ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ และรายการการกู้เงิน
และค้ำประกัน
ระหว่างเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๔[๑]
ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๖ วรรค ๒ กำหนดให้กระทรวงการคลังสรุปรายงานสถานะหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน
๖๐ วันหลังจากสิ้นเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนของทุกปี
โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน ณ
สิ้นเดือนดังกล่าว รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม
และเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ตามลำดับ
กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔
และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๔
ดังนี้
หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ มีจำนวน ๔,๔๔๘,๒๔๙.๘๗ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๑.๖๖
ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) โดยแบ่งเป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง จำนวน ๓,๑๘๑,๑๕๘.๘๙ ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน จำนวน ๑,๐๗๙,๗๐๓.๘๔ ล้านบาท
หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน จำนวน ๑๕๖,๙๔๑.๙๖ ล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
จำนวน ๓๐,๔๔๕.๑๘ ล้านบาท
หนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวจำแนกตามอายุของหนี้เป็นหนี้ระยะยาว ๔,๒๗๙,๗๔๔.๑๘ ล้านบาท และหนี้ระยะสั้น ๑๖๘,๕๐๕.๖๙ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๙๖.๒๑ และร้อยละ ๓.๗๙ ตามลำดับ และจำแนกตามแหล่งที่มาเป็นหนี้ต่างประเทศ
๓๕๑,๑๓๕.๒๐ ล้านบาท และหนี้ในประเทศ ๔,๐๙๗,๑๑๔.๖๗ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๗.๘๙ และร้อยละ ๙๒.๑๑ ตามลำดับ
รายละเอียดดังปรากฏตามตารางที่ ๑
ตารางที่
๑ หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔
หน่วย : ล้านบาท
รายการ
๓๐ ก.ย.
๒๕๕๔
% GDP
๑. หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง
๑.๑ หนี้ต่างประเทศ
๑.๒ หนี้ในประเทศ
๓,๑๘๑,๑๕๘.๘๙
๔๖,๑๕๗.๘๐
๓,๑๓๕,๐๐๑.๐๙
๒๙.๗๙
๒. หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน
๒.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
- หนี้ต่างประเทศ
- หนี้ในประเทศ
๒.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
- หนี้ต่างประเทศ
- หนี้ในประเทศ
๑,๐๗๙,๗๐๓.๘๔
๕๒๗,๔๓๐.๖๑
๑๗๑,๑๑๐.๓๓
๓๕๖,๓๒๐.๒๘
๕๕๒,๒๗๓.๒๓
๑๒๗,๕๔๗.๑๑
๔๒๔,๗๒๖.๑๒
๑๐.๑๑
๓. หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐค้ำประกัน)
๓.๑ หนี้ต่างประเทศ
๓.๒ หนี้ในประเทศ
๑๕๖,๙๔๑.๙๖
๖,๓๑๙.๙๖
๑๕๐,๖๒๒.๐๐
๑.๔๗
๔. หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ
๔.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๔.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๓๐,๔๔๕.๑๘
๓๐,๔๔๕.๑๘
๐.๒๙
๕. หนี้องค์กรของรัฐอื่น
๕.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๕.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๐.๐๐
๖.
รวม ๑.+๒.+๓.+๔.+๕.
