法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง

และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี

พ.ศ.

๒๕๕๒

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม

ในท้องที่ ๗๒ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๒

ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานีด้วยและเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง

โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี

แต่ทั้งนี้ ไม่หมายความรวมถึงบริเวณตามกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลขามใหญ่

ตำบลแจระแม ตำบลไร่น้อย ตำบลกุดลาด ตำบลปทุม และตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี

และตำบลคำน้ำแซบ ตำบลคำขวาง ตำบลวาริน ตำบลโนนผึ้ง และตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ

จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๔๗ กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท

ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลโพธิ์ศรี ตำบลโพธิ์ไทร ตำบลพิบูล และตำบลกุดชมภู

อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๔๗

และกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง

ดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท

ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๒

ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลงใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ

(๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองผือ อำเภอเขมราฐ

(๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ

(๔)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเทพวงศา อำเภอเขมราฐ

(๕)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโพธิ์ไทร อำเภอโพธิ์ไทร

(๖)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกุดข้าวปุ้น อำเภอกุดข้าวปุ้น

(๗)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลตระการพืชผล อำเภอตระการพืชผล

(๘)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลม่วงสามสิบ อำเภอม่วงสามสิบ

(๙)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลศรีเมืองใหม่ อำเภอศรีเมืองใหม่

(๑๐) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเขื่องใน

อำเภอเขื่องใน

(๑๑)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านด่าน อำเภอโขงเจียม

(๑๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลตาลสุม อำเภอตาลสุม

(๑๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ

(๑๔)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาเยีย อำเภอนาเยีย

(๑๕)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลอ่างศิลา อำเภอพิบูลมังสาหาร

(๑๖)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาส่วง อำเภอเดชอุดม

(๑๗)

ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองเดชอุดม อำเภอเดชอุดม

(๑๘)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม

(๑๙)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกุดประทาย อำเภอเดชอุดม

(๒๐)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบุณฑริก อำเภอบุณฑริก

(๒๑)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย

(๒๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลน้ำยืน อำเภอน้ำยืน

(๒๓) ในท้องที่ตำบลหนองสิม อำเภอเขมราฐ

(๒๔) ในท้องที่ตำบลหนองนกทา อำเภอเขมราฐ

(๒๕) ในท้องที่ตำบลนาแวง อำเภอเขมราฐ

(๒๖) ในท้องที่ตำบลหัวนา อำเภอเขมราฐ

(๒๗) ในท้องที่ตำบลเจียด อำเภอเขมราฐ

(๒๘) ในท้องที่ตำบลพะลาน อำเภอนาตาล

(๒๙) ในท้องที่ตำบลพังเคน อำเภอนาตาล

(๓๐) ในท้องที่ตำบลโนนสว่าง อำเภอกุดข้าวปุ้น

(๓๑) ในท้องที่ตำบลข้าวปุ้น อำเภอกุดข้าวปุ้น

(๓๒) ในท้องที่ตำบลกาบิน อำเภอกุดข้าวปุ้น

(๓๓) ในท้องที่ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอโพธิ์ไทร

(๓๔) ในท้องที่ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล

(๓๕) ในท้องที่ตำบลเกษม อำเภอตระการพืชผล

(๓๖) ในท้องที่ตำบลเป้า อำเภอตระการพืชผล

(๓๗) ในท้องที่ตำบลนาสะไม อำเภอตระการพืชผล

(๓๘) ในท้องที่ตำบลไหล่ทุ่ง อำเภอตระการพืชผล

(๓๙) ในท้องที่ตำบลคำเจริญ อำเภอตระการพืชผล

(๔๐) ในท้องที่ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล

(๔๑) ในท้องที่ตำบลกุศกร อำเภอตระการพืชผล

(๔๒) ในท้องที่ตำบลนาพิน อำเภอตระการพืชผล

(๔๓) ในท้องที่ตำบลขามเปี้ย อำเภอตระการพืชผล

(๔๔) ในท้องที่ตำบลเซเป็ด อำเภอตระการพืชผล

(๔๕)

