกันภัยต่อเฉพาะราย และกําหนดผู้มีอํานาจอนุมัติ รวมถึงจัดให้มีกระบวนการติดตามและยืนยันการทําประกันภัยต่อเฉพาะราย

กรณีที่บริษัทรับความเสี่ยงภัยซึ่งมีความจําเป็นต้องทําสัญญาประกันภัยต่อเฉพาะรายให้บริษัทจัดหาการเอาประกันภัยต่อเฉพาะรายให้แล้วเสร็จก่อนที่จะรับความเสี่ยงภัยนั้น

(ค) การจัดเก็บข้อมูลและการจัดทํารายงานธุรกรรมการประกันภัยต่อและนายหน้าประกันภัยต่อ บริษัทต้องจัดเก็บข้อมูลและจัดทํารายงานธุรกรรมการประกันภัยต่อ และต้องสามารถแสดงรายละเอียดของเจ้าหนี้และลูกหนี้จากการประกันภัยต่อได้

(4) การควบคุมความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง บริษัทต้องจัดให้มีกระบวนการและวิธีการ รวมถึงการติดตามและเร่งรัดการเรียกคืนค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในสัญญาประกันภัยต่อโดยเฉพาะกรณีเหตุการณ์ความเสียหายขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ในสัญญาประกันภัยต่อควรกําหนดให้มีเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนเรียกคืนทันที (cash call) หลักประกัน (collateral) หรือเงินถือไว้จากการประกันภัยต่อ (deposit accounts)

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ บริษัทต้องจัดทําแผนบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเพื่อรองรับเหตุการณ์ความเสียหายขนาดใหญ่ หรือการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย การจัดหาเงินทุนการจัดการกระแสเงินสดระยะสั้น การเร่งรัดการเรียกคืนค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยต่อและหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจะต้องปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ นายทะเบียนอาจกําหนดให้บริษัทจัดทําการทดสอบภาวะวิกฤต (stress test) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการประกันภัยต่อตามสัญญาและการประกันภัยต่อเฉพาะราย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้บริษัทนําส่งรายงานกรอบการบริหารการประกันภัยต่อ (reinsurance management framework) และการวิเคราะห์ประสิทธิผลของการทําประกันภัยต่อให้สํานักงาน ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รอบระยะเวลาสัญญาประกันภัยต่อตามสัญญา (reinsurance treaty) ที่เป็นรอบหลักซึ่งเป็นรอบที่มีเบี้ยประกันภัยต่อสูงสุด มีผลบังคับใช้ โดยรายงานจะต้องประกอบด้วย

(1) โครงสร้างองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการประกันภัยต่อ โดยให้ระบุตําแหน่งและหรือ รายชื่อผู้บริหารตามข้อ 6 และหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบตามข้อ 7

(2) ผลการวิเคราะห์ภาพรวมผลการดําเนินงานการจัดทําสัญญาประกันภัยต่อตามสัญญาและการประกันภัยต่อเฉพาะรายในปีที่ผ่านมา พร้อมแสดงเหตุผลประกอบ

(3) นโยบายการประกันภัยต่อ

(4) สรุปการทําสัญญาประกันภัยต่อตามสัญญาของปีปัจจุบัน และผลการวิเคราะห์ความเหมาะสมที่สอดคล้องกับการดําเนินธุรกิจของบริษัท ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเป้าหมายเงินกองทุนของบริษัท พร้อมแสดงเหตุผลประกอบ

(5) วิธีการควบคุมความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เกี่ยวกับการประกันภัยต่อของบริษัทโดยให้อธิบายอย่างน้อยตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 14

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้บริษัทส่งรายงานข้อมูล สถิติที่เกี่ยวข้องกับประกันภัยต่อตามแบบ รายการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่นายทะเบียนประกาศกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้บริษัทส่งสําเนาสัญญาประกันภัยต่อ รวมทั้งส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อตกลงเพิ่มเติม (side letter) (ถ้ามี) เมื่อนายทะเบียนร้องขอ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ นายทะเบียนอาจกําหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันภัยต่อ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามประกาศนี้ได้ และเมื่อมีการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติดังกล่าว ให้ถือว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามประกาศในส่วนที่เกี่ยวข้องนั้นแล้ว

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ประสงค์ พูนธเนศ

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการ

คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกันภัยต่อของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4c2a44af700fbb59

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com