๔,๔๔๘,๒๔๙.๘๗
๔๑.๖๖
หมายเหตุ - ๑. GDP ปี ๒๕๕๓ และประมาณการ GDP ปี ๒๕๕๔ เท่ากับ ๑๐,๑๐๔.๘๒ พันล้านบาท และ ๑๐,๘๖๗.๗๓ พันล้านบาท ตามลำดับ (สศช. ณ วันที่ ๒๒ ส.ค. ๒๕๕๔)
๒. สบน.ได้ปรับวิธีการคำนวณ GDP ในแต่ละเดือน เพื่อให้สัดส่วน Debt/GDP สะท้อนค่าใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด
โดยได้คำนวณ GDP ของเดือนกันยายน ๒๕๕๔ ดังนี้ [(GDP ปี ๕๓/๑๒)*๓] + [(GDP ปี ๕๔/๑๒)*๙] เท่ากับ ๑๐,๖๗๗.๐๐ พันล้านบาท
๓. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นอัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและขาย
ณ วันทำการสุดท้ายของเดือน
๔. ตัวเลขในตารางเป็นตัวเลขเบื้องต้น (Preliminary) และไม่รวมหนี้ของ
SPV จำนวน ๒๓,๙๙๙.๙๐ ล้านบาท
ที่รัฐบาลมีภาระผูกพันต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่อาคารสัญญาบริหารจัดหาเฟอร์นิเจอร์
และสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถ. แจ้งวัฒนะ
๑. รายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ถึง
เดือนกันยายน ๒๕๕๔
คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้จัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔
เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ
ประกอบด้วย ๔ แผนย่อย และได้ปรับปรุงแผนฯ
ในระหว่างปีเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้และบริหารหนี้
ซึ่งหลังการปรับปรุงแผนฯ ครั้งที่ ๒ ทำให้วงเงินรวมในแผนฯ ที่จะบริหารจัดการมีจำนวนทั้งสิ้น
๑,๓๙๗,๙๑๗.๓๖ ล้านบาท โดยในช่วงระหว่างเดือนเมษายน
๒๕๕๔ ถึง เดือนกันยายน ๒๕๕๔
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้แล้ว
เป็นวงเงินทั้งสิ้น ๕๙๙,๔๖๘.๘๗ ล้านบาท ดังปรากฏตามตารางที่
๒
ตารางที่
๒ การกู้เงินและการบริหารหนี้ ระหว่างเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๔
หน่วย : ล้านบาท
รายการ
วงเงินแผน
ผลดำเนินงาน
(เม.ย. -
ก.ย. ๕๔)
ร้อยละ
๑. แผนการก่อหนี้ใหม่
๕๖๙,๒๒๔.๐๔
๑๒๗,๗๓๒.๐๘
๒๒.๔๔
๑.๑ รัฐบาล
๑.๒ รัฐวิสาหกิจ
๔๘๓,๒๘๕.๗๑
๘๕,๙๓๘.๓๓
๙๕,๐๖๑.๔๖
๓๒,๖๗๐.๖๓
๑๙.๖๗
๓๘.๐๒
๒. แผนการปรับโครงสร้างหนี้
๖๐๘,๙๐๐.๑๐
๔๑๓,๙๓๗.๓๘
๖๗.๙๘
๒.๑ รัฐบาล
๒.๒ รัฐวิสาหกิจ
๕๐๑,๗๙๖.๕๖
๑๐๗,๑๐๓.๕๔
๓๔๑,๘๐๕.๔๘
๗๒,๑๓๑.๙๐
๖๘.๑๒
๖๗.๓๕
๓. แผนการบริหารความเสี่ยง
๘๐,๐๐๐.๐๐
๑๖,๑๗๘.๐๗
๒๐.๒๒
๔. แผนการบริหารจัดการหนี้ของรัฐวิสาหกิจ
ที่ไม่ต้องขออนุมัติภายใต้กรอบแผนฯ
๑๓๙,๗๙๓.๒๒
๔๑,๖๒๑.๓๔
๒๙.๗๗
๔.๑ การก่อหนี้ใหม่
๔.๒ การบริหารหนี้
๓๔,๓๕๐.๐๐
๑๐๕,๔๔๓.๒๒
๒๗,๗๐๗.๓๙
๑๓,๙๑๓.๙๕
๘๐.๖๖
๑๓.๒๐
รวม (๑ - ๓)
๑,๒๕๘,๑๒๔.๑๔
๕๕๗,๘๔๗.๕๓
๔๔.๓๔
รวม (๑ - ๔)
๑,๓๙๗,๙๑๗.๓๖
๕๙๙,๔๖๘.๘๗
๔๒.๘๘
ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
๑.๑ แผนการก่อหนี้ใหม่ ประกอบด้วย
๑.๑.๑ การก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณรวมทั้งสิ้น
๘๗,๐๖๑.๔๖ ล้านบาท โดยออกพันธบัตรรัฐบาลจำนวน ๔๐,๕๐๐.๐๐
ล้านบาท พันธบัตรออมทรัพย์จำนวน ๘๗๐.๔๖ ล้านบาท และตั๋วเงินคลังจำนวน ๔๕,๖๙๑.๐๐ ล้านบาท และได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสิน
เพื่อนำไปให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยกู้ต่อ จำนวน ๘,๐๐๐ ล้านบาท
๑.๑.๒ การก่อหนี้ใหม่ของรัฐวิสาหกิจ
จำแนกตามวัตถุประสงค์ของการกู้เงินได้ดังนี้
เงินกู้ในประเทศเพื่อทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศ
การไฟฟ้านครหลวงออกพันธบัตร วงเงิน ๓๐๐.๐๐ ล้านบาท
เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ ๑๐
โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
เงินกู้บาทสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ
รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง กู้เงินบาทสมทบ วงเงินรวม ๑,๓๖๘.๗๒ ล้านบาท
โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันทั้งหมด ได้แก่
(๑) การไฟฟ้านครหลวงออกพันธบัตร วงเงิน ๑,๓๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่
๑๐
(๒) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคออกพันธบัตร วงเงิน ๖๘.๗๑๖ ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า
ระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๒
เงินกู้เพื่อลงทุน
รัฐวิสาหกิจ ๔ แห่ง กู้เงินเพื่อลงทุนในโครงการ วงเงินรวม ๑๑,๖๓๑.๙๑๔ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน วงเงิน ๖,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน วงเงิน ๕,๖๓๑.๙๑๔ ล้านบาท ได้แก่