ในท้องที่ตำบลห้วยฝ้ายพัฒนา อำเภอตระการพืชผล

(๔๖) ในท้องที่ตำบลเอือดใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่

(๔๗) ในท้องที่ตำบลนาคำ อำเภอศรีเมืองใหม่

(๔๘) ในท้องที่ตำบลคำไหล อำเภอศรีเมืองใหม่

(๔๙) ในท้องที่ตำบลแก้งกอก อำเภอศรีเมืองใหม่

(๕๐) ในท้องที่ตำบลดอนใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่

(๕๑) ในท้องที่ตำบลวาริน อำเภอศรีเมืองใหม่

(๕๒) ในท้องที่ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๓) ในท้องที่ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๔) ในท้องที่ตำบลหนองเมือง อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๕)

ในท้องที่ตำบลหนองช้างใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๖) ในท้องที่ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๗) ในท้องที่ตำบลม่วงสามสิบ

อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๘) ในท้องที่ตำบลหนองฮาง อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๙)

ในท้องที่ตำบลยางสักกระโพหลุ่ม อำเภอม่วงสามสิบ

(๖๐) ในท้องที่ตำบลโพนแพง อำเภอม่วงสามสิบ

(๖๑) ในท้องที่ตำบลหนองเหล่า อำเภอม่วงสามสิบ

(๖๒) ในท้องที่ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ

(๖๓) ในท้องที่ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม

(๖๔)

ในท้องที่ตำบลหนองแสงใหญ่ อำเภอโขงเจียม

(๖๕) ในท้องที่ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม

(๖๖) ในท้องที่ตำบลโนนรัง อำเภอเขื่องใน

(๖๗) ในท้องที่ตำบลศรีสุข อำเภอเขื่องใน

(๖๘) ในท้องที่ตำบลกลางใหญ่ อำเภอเขื่องใน

(๖๙) ในท้องที่ตำบลบ้านกอก อำเภอเขื่องใน

(๗๐) ในท้องที่ตำบลหนองเหล่า อำเภอเขื่องใน

(๗๑) ในท้องที่ตำบลบ้านไทย อำเภอเขื่องใน

(๗๒) ในท้องที่ตำบลยางขี้นก อำเภอเขื่องใน

(๗๓) ในท้องที่ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน

(๗๔) ในท้องที่ตำบลสร้างถ่อ อำเภอเขื่องใน

(๗๕) ในท้องที่ตำบลค้อทอง อำเภอเขื่องใน

(๗๖) ในท้องที่ตำบลเขื่องใน อำเภอเขื่องใน

(๗๗) ในท้องที่ตำบลหัวดอน อำเภอเขื่องใน

(๗๘) ในท้องที่ตำบลสหธาตุ อำเภอเขื่องใน

(๗๙) ในท้องที่ตำบลนาคำใหญ่ อำเภอเขื่องใน

(๘๐) ในท้องที่ตำบลธาตุน้อย อำเภอเขื่องใน

(๘๑) ในท้องที่ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน

(๘๒) ในท้องที่ตำบลแดงหม้อ อำเภอเขื่องใน

(๘๓)

