法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 554/2544 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 554/2544

เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เกี่ยวกับการประกาศคําสั่ง พิทักษ์ทรัพย์ การตรวจรับคําขอรับชําระหนี้ การนัดตรวจคําขอรับชําระหนี้ การตรวจคําร้องหรือคําขอ หรือคําแถลง การสอบสวนทําความเห็น คําสั่งในสํานวนคดีล้มละลายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ดําเนินไปด้วยความเรียบร้อยเหมาะสมและเป็นระเบียบเดียวกัน จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 367/2543 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เกี่ยวกับการรับคําขอรับชําระหนี้ การนัดตรวจคําขอรับชําระหนี้ การสอบสวนทําความเห็น คําสั่ง อุทธรณ์และฎีกา ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2543 คําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 192/2544 เรื่อง เร่งรัด การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลงวันที่ 30 เมษายน 2544 คําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 314/2544 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2544 และ บันทึก ที่ ยธ 0401/29415 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2544 เรื่อง การเสนอความเห็นในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ ให้อธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กองบังคับคดีล้มละลาย 1 ถึงกองบังคับคดีล้มละลาย 5 รับผิดชอบเป็นเวรสั่งใน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตามลําดับ โดยจัดหัวหน้ากลุ่มงาน 1 คน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ 1 คน ทําหน้าที่เวรสั่ง ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งทําหน้าที่เวรสั่งไปปฏิบัติหน้าที่ที่ฝ่ายคําคู่ความ ในวันที่แต่ละกองต้องรับผิดชอบ โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่เวรสั่ง มีหน้าที่ดังนี้

2.1 เมื่อได้รับแจ้งคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ให้ดําเนินการประกาศค่าสั่งพิทักษ์ทรัพย์ กําหนด วันนัดตรวจคําขอรับชําระหนี้ หมายเรียก หมายแจ้งคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เพื่อเรียกลูกหนี้ (จําเลย) มาให้ การสอบสวนพร้อมแจ้งหน่วยราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กําหนดหรือหมายนัดให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ วางเงินประกันค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งแถลงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ (จําเลย) ภายในวันนั้น เสร็จแล้วให้รวบรวมส่งกองบังคับคดีล้มละลายที่รับผิดชอบ เพื่อสั่งจ่ายสํานวนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ดําเนินการในทันทีในวันที่ได้รับสํานวนหรืออย่างช้าในวันทําการถัดไป

2.2 ตรวจและมีคําสั่งในคําขอรับชําระหนี้ที่ยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าดําเนินการ โดยถูกต้องครบถ้วน ตามมาตรา 91 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 หรือไม่ หากเจ้าหนี้ไม่ส่งเอกสารหลักฐานประกอบหนี้ หรือส่งเอกสารหลักฐานประกอบหนี้ไม่ครบถ้วนใน วันยื่นคําขอรับชําระหนี้ให้มีคําสั่งให้เจ้าหนี้นําส่งวันหนึ่งวันใดก่อนถึงวันนัดตรวจคําขอรับชําระหนี้ ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นสมควรกําหนด พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่าหากประสงค์จะยื่นบันทึกถ้อยคํา ยืนยันข้อเท็จจริงประกอบให้ยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ให้สํานักงาน บังคับคดีในส่วนภูมิภาคถือปฏิบัติ ในกรณีที่รับคําขอรับชําระหนี้ที่เจ้าหนี้ขอยื่นคําขอรับชําระหนี้ใน คดีล้มละลายของลูกหนี้ (จําเลย) ไว้แทนด้วย

2.3 ตรวจคําร้องหรือคําขอหรือคําแถลงหรือหมายต่าง ๆ ที่ยืนในคดีล้มละลาย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคําขอรับชําระหนี้ให้แจ้งบรรดาเจ้าหนี้ทราบว่า หากประสงค์จะโต้แย้งคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้รายใด รวมทั้งคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ว่า เป็นมูลหนี้ที่มีลักษณะทุจริตหรือไม่ ให้ยื่นคําโต้แย้งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายใน 7 วัน นับแต่ วันตรวจคําขอรับชําระหนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ สํานวนคําขอรับชําระหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้มิได้เป็นบุคคลภายในของลูกหนี้ เมื่อลูกหนี้หรือ เจ้าหนี้ไม่โต้แย้งไม่ว่าเป็นหนี้ประเภทใด และไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นหนี้ที่ขอรับชําระหนี้ไม่ได้ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําความเห็น เสนอศาลให้เจ้าหนี้ได้รับชําระหนี้ตามมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ภายใน 15 วันนับแต่วันครบกําหนดโต้แย้งคําขอรับชําระหนี้ ตามข้อ 3 โดยไม่ต้องทําการสอบสวน เว้นแต่จะมีเหตุสมควรซึ่งเป็นผลให้เจ้าหนี้ได้รับชําระหนี้น้อยกว่าที่ขอมาหรือไม่ได้รับชําระหนี้ตามขอ

กรณีสํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีผู้โต้แย้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมายนัด สอบสวนไปยังเจ้าหนี้และผู้โต้แย้งภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ครบกําหนดโต้แย้งและให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์กําหนดวันนัดสอบสวนเจ้าหนี้หรือผู้โต้แย้งไว้รวม 2 นัด โดยรวมระยะเวลาแล้วไม่เกิน 15 วัน และแจ้งไปด้วยว่า เมื่อถึงกําหนดนัดถ้าเจ้าหนี้หรือผู้โต้แย้งไม่นําพยานไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สอบสวนตามนัดโดยมีแจ้งเหตุขัดข้อง หรือร้องขอเลื่อน เจ้าหนี้หรือผู้โต้แย้งยินยอมให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ดําเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ โดยถือว่าฝ่ายที่ไม่มาไม่มีพยาน หรือไม่ติดใจนําพยาน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวน ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทําความเห็นต่อไปตามพยาน หลักฐานเท่าที่ปรากฏในสํานวน

ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องทําการสอบสวนในสํานวนทวงหนี้ สํานวน ร้องขัดทรัพย์ สํานวนเพิกถอนการฉ้อฉลหรือการโอน หรือสํานวนอื่นใดก็ตามให้เริ่มดําเนินการทันที ในวันที่ได้รับมอบหมายสํานวนและการนัดสอบสวนให้ถือปฏิบัติตามวรรคก่อน โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การเลื่อนวันนัดทําการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้ แต่ทั้งนี้มิให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาเหตุที่ขอเลื่อนโดยเคร่งครัดและให้เลื่อนกรณีจําเป็น เลื่อนไปเกินกว่า 20 วัน นับแต่วันขอเลื่อน และกําชับว่าในนัดหน้าจะไม่อนุญาตให้เลื่อนอีกไม่ว่าด้วย เหตุใด ๆ หากเหตุที่ขอเลื่อนไม่มีเหตุอันสมควรให้ถือว่าไม่มีพยานหรือไม่ติดใจนําพยานมาให้การสอบสวน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําความเห็นหรือคําสั่งให้เสร็จ ภายใน 15 วัน นับแต่วัน เสร็จการสอบสวน โดยไม่จําต้องส่งสํานวนให้นักบัญชีคิดคํานวณยอดหนี้

ในกรณีจําเป็นไม่อาจทําความเห็นหรือคําสั่งให้เสร็จภายในกําหนดดังกล่าวได้ ให้รายงาน ตามลําดับเพื่อขออนุญาตขยายระยะเวลาต่ออธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย หรือผู้อํานวยการ สํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําการสอบสวนสํานวนการบังคับคดีล้มละลาย ซึ่งจะต้อง ทําความเห็นหรือคําสั่งต่อไปเสร็จในวันใด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําความเห็นหรือค่าสั่งให้เสร็จ ภายใน 15 วันนับแต่วันสอบสวนเสร็จและในกรณีที่ต้องอ่านความเห็นหรือคําสั่งให้คู่ความฟัง ให้นัดฟัง อย่างช้าไม่เกิน 20 วัน นับแต่วันที่เสร็จการสอบสวน ถ้าต้องแจ้งวันนัดให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทราบ โดยการออกหมายนัดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กําหนดวันนัดฟังความเห็นหรือค่าสั่งอย่างช้าไม่เกิน 25 วัน แล้วให้คู่ความที่มาในวันนั้นลงชื่อรับทราบวันนัดฟังความเห็นหรือคําสั่ง และให้รีบแจ้งกําหนด วันนัดให้คู่ความที่ไม่มาทราบด้วย เว้นแต่กรณีมีเหตุผลอันสมควรจะกําหนดเกินกว่าเวลาข้างต้นก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย หรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดี และวางทรัพย์ภูมิภาคแล้วแต่กรณีก่อน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ความเห็นหรือคําสั่งในกรณีดังต่อไปนี้จะต้องเสนออธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย เพื่อพิจารณาสั่งการหรือเห็นชอบก่อนจึงจะดําเนินการต่อไปได้

8.1 คําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้ตามมาตรา 91 มาตรา 92 มาตรา 93 และมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ในจํานวนหนี้ที่ขอมาตั้งแต่ 10,000,000.- บาท (สิบล้านบาท) ขึ้นไป หรือกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีความเห็นให้ยกคําขอรับชําระหนี้หรือ ให้ได้รับชําระหนี้บางส่วน ซึ่งมิใช่เป็นกรณีที่เกิดจากการคํานวณผิดพลาด

