法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
48
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง

พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายที่ท่าเรือแหลมฉบัง ให้มีความถูกต้อง เหมาะสมยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับข้อกำหนดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตรายทางทะเล และกฎหมายภายในประเทศ อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ และข้อ ๑๓ ของระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการใช้ท่าเรือ บริการและความสะดวกต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย จึงให้วางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ให้ใช้ระเบียบนับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ๑๕ วัน เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ นับแต่วันใช้ระเบียบนี้ให้ยกเลิก

๓.๑ ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายที่ท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. ๒๕๕๔

๓.๒ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ หรือหลักปฏิบัติอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“กทท.” หมายความว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย

“ทลฉ.” หมายความว่า ท่าเรือแหลมฉบัง

“เขต ทลฉ.” หมายความว่า พื้นที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกากำหนดอาณาบริเวณของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา และตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๓๙

“สทบ.” หมายความว่า สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง

“IMO” หมายความว่า องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization)

“IMDG Code” หมายความว่า ประมวลข้อบังคับว่าด้วยการขนส่งสินค้าอันตรายทางทะเล (International Maritime Dangerous Good Code) ซึ่งกำหนดโดยองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ

“UN No.” หมายความว่า หมายเลขสหประชาชาติ (United Nation Number) ของวัตถุอันตรายแสดงหมายเลขลำดับ (Serial Number) ที่กำหนดขึ้นมาสำหรับสิ่งของ หรือสารที่อยู่ภายใต้ระบบของสหประชาชาติ กำหนดเป็นตัวเลขสี่หลัก

“สินค้าอันตราย” หมายความว่า สิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศกำหนดไว้ในประมวลข้อบังคับว่าด้วยการขนส่งสินค้าอันตรายทางทะเล

“คลังสินค้าอันตราย” หมายความว่า พื้นที่เก็บรักษาสินค้าอันตรายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง

“สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๑” หมายความว่า สินค้าอันตรายร้ายแรงมากที่ห้ามบรรทุกหรือขนถ่าย หรือเคลื่อนย้ายบนเรือ หรือผ่าน หรือถ่ายลำในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ได้แก่ สินค้าอันตราย ประเภท ๖.๒ สารแพร่เชื้อ ประเภท ๗ วัสดุกัมมันตรังสี ยกเว้น สารโคบอลต์ - ๖๐, Tantalum Glass, Tantalum/Niobium Concentrate, Tantalite หรือ Columlite เฉพาะที่นำเข้ามาใช้ประโยชน์แก่ประเทศไทยเท่านั้น

“สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๒” หมายความว่า สินค้าอันตรายร้ายแรงที่อนุญาตให้ทำการบรรทุกหรือขนถ่ายข้างลำในเขตท่าเรือแหลมฉบัง แต่ไม่อนุญาตให้ฝากเก็บในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ได้แก่ สินค้าอันตราย ประเภท ๑ วัตถุระเบิด สินค้าอันตรายประเภท ๒.๓ ก๊าซพิษ

“สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๓” หมายความว่า สินค้าอันตรายนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกลุ่มที่ ๑ และกลุ่มที่ ๒ ซึ่งอนุญาตให้ทำการบรรทุก หรือขนถ่ายข้างลำในเขตท่าเรือแหลมฉบัง แต่ต้องเคลื่อนย้ายไปฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายทันที

“ความเสี่ยงอันตรายรอง” หมายความว่า หมายเลขประเภท หรือประเภทย่อยของความเสี่ยงอันตรายรอง

“ชื่อที่ถูกต้องในการขนส่ง” หมายความว่า ชื่อของสินค้าอันตราย (Proper Shipping

Name) ตามกำหนดใน IMDG Code

“Waste” หมายความว่า ของเสียตามอนุสัญญาบาเซล ว่าการควบคุม การเคลื่อนย้ายข้ามแดนของเสียอันตรายและการกำจัดที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กำหนด

“EMPTY UNCLEANED” หมายความว่า ภาชนะเปล่าและตู้สินค้าเปล่าที่ผ่านการบรรจุสินค้าอันตรายและยังไม่ได้ทำความสะอาด