ในท้องที่ตำบลเหล่าเสือโก้ก อำเภอเหล่าเสือโก้ก

(๘๔) ในท้องที่ตำบลหนองบก อำเภอเหล่าเสือโก้ก

(๘๕) ในท้องที่ตำบลท่าเมือง อำเภอดอนมดแดง

(๘๖) ในท้องที่ตำบลอ่างศิลา อำเภอพิบูลมังสาหาร

(๘๗) ในท้องที่ตำบลบ้านแขม อำเภอพิบูลมังสาหาร

(๘๘) ในท้องที่ตำบลบุ่งมะแลง อำเภอสว่างวีระวงศ์

(๘๙) ในท้องที่ตำบลแก่งโดม อำเภอสว่างวีระวงศ์

(๙๐) ในท้องที่ตำบลท่าลาด อำเภอวารินชำราบ

(๙๑) ในท้องที่ตำบลโนนโหนน อำเภอวารินชำราบ

(๙๒) ในท้องที่ตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ

(๙๓) ในท้องที่ตำบลเมืองศรีไค

อำเภอวารินชำราบ

(๙๔) ในท้องที่ตำบลสระสมิง อำเภอวารินชำราบ

(๙๕) ในท้องที่ตำบลนาดี อำเภอนาเยีย

(๙๖) ในท้องที่ตำบลนาเยีย อำเภอนาเยีย

(๙๗) ในท้องที่ตำบลนาเรือง อำเภอนาเยีย

(๙๘) ในท้องที่ตำบลบอน อำเภอสำโรง

(๙๙) ในท้องที่ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง

(๑๐๐) ในท้องที่ตำบลโคกก่อง อำเภอสำโรง

(๑๐๑) ในท้องที่ตำบลสำโรง อำเภอสำโรง

(๑๐๒) ในท้องที่ตำบลโนนกลาง อำเภอสำโรง

(๑๐๓) ในท้องที่ตำบลหนองไฮ อำเภอสำโรง

(๑๐๔) ในท้องที่ตำบลนาส่วง อำเภอเดชอุดม

(๑๐๕) ในท้องที่ตำบลป่าโมง อำเภอเดชอุดม

(๑๐๖) ในท้องที่ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม

(๑๐๗) ในท้องที่ตำบลนาเจริญ อำเภอเดชอุดม

(๑๐๘) ในท้องที่ตำบลโพนงาม อำเภอเดชอุดม

(๑๐๙) ในท้องที่ตำบลนากระแซง อำเภอเดชอุดม

(๑๑๐)

ในท้องที่ตำบลท่าโพธิ์ศรี อำเภอเดชอุดม

(๑๑๑) ในท้องที่ตำบลกลาง อำเภอเดชอุดม

(๑๑๒) ในท้องที่ตำบลสมสะอาด อำเภอเดชอุดม

(๑๑๓) ในท้องที่ตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม

(๑๑๔) ในท้องที่ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม

(๑๑๕) ในท้องที่ตำบลนาโพธิ์ อำเภอบุณฑริก

(๑๑๖) ในท้องที่ตำบลหนองสะโน อำเภอบุณฑริก

(๑๑๗) ในท้องที่ตำบลบัวงาม อำเภอบุณฑริก

(๑๑๘) ในท้องที่ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก

(๑๑๙) ในท้องที่ตำบลหนองอ้ม อำเภอทุ่งศรีอุดม

(๑๒๐) ในท้องที่ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย

(๑๒๑) ในท้องที่ตำบลตาเกา อำเภอน้ำขุ่น

(๑๒๒) ในท้องที่ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน

(๑๒๓) ในท้องที่ตำบลสีวิเชียร

อำเภอน้ำยืน

(๑๒๔)

ในท้องที่ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน

ทั้งนี้ ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๒๒)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ และในท้องที่ตาม (๒๓) ถึง (๑๒๔)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ หรือข้อ ๕ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐

ตารางเมตรต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวนหรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตรให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน

๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(๑๑)

กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ คู คลอง

ลำธารหรือลำกระโดง ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด ๆ

ในด้านที่ติดกับแหล่งน้ำสาธารณะนั้น ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า ๑๐

เมตร ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป

ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บึง

หรือทะเลสาบ ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า

๔๐ เมตร

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่เกิน ๐.๒

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑

คันต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร สำหรับพื้นที่อาคาร ๑,๐๐๐

ตารางเมตรแรก ส่วนที่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ให้คิดในอัตรา

๑ คันต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตรเศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน

๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(๑๑)

กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ คู คลอง

ลำธารหรือลำกระโดง ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด ๆ

ในด้านที่ติดกับแหล่งน้ำสาธารณะนั้น ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า ๑๐

เมตร ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป

ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเลสาบ

ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการก่อสร้างอาคารหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดอุบลราชธานีปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ชวน

ศิรินันท์พร

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี

ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

กันยายน ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง/หน้า ๓๙๒/๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4e5ba8cf31cc805b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com