(๑) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ วงเงินรวม ๑,๒๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางเชื่อมต่อโครงการทางพิเศษสายบางพลี - สุขสวัสดิ์
กับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม จำนวน ๘๐๐.๐๐ ล้านบาท และดำเนินโครงการทางพิเศษสายบางพลี -
สุขสวัสดิ์ (ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน) จำนวน ๔๐๐.๐๐ ล้านบาท
(๒) การประปาส่วนภูมิภาคออกพันธบัตร วงเงินรวม ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างและปรับปรุงประปาสาขาในจังหวัดต่าง ๆ
(๓) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคออกพันธบัตร วงเงินรวม ๕,๖๓๑.๙๑๔ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่ายระยะที่ ๖ จำนวน ๓๘.๔๑๗
ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๙๑๖.๗๑๔
ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๒ จำนวน ๗๕๒.๘๕๒
ล้านบาท โครงการติดตั้งระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟระยะที่ ๒ จำนวน ๔๒๙.๐๔๖ ล้านบาท โครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าระยะที่
๒ จำนวน ๒๕๓.๙๔๒ ล้านบาท
โครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิ้ลใต้น้ำไปยังเกาะที่มีไฟฟ้าใช้แล้ว จำนวน
๔๖.๕๓๐ ล้านบาท โครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่ายระยะที่ ๗ จำนวน ๑,๒๑๐.๔๓๔ ล้านบาท โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตร จำนวน
๑๘๙.๗๒๔ ล้านบาท โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบจำหน่าย ๑,๕๐๒.๒๕๒ ล้านบาท
โครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิ้ลใต้น้ำไปยังเกาะต่าง ๆ จำนวน ๐.๐๔๗ ล้านบาท
และโครงการเร่งรัดขยายระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้ครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ จำนวน ๒๙๑.๙๕๖
ล้านบาท
(๔) การรถไฟแห่งประเทศไทยกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ วงเงินรวม ๓,๘๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน
เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงทางระยะที่ ๕ และระยะที่ ๖
เงินกู้เพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่น
ๆ รัฐวิสาหกิจ ๗ แห่ง
กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องและดำเนินกิจการทั่วไป วงเงินรวม ๑๙,๓๖๙.๙๙ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๗,๕๔๙.๙๙ ล้านบาท และกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน จำนวน ๑,๘๒๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่
(๑) การไฟฟ้านครหลวงกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๑๘๖.๐๐ ล้านบาท เพื่อชดเชยมาตรการลดค่าครองชีพ
โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน
(๒) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคออกพันธบัตรและกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ วงเงินรวม
๔,๓๓๑.๑๓๗ ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจการปกติ จำนวน ๘๒๐.๐๐ ล้านบาท
โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน และเพื่อชดเชยมาตรการลดค่าครองชีพ จำนวน ๓,๕๑๑.๑๔ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน
(๓) การรถไฟแห่งประเทศไทยออกพันธบัตรและกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ วงเงินรวม
๖,๕๗๘.๘๖ ล้านบาท เพื่อชดเชยมาตรการลดค่าครองชีพ จำนวน ๓๐๐.๘๖ ล้านบาท และเพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่อง
จำนวน ๖,๒๗๘.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกันทั้งหมด
(๔) สำนักงานธนานุเคราะห์กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจการปกติ โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
(๕) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพออกพันธบัตรและกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ วงเงินรวม
๗,๒๗๔.๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นเงินกู้ค่าดอกเบี้ย จำนวน ๑,๘๖๕.๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าน้ำมันและค่าเหมาซ่อม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓ -
๒๕๕๔ จำนวน ๕,๔๐๙.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกันทั้งหมด
๑.๒ แผนการปรับโครงสร้างหนี้ ประกอบด้วย
๑.๒.๑ การปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาล
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาล รวมทั้งสิ้น ๓๔๑,๘๐๕.๔๘ ล้านบาท ดังนี้
หนี้เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
(๑) ตั๋วเงินคลัง : กระทรวงการคลัง Roll - over ตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสด วงเงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และดำเนินการแปลงตั๋วเงินคลังที่ได้กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สะสมมาในช่วงปีงบประมาณ
๒๕๔๒ - ๒๕๕๓ ทั้งหมดให้เป็นพันธบัตรวงเงิน ๗๔,๐๐๐ ล้านบาท
(๒) พันธบัตรรัฐบาล : กระทรวงการคลังเดิมมีแผนจะ Roll over พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดชำระในช่วง
๖ เดือนหลังของปีงบประมาณ ๒๕๕๔ จำนวน ๘๗,๐๑๒.๘๖ ล้านบาท
แต่ในระหว่างปีสามารถบริหารจัดการงบชำระหนี้ได้
จึงนำงบชำระหนี้ที่เหลือมาชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนดบางส่วนจำนวน ๓๕,๐๑๒.๘๖ ล้านบาท และดำเนินการ Roll - over หนี้ที่เหลืออีกจำนวน ๕๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการบริหารหนี้
หนี้เงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้
FIDF
กระทรวงการคลัง Roll - over พันธบัตร FIDF3 ที่ครบกำหนดชำระในช่วง ๖
เดือนหลังของปีงบประมาณ ๒๕๕๔ จำนวน ๓๗,๗๙๒.๖๒ ล้านบาท
โดยการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้จำนวน ๒๙,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท และออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน ๘,๗๙๒.๖๒ ล้านบาท
หนี้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจซึ่งเดิมเป็นสัญญาเงินกู้วงเงินรวม
๖๓,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ให้เป็นพันธบัตรรัฐบาล จำนวน ๒๓,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท
และพันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อจำนวน ๔๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท
๑.๒.๒ การปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐวิสาหกิจ : หนี้ในประเทศ
รัฐวิสาหกิจ จำนวน ๗ แห่ง ดำเนินการกู้เงินเพื่อ Roll - over จำนวน ๕๒,๒๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกันทั้งหมด
และชำระคืนหนี้เดิมที่มีแผนจะ Roll over อีกจำนวน ๑๙,๙๓๑.๙๐ ล้านบาท ได้แก่
(๑) การเคหะแห่งชาติใช้เงินรายได้ จำนวน ๑,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนด
(๒) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll - over พันธบัตรที่ครบกำหนดชำระ และใช้เงินรายได้ จำนวน ๔๐๐.๐๐ ล้านบาท
สมทบเพื่อชำระหนี้ที่ครบกำหนด
(๓) การประปาส่วนภูมิภาคออกพันธบัตร วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll - over พันธบัตรที่ครบกำหนดชำระ
(๔) การรถไฟแห่งประเทศไทยออกพันธบัตร วงเงิน ๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll - over พันธบัตรที่ครบกำหนดชำระ
(๕) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพออกพันธบัตรและกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์
จำนวน ๑,๐๘๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll - over เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ และใช้รายได้จำนวน
๑.๙๐ ล้านบาท สมทบเพื่อชำระหนี้ที่ครบกำหนด
(๖) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จำนวน
๔๓,๑๒๐ ล้านบาท และใช้เงินรายได้ จำนวน ๑๘,๐๓๐.๐๐
ล้านบาท เพื่อ Roll over เงินกู้และพันธบัตรที่ครบกำหนดชำระ
(๗) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ออกพันธบัตร จำนวน ๔,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll - over เงินกู้และพันธบัตรที่ครบกำหนดชำระ
๑.๓ แผนการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วย
๑.๓.๑ การบริหารความเสี่ยงหนี้ของรัฐบาล
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการชำระหนี้ในประเทศก่อนครบกำหนดจำนวน ๖,๕๗๖.๕๒ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ ๔๑๗.๒๕ ล้านบาท
และดำเนินการชำระหนี้ต่างประเทศก่อนครบกำหนดจำนวน ๓,๙๕๐.๐๘
ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ ๕๑๓.๖๘ ล้านบาท
๑.๓.๒ การบริหารความเสี่ยงหนี้ของรัฐวิสาหกิจ
โดยรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการชำระหนี้ในประเทศก่อนครบกำหนดจำนวน ๓,๔๖๔.๑๐ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ ๓๐๒.๐๐ ล้านบาท
และดำเนินการบริหารความเสี่ยงหนี้ต่างประเทศโดยการ Refinance
หนี้สกุลเงินเยนเป็นสกุลเงินบาท จำนวน ๒,๑๘๗.๒๗ ล้านบาท
๑.๔
แผนการบริหารจัดการหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ต้องขออนุมัติภายใต้กรอบแผนฯ
๑.๔.๑ การก่อหนี้ใหม่ ประกอบด้วย
(๑) เงินกู้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด : บริษัท ทีโอที
จำกัด (มหาชน) ได้กู้เงินเพื่อดำเนินโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่
๓ วงเงิน ๑๔,๗๐๗.๓๙ ล้านบาท
(๒) เงินกู้ระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องในรูป Credit line: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด และบริษัท ทีโอที จำกัด
(มหาชน) ได้ดำเนินการทำสัญญาเงินกู้วงเงินรวม ๑๓,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท
๑.๔.๒ การบริหารหนี้
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ดำเนินการ Roll - over หนี้เงินกู้ในประเทศที่ครบกำหนดชำระ
จำนวน ๑๑,๔๘๗.๐๐ ล้านบาท และดำเนินการทำ Cross Currency Swap หนี้สกุลเงินบาทเป็นสกุลเงินเยน
จำนวน ๒,๔๒๖.๙๕ ล้านบาท
๒. สรุปผลการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ในช่วง ๖ เดือนหลังของปีงบประมาณ ๒๕๕๔
๒.๑ จากผลการดำเนินงานที่กล่าวมาแล้ว ในช่วงระยะเวลา ๖
เดือนหลังของปีงบประมาณ ๒๕๕๔ (เมษายน ๒๕๕๔ - กันยายน ๒๕๕๔) กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะตามกรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๕๕๗,๘๔๗.๕๓ ล้านบาท
โดยมีความก้าวหน้า คิดเป็นร้อยละ ๔๔.๓๔ ของแผนฯ
๒.๒ ผลการกู้เงินและบริหารจัดการหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุมัติภายใต้กรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ในช่วง ๖ เดือนหลังของปีงบประมาณ ๒๕๕๔
รัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๔๑,๖๒๑.๓๔ ล้านบาท
๒.๓ จากการดำเนินการตามข้อ ๒.๑ และ ๒.๒
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๕๙๙,๔๖๘.๘๗ ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินใหม่ จำนวน ๑๕๕,๔๓๙.๔๗
ล้านบาท และการบริหารหนี้ จำนวน ๔๔๔,๐๒๙.๔๐ ล้านบาท
คิดเป็นร้อยละ ๔๒.๘๘ ของแผนฯ
ทั้งนี้ การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจจำนวน ๑๖๐,๐๗๕.๓๔ ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๗๖,๗๕๐.๐๐ ล้านบาท ไม่ค้ำประกัน จำนวน ๗๕,๕๐๕.๓๔
ล้านบาท และการกู้ต่อจากกระทรวงการคลังอีก จำนวน ๘,๐๐๐.๐๐
ล้านบาท
ผลของการบริหารหนี้ที่ได้ดำเนินการทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ
วงเงินรวมทั้งสิ้น ๕๙๙,๔๖๘.๘๗ ล้านบาท นั้น สามารถลดยอดหนี้ได้ ทั้งสิ้น ๖๘,๙๓๕.๔๖ ล้านบาท รวมทั้งประหยัดดอกเบี้ยได้ จำนวน ๓,๘๑๖.๙๓
ล้านบาท
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔
ธีระชัย
ภูวนาถนรานุบาล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ
:- FIDF หมายถึง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
FIDF1 หมายถึง พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งรวมทั้งเงินกู้หรือตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน ๑ ปี
FIDF3 หมายถึง พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕
Refinance หมายถึง การกู้เงินจากแหล่งใหม่เพื่อนำไปใช้คืนแหล่งเงินกู้เดิม
ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการกู้เงิน
Roll-over หมายถึง การกู้เงินใหม่เพื่อนำไปชำระเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ
เพื่อให้เงินกู้ดังกล่าวมีระยะเงินกู้สอดคล้องกับระยะคืนทุน
Swap หมายถึง การแปลงหนี้
ซึ่งสามารถดำเนินการได้ ๒ วิธี คือ การแปลงสกุลเงิน เช่น
การแปลงหนี้สกุลเงินเยนเป็นเงินบาท และการแปลงอัตราดอกเบี้ย เช่น
การแปลงอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
ปณตภร/ผู้ตรวจ
๖ ธันวาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๑๔๔ ง/หน้า ๕/๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