“ฉลาก” (Labels according to IMDG - Code) หมายความว่า สัญลักษณ์ที่เป็นรูปภาพซึ่งติดไว้ที่หีบห่อเพื่อแสดงความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายในการขนส่ง โดยมีขนาด ลักษณะ และข้อความตามข้อกำหนดการขนส่งวัตถุอันตราย

“ป้าย” (Placard according to IMDG - Code) หมายความว่า สิ่งที่ทำขึ้นประกอบด้วยสัญลักษณ์ที่เป็นรูปภาพซึ่งติดไว้บนผิวนอกของตู้สินค้า หรือภาชนะ เพื่อแสดงความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายในการขนส่ง โดยมีขนาด ลักษณะ และข้อความตามข้อกำหนดการขนส่งวัตถุอันตราย

“เครื่องหมาย” (Marks according to IMDG - Code) หมายความว่า สิ่งที่ทำขึ้นประกอบด้วยชื่อที่ถูกต้องของวัตถุอันตรายและหมายเลขสหประชาชาติ รวมทั้งสัญลักษณ์ หรือข้อความอื่นใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในฉลากและป้าย ซึ่งติดไว้ที่หีบห่อ หรือบนผิวนอกของตู้สินค้า หรือภาชนะเพื่อเตือนถึงอันตรายของวัตถุอันตรายนั้น

“รถ” หมายความว่า ยานพาหนะทุกชนิดที่ใช้ในการขนส่งทางบกซึ่งเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น และหมายความรวมตลอดถึงรถพ่วงของรถนั้นด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่รถไฟ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้และมีอำนาจในการออกคำสั่ง ประกาศ หรือหลักปฏิบัติ รวมทั้งมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้และให้ถือเป็นที่สุด ก่อนรายงานให้คณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ทราบ

การแบ่งประเภทของสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สินค้าอันตรายแบ่งออกเป็น ๙ ประเภท ตามที่ IMDG - Code กำหนด ซึ่งปรากฏตามตารางแบ่งกลุ่มแนบท้ายระเบียบนี้ ได้แก่

๖.๑ ประเภทที่ ๑ วัตถุระเบิด (Explosives)

๖.๒ ประเภทที่ ๒ ก๊าซ (Gases)

๖.๒.๑ ประเภทที่ ๒.๑ ก๊าซไวไฟ

๖.๒.๒ ประเภทที่ ๒.๒ ก๊าซไวไฟไม่เป็นพิษ

๖.๒.๓ ประเภทที่ ๒.๓ ก๊าซพิษ

๖.๓ ประเภทที่ ๓ ของเหลวไวไฟ (Flammable liquid)

๖.๔ ประเภทที่ ๔ ของแข็งไวไฟ สารที่ลุกไหม้ได้เอง สารที่เปียกน้ำจะเกิดก๊าซ (Flammable solids ; substances liable to spontaneous combustion ; substances which, in contact with water, emit flammable gases)

๖.๕ ประเภทที่ ๕ สารอ๊อกซิไดซ์และสารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์ (Oxidizing substances and organic peroxides)

๖.๖ ประเภทที่ ๖ สารพิษและสารแพร่เชื้อ (Toxic and infectious substances)

๖.๖.๑ ประเภทที่ ๖.๑ สารพิษ

๖.๖.๒ ประเภทที่ ๖.๒ สารแพร่เชื้อโรค

๖.๗ ประเภทที่ ๗ วัสดุกัมมันตรังสี (Radioactive material)

๖.๘ ประเภทที่ ๘ สารกัดกร่อน (Corrosive substances)

๖.๙ ประเภทที่ ๙ สารอันตรายเบ็ดเตล็ดและอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม (Miscellaneous dangerous substances and articles)

ทั้งนี้ ได้แบ่งกลุ่มประเภทสินค้าอันตรายออกเป็น ๓ กลุ่ม เพื่อกำหนดค่าธรรมเนียมและค่าบริการเกี่ยวกับตู้สินค้าอันตรายที่ท่าเรือแหลมฉบัง ตามประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าบริการเกี่ยวกับตู้สินค้าอันตรายที่ท่าเรือแหลมฉบัง ฉบับลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ และวิธีดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง ตามข้อ ๖ ตามประกาศท่าเรือแหลมฉบัง เรื่อง วิธีดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สินค้าอันตรายที่กำหนดไว้ตามระเบียบนี้ หากมีการยกเลิกหรือเพิ่มเติม ให้เป็นไปตามประกาศของหน่วยงานราชการไทยที่เกี่ยวข้อง หรือ IMDG Code กำหนด

สินค้าอันตรายขาเข้า

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้เจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของเรือ ซึ่งประสงค์จะนำสินค้าอันตรายเข้ามาในเขต ทลฉ. ดำเนินการดังนี้

๘.๑ ยื่นแบบรายงานสินค้าอันตราย (ขนถ่ายขึ้นจากเรือ) (ทลฉ. สคอ.๐๑) ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ ซึ่งจะขนถ่าย หรือถ่ายลำที่เขต ทลฉ. ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการคลังสินค้าอันตราย ก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง สำหรับสินค้าอันตรายที่บรรทุกขึ้นเรือจากราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มาเลเซีย และสาธารณรัฐสิงคโปร์ ต้องยื่นรายการสินค้าอันตรายก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๑๒ ชั่วโมง และเรือที่มาจากท่าเรือกรุงเทพหรือท่าเรือภายในประเทศ ต้องยื่นรายการสินค้าอันตราย ก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง

๘.๒ รายการตามแบบข้อ ๘.๑ สำหรับสินค้าอันตรายที่จะขนถ่าย หรือถ่ายลำต้องมีรายละเอียดประกอบด้วย

๘.๒.๑ ลำดับที่ (Item No.)

๘.๒.๒ เลขที่ใบตราส่ง (B/L No.)

๘.๒.๓ จำนวนหีบห่อ (No. Of Packages)

๘.๒.๔ ชื่อสินค้า (Proper Shipping Name)

๘.๒.๕ น้ำหนัก (Net Weight)

๘.๒.๖ ประเภทของสินค้าอันตราย/หมายเลขสหประชาชาติ (Class/UN No.)

๘.๒.๗ จุดวาบไฟ (Flash Point)

๘.๒.๘ กลุ่มการบรรจุ (Packaging Group)

๘.๒.๙ หมายเลขตู้สินค้า (Container No.)

๘.๒.๑๐ สถานภาพของตู้สินค้า (Status)

๘.๒.๑๑ ชื่อ ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้นำเข้า (Consignee’s Name & Address & Telephone)

๘.๒.๑๒ ชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในประเทศไทยที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน

๘.๒.๑๓ แนบเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) ตามที่ IMO (ภาษาอังกฤษ) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (ภาษาไทย) กำหนด หรือเอกสารอื่นที่มีรายละเอียดข้อมูลของสินค้าอันตรายแต่ละรายการไว้ด้วย

๘.๓ รายการตามแบบข้อ ๘.๑ สำหรับสินค้าอันตรายที่วางบนเรือผ่านเขต ทลฉ. ยื่นแบบรายการสินค้าอันตราย (ที่บรรทุกวางอยู่บนเรือ) (ทลฉ. สคอ.๐๓) ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ ที่ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการคลังสินค้าอันตราย ก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง เฉพาะสายเดินเรือที่มาจากราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ต้องยื่นแบบรายการสินค้าอันตรายไม่น้อยกว่า ๑๒ ชั่วโมง ก่อนตารางเรือเทียบท่า และเรือที่มาจากท่าเรือกรุงเทพหรือท่าเรือภายในประเทศ ต้องยื่นรายการสินค้าอันตราย ก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย

๘.๓.๑ ลำดับที่ (Item No.)

๘.๓.๒ เลขที่ใบตราส่ง (B/L No.)

๘.๓.๓ จำนวนหีบห่อ (No. of Packages)

๘.๓.๔ ชื่อสินค้า (Proper Shipping Name)

๘.๓.๕ น้ำหนัก (Net Weight)

๘.๓.๖ ประเภทของสินค้าอันตราย/หมายเลขสหประชาชาติ (Class/UN No.)

๘.๓.๗ จุดวาบไฟ (Flash Point)

๘.๓.๘ กลุ่มการบรรจุ (Packaging Group)

๘.๓.๙ หมายเลขตู้สินค้า (Container No.)

๘.๓.๑๐ สถานภาพของตู้สินค้า (Status)

๘.๓.๑๑ ตำแหน่งที่วางบนเรือ (Storage Position)

๘.๓.๑๒ แนบเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) ตามที่ IMO (ภาษาอังกฤษ) กำหนด หรือเอกสารอื่นที่มีรายละเอียดข้อมูลของสินค้าอันตรายแต่ละรายการไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สินค้าอันตรายขาเข้าตามหมวด ๑ แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม ตามตารางแบ่งกลุ่มสินค้าอันตรายของ ทลฉ. แนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สินค้าอันตรายทุกประเภทที่มีความเสี่ยงอันตรายรองอยู่ในกลุ่มที่ ๑ และ ๒ ให้ถือเป็นสินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๑ และ ๒

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๑ ไม่อนุญาตให้ทำการบรรทุก หรือขนถ่าย หรือเคลื่อนย้ายบนเรือหรือผ่าน หรือถ่ายลำในเขต ทลฉ. (ยกเว้นสารโคบอลต์ - ๖๐, Tantalum Glass, Tantalum - Niobium Concentrate, Tantalite หรือ Columbite เฉพาะที่นำเข้ามาใช้ประโยชน์แก่ประเทศไทยเท่านั้น ให้ทำการขนถ่ายข้างลำแล้วนำออกจากเขต ทลฉ. โดยตรงทันที)

ผู้นำเข้าสารโคบอลต์ - ๖๐, Tantalum Glass, Tantalum - Niobium Concentrate, Tantalite หรือ Columbite เฉพาะที่นำเข้ามาใช้ประโยชน์แก่ประเทศไทยเท่านั้น ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดดังนี้

๑๑.๑ ก่อนสั่งนำเข้าสารเคมีตามวรรคสอง ต้องติดต่อประสานงานโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วันทำการ ได้แก่ กองการท่า ทลฉ. สทบ. ผู้ประกอบการท่าที่จะนำเรือเทียบท่าคลังสินค้าอันตรายและตัวแทนเรือ เพื่อวางแผนในการกำหนดมาตรการก่อนเตรียมการขนถ่ายและขนส่งสารเคมี ให้ปลอดภัยที่สุด

๑๑.๒ จัดส่งเอกสารแสดงรายละเอียด จำนวน และวัตถุประสงค์ในการนำเข้าโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๑๑.๓ จัดส่งเอกสารที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสารเคมีอย่างถูกต้องจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

๑๑.๔ แสดงและส่งสำเนาหนังสือรับรองการตรวจสอบภาชนะที่ใช้บรรจุสารเคมี ว่ามีความปลอดภัยในการขนส่งจากหน่วยงานของรัฐในต่างประเทศ และได้รับการตรวจสอบพร้อมหนังสือรับรองจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

๑๑.๕ ให้ขนถ่ายสารเคมีข้างลำลงจากเรือแล้วนำออกนอกเขต ทลฉ. โดยตรงทันที

๑๑.๖ กำหนดมาตรการป้องกันการรั่วไหลรังสีของสารเคมีที่ได้มาตรฐาน โดยต้องจัดเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พร้อมเครื่องมือเพื่อมาควบคุมและตรวจสอบการรั่วไหลรังสีตลอดเวลาโดยเริ่มตั้งแต่เรือเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว

๑๑.๗ กำหนดมาตรการขนถ่ายขึ้นจากเรือ รวมทั้งขนส่งภายในและภายนอกเขต ทลฉ. ไปยังสถานที่เก็บของผู้นำเข้าอย่างปลอดภัยที่สุด โดยต้องจัดเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติและตำรวจทางหลวงควบคุมการขนถ่ายและขนส่งสารเคมีตลอดเวลา รวมทั้งบริเวณที่ขนถ่ายสารเคมีต้องมีการควบคุมในระยะประมาณ ๔๐ เมตร พร้อมติดตั้งสัญลักษณ์เตือนเพื่อป้องกันมิให้บุคคลภายนอกเข้าไปอยู่ในบริเวณที่ขนถ่ายสารเคมีด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๒ อนุญาตให้ทำการขนถ่ายข้างลำขึ้นจากเรือในเขต ทลฉ. ได้ แต่ไม่อนุญาตให้ฝากเก็บ ต้องนำออกจากเขต ทลฉ. โดยตรงทันที เว้นแต่สินค้าอันตรายที่ผ่านพิธีการทางศุลกากรและชำระค่าภาระต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว แต่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำสินค้าออกนอกเขต ทลฉ. ได้ ให้นำรถบรรทุกไปจอดไว้ในพื้นที่ที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๓ อนุญาตให้ทำการขนถ่ายข้างลำขึ้นจากเรือในเขต ทลฉ. และต้องเคลื่อนย้ายนำไปฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายโดยตรงทันที ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้วางพัก หรือเปิดตู้สินค้า หรือฝากเก็บในท่าเทียบเรือโดยเด็ดขาด

สินค้าอันตรายขาออก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เจ้าของสินค้า หรือตัวแทนเจ้าของสินค้า หรือตัวแทนเรือ ซึ่งประสงค์จะส่งสินค้าอันตรายออกนอกเขต ทลฉ. ดำเนินการดังนี้

๑๔.๑ กรณีสินค้าอันตรายขอบรรจุตู้สินค้า ให้ยื่นสำเนาใบขนสินค้าขาออกตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด พร้อมหมายเลขตู้สินค้าที่ต้องการบรรจุสินค้าอันตรายที่คลังสินค้าอันตราย ทลฉ. ไม่น้อยกว่า ๔๘ ชั่วโมง ก่อนนำสินค้าอันตรายเข้ามาที่คลังสินค้าอันตราย และต้องนำสินค้าอันตรายเข้ามาบรรจุที่คลังสินค้าอันตรายก่อนตารางเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง

๑๔.๒ กรณีสินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๓ ที่บรรจุตู้สินค้ามาจากภายนอกให้นำเข้าคลังสินค้าอันตรายไม่น้อยกว่า ๑๒ ชั่วโมงก่อนตารางเรือเทียบท่า พร้อมแนบใบกำกับการขนย้ายตู้สินค้าตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด

๑๔.๓ ยื่นแบบรายงานสินค้าอันตราย (ที่บรรจุลงเรือ) (ทลฉ. สคอ.๐๒) ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการคลังสินค้าอันตราย ก่อนเรือเทียบท่าไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง

๑๔.๔ สำหรับสินค้าอันตรายที่จะบรรทุก หรือถ่ายลำตามข้อ ๑๔.๓ ต้องมีรายละเอียดประกอบด้วย

๑๔.๔.๑ ชื่อสินค้า (Proper Shipping Name)

๑๔.๔.๒ จำนวนหีบห่อ (No. Of Packing)

๑๔.๔.๓ น้ำหนัก (Net Weight)

๑๔.๔.๔ ประเภทของสินค้าอันตราย/หมายเลขสหประชาชาติ (Class & UN No.)

๑๔.๔.๕ จุดวาบไฟ (Flash Point)

๑๔.๔.๖ กลุ่มการบรรจุ (Packaging Group)

๑๔.๔.๗ หมายเลขตู้สินค้า ชื่อเรือ เที่ยวเรือ (Container No., Vessel and Voyage)

๑๔.๔.๘ ชื่อที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ผู้ส่งออก (Shipper’s Name & Address & Telephone)

๑๔.๔.๙ ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในประเทศไทยที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน

๑๔.๔.๑๐ แนบเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) หรือเอกสารอื่นที่มีรายละเอียดข้อมูลของสินค้าอันตรายแต่ละรายการไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สินค้าอันตรายขาออกตามหมวด ๑ แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม ตามตารางแบ่งกลุ่มสินค้าอันตรายของ ทลฉ. แนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๑ ไม่อนุญาตให้ทำการบรรทุกลงเรือในเขต ทลฉ. (ยกเว้น สารโคบอลต์ - ๖๐, Tantalum Glass, Tantalum - Niobium Concentrate, Tantalite หรือ Columbite ที่นำเข้ามาใช้ประโยชน์แก่ประเทศไทยแล้วส่งคืนกลับประเทศผู้ผลิตเท่านั้น) ให้นำเข้ามาในเขต ทลฉ. และบรรทุกข้างลำลงเรือโดยตรงทันที โดยผู้ส่งออกต้องปฏิบัติในทางกลับกันตามข้อ ๑๑.๑ ถึง ๑๑.๗ อย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๒ อนุญาตให้นำสินค้าเข้ามาในเขต ทลฉ. และบรรทุกข้างลำลงเรือโดยตรงทันที

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ สินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๓ ให้นำตู้สินค้าอันตราย หรือสินค้าอันตรายมาบรรจุเข้าตู้สินค้าและฝากเก็บที่คลังสินค้าอันตรายเท่านั้น ก่อนเคลื่อนย้ายบรรทุกข้างลำลงเรือโดยตรง และไม่อนุญาตให้บรรจุสินค้าอันตรายเข้าตู้ หรือฝากเก็บในท่าเทียบเรือโดยเด็ดขาด

ของเสียอันตราย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การนำเข้า หรือส่งออกของเสียอันตรายจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดต่าง ๆ ตามที่อนุสัญญาบาเซล ว่าการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของเสียอันตรายและการกำจัด (Basel Convention on the Control of Trans boundary Movements of Hazardous Wastes and their Disposal) และมาตรฐานที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดไว้โดยเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ สินค้าอันตรายขาเข้าที่เป็น Waste จะต้องระบุคำว่า “Waste” ในแบบรายงานสินค้าอันตราย (ทลฉ. สคอ.๐๑) และต้องฝากเก็บไว้ในระบบตู้สินค้าเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ สินค้าอันตรายขาออกที่เป็น Waste ต้องบรรจุตู้สินค้ามาจากภายนอก ทลฉ. เท่านั้น ทั้งนี้ ต้องระบุคำว่า “Waste” ในสำเนาใบขนสินค้าขาออกด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ของเสียที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในการขนส่งต้องอยู่ภายใต้ประเภทที่ ๙ UN No. ๓๐๘๒ “Environmentally Hazardous Substance, Liquid, N.O.S” สำหรับของเหลว หรือ UN No. ๓๐๗๗ “Environmentally Hazardous Substance, Solid, N.O.S” สำหรับของแข็ง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ของเสียอันตรายที่ไม่ครอบคลุมใน IMDG Code แต่ถูกควบคุมด้วยอนุสัญญาบาเซลในการขนส่งต้องอยู่ภายใต้ประเภทที่ ๙ UN No. ๓๐๘๒ “Environmentally Hazardous Substance, Liquid, N.O.S” สำหรับของเหลว หรือ UN No. ๓๐๗๗ “Environmentally Hazardous Substance, Solid, N.O.S” สำหรับของแข็ง

ภาชนะเปล่า และตู้สินค้าเปล่า ที่ผ่านการบรรจุสินค้าอันตราย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ภาชนะเปล่าและตู้สินค้าเปล่า ที่ผ่านการบรรจุสินค้าอันตรายและยังไม่ได้ทำความสะอาดในการนำเข้า หรือส่งออกต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับสินค้าอันตรายทุกประการและต้องระบุคำว่า “EMPTY UNCLEANED” ในแบบรายงานสินค้าอันตราย (ขนถ่ายขึ้นจากเรือ) (ทลฉ. สคอ.๐๑) ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ สำหรับสินค้าอันตรายขาเข้า และสำเนาใบขนสินค้าขาออกสำหรับสินค้าอันตรายขาออกด้วย

การอบยา รมยา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อม และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นห้ามอบยาเข้าตู้สินค้าที่ลานจอดรถบรรทุกและไหล่ถนนต่าง ๆ ภายในเขต ทลฉ. ตามประกาศ ทลฉ. เรื่อง ห้ามอบยาเข้าตู้สินค้าที่ลานจอดรถบรรทุกและไหล่ถนนต่าง ๆ ภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ฉบับลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ทลฉ. อนุญาตให้ทำการรมยาตู้สินค้าเฉพาะตู้สินค้าขาออกที่บรรจุสินค้าเรียบร้อยแล้วที่คลังสินค้าอันตรายเท่านั้น ห้ามทำการรมยาตู้สินค้าเปล่าโดยเด็ดขาด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ บริษัทที่ดำเนินการรมยา หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าที่ประสงค์รมยาตู้สินค้าขาออกต้องยื่นแบบขออนุญาตรมยาตู้สินค้า หรือเติมน้ำยาทำความเย็นตู้สินค้า (ทลฉ. สคอ.๐๔) ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ ที่กองการท่า ทลฉ. และคลังสินค้าอันตราย ก่อนดำเนินการรมยาไม่น้อยกว่า ๖ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ สินค้าขาออกที่ทำการบรรจุตู้สินค้าที่ท่าเทียบเรือฯ ให้เคลื่อนย้ายนำตู้สินค้ามาทำการรมยาได้ที่คลังสินค้าอันตรายเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ตู้สินค้าที่บรรจุสินค้าอันตราย เมื่อทำการรมยาแล้วต้องติดเครื่องหมายรมยาที่ประตูตู้สินค้า โดยระบุชื่อสารเคมีที่ใช้และวันที่ทำการรมยา พร้อมทั้งติดป้ายประเภทสินค้าอันตรายที่บรรจุในตู้สินค้านั้น

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ตู้สินค้าที่บรรจุสินค้าทั่วไป เมื่อทำการรมยาแล้วต้องติดเครื่องหมายรมยาที่ประตูตู้สินค้า โดยระบุชื่อสารเคมีที่ใช้และวันที่ทำการรมยา พร้อมทั้งติดป้ายประเภทที่ ๙ UN No. ๓๓๕๙ ไว้ด้วย และต้องปฏิบัติตาม IMO อย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ บริษัทที่ดำเนินการรมยาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่จากสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในขณะที่ทำการรมยา ต้องปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ให้เกิดความปลอดภัยแก่ชีวิต ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ต้องนำภาชนะ หรือหีบห่อบรรจุสารเคมีที่ใช้รมยาและเศษวัสดุต่าง ๆ ออกจากเขต ทลฉ. และห้ามทิ้งเศษวัสดุข้างต้นในเขต ทลฉ. โดยเด็ดขาด

การเติมน้ำยาทำความเย็น

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การเติมน้ำยาทำความเย็น อนุญาตให้ดำเนินการได้ ณ บริเวณพื้นที่ที่ ทลฉ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ บริษัทที่ดำเนินการเติมน้ำยา หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าที่ประสงค์เติมน้ำยาทำความเย็นตู้สินค้าต้องยื่นแบบขออนุญาตตามข้อ ๒๗ ที่กองการท่า ทลฉ. และคลังสินค้าอันตราย ก่อนดำเนินการเติมน้ำยา

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ทลฉ. อนุญาตให้ทำการเติมน้ำยาทำความเย็นตู้สินค้าได้ทั้งตู้สินค้าขาเข้าและขาออก

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ตู้สินค้าที่ดำเนินการเติมน้ำยาทำความเย็นแล้ว ต้องติดเครื่องหมาย IMDG Code กำหนดที่ประตูตู้สินค้า

ข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าอันตราย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การบรรทุก หรือขนถ่ายสินค้าอันตรายต้องอยู่ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลของผู้ประกอบการคลังสินค้าอันตราย ซึ่งมีความรู้ความสามารถความชำนาญงานผ่านการอบรมหลักสูตรสินค้าอันตรายและความปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การบรรทุกและขนถ่ายสินค้าอันตรายต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้ และข้อบังคับของ IMO โดยเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้ตัวแทนเรือยื่นรายการสินค้าอันตรายที่จะบรรทุก หรือขนถ่ายในเขต ทลฉ. และวางอยู่บนเรือผ่านเขต ทลฉ. และแผนผังการจัดเก็บสินค้าอันตรายในระวางเรือให้แก่กองการท่า ทลฉ. คลังสินค้าอันตราย และท่าเทียบเรือที่เรือบรรทุกสินค้าอันตรายนั้นเทียบท่าฯ และต้องนำแผนผังการจัดเก็บสินค้าอันตรายในระวางเรือมาติดแสดงไว้ให้เห็นอย่างชัดเจนบริเวณช่องทางขึ้นบนเรือ ก่อนการปฏิบัติงานบรรทุกและขนถ่ายสินค้าทั่วไปและสินค้าอันตรายทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ห้ามนำน้ำมันเชื้อเพลิงมาเติมให้กับรถภายในเขต ทลฉ. นอกจากพื้นที่ที่ ทลฉ. กำหนดยกเว้นรถบรรทุกน้ำมันและเรือน้ำมันที่มาเติมน้ำมันให้กับเรือสินค้า และต้องปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง ประกาศ ของ ทลฉ. ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสินค้าอันตรายภายในเขต ทลฉ. จะต้องสวมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ตามมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ คลังสินค้าอันตรายและกิจกรรมต่อเนื่อง ต้องจัดทำแผนฉุกเฉินในกรณีเกิดสินค้าอันตรายรั่วไหล หรือมีอุบัติภัย อุบัติเหตุ เสนอ ทลฉ. ด้วย

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การจัดเก็บสินค้าอันตรายที