8.2 คําสั่งตามมาตรา 85 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

8.3 ความเห็นให้เพิกถอนหรือไม่เพิกถอนการฉ้อฉลหรือการโอน

8.4 ความเห็นไม่สมควรค่าเนินการตามมาตรา 113. มาตรา 114 มาตรา 115, มาตรา 116, มาตรา 118 และมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

8.5 ความเห็นในสํานวนทวงหนี้ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันหนี้ ลดยอดหนี้ หรือจําหน่ายชื่อลูกหนี้

8.6 คําสั่งถอนหรือไม่ให้ถอนการ ในจํานวนร้องขัดทรัพย์

8.7 การอุทธรณ์หรือฎีกา หรือไม่อุทธรณ์หรือไม่มีกาคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีตามข้อ 8.1, 8.2 และ 8.7 ในส่วนภูมิภาค ให้หัวหน้าสํานักงานบังคับคดีจังหวัด เสนอความเห็นหรือคําสั่งพร้อมสํานวนไปให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค สั่งการแทนอธิบดีกรมบังคับคดี เว้นแต่ความเห็นของหัวหน้าสํานักงานบังคับคดีกับผู้อํานวยการสํานักงาน บังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแตกต่างกัน ให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค พิจารณาส่งเรื่องให้อธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาสั่งการต่อไป

กรณีตามวรรคแรก แม้ความเห็นของผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค กับหัวหน้าสํานักงานบังคับคดีจังหวัดจะไม่แตกต่างกันก็ตาม หากเป็นคดีสําคัญหรือคดีมีทุนทรัพย์มาก หรือมีปัญหายุ่งยากซับซ้อนให้รายงานอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่อธิบดี หรือรองอธิบดีที่ได้รับมอบหมายมีความเห็นให้เพิกถอนการฉ้อฉลหรือ เพิกถอนการโอนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําค่าร้องขอเพิกถอนยื่นต่อศาลภายในกําหนด 15 วัน นับแต่วันมีความเห็น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเสนอความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการอุทธรณ์หรือฎีกาหรือ ไม่อุทธรณ์หรือไม่ฎีกาคําพิพากษาหรือคําสั่งศาลต่ออธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย หรือ ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคแล้วแต่กรณี ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เสนอความเห็นพร้อมกับส่งสํานวนที่เกี่ยวข้องต่อบุคคลดังกล่าวก่อนที่จะครบกําหนดระยะเวลา ในการอุทธรณ์หรือฎีกาไม่น้อยกว่า 15 วัน หากมีเหตุขัดข้องจําเป็นต้องเสนอความเห็นช้ากว่ากําหนด ดังกล่าวให้ยื่นคําร้องเพื่อขอขยายระยะเวลาในการอุทธรณ์หรือฎีกาต่อศาลและรายงานเหตุขัดข้อง ดังกล่าวไปให้อธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีที่มีการอุทธรณ์หรือฎีกาคําสั่งศาลเกี่ยวกับคําขอรับชําระหนี้ ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ส่งสํานวนคําขอรับชําระหนี้ไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาพร้อมกับอุทธรณ์หรือฎีกาหรือ คําแก้อุทธรณ์หรือคําแก้ฎีกาแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมทรัพย์สินในคดีล้มละลายเป็นเงินสดจํานวนตั้งแต่ 50,000.- บาทขึ้นไป ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รีบดําเนินการแบ่งเงินดังกล่าวให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ ภายในระยะเวลาหกเดือนนับแต่ศาลมีคําพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือนับแต่ครบกําหนดที่ศาล อนุญาตให้ขยายแบ่ง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เหตุในการรายงานขอศาลขยายแบ่งในคดีล้มละลายคดีหนึ่งคดีใด แต่ละครั้ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในการปฏิบัติหน้าที่มิใช่อ้างสาเหตุที่ได้เคยอ้างไว้ในครั้งก่อน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การติดต่อประสานงานภายในหน่วยงานกรมบังคับคดี เช่นกรณีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สอบถามผลการปฏิบัติงานบังคับคดีแพ่งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ใช้วิธีติดต่อประสานงานกันภายใน แทนการติดต่อประสานงานทางหนังสือ

ในกรณีมีเหตุขัดข้องไม่อาจปฏิบัติตามข้อ 13 - 15 ได้ ให้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้น จนถึงอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมาย เพื่อพิจารณามีคําสั่งต่อไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544

(นายไกรสร บารมีอวยชัย)

อธิบดีกรมบังคับคดี

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 554/2544 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4e37e55f97eefc33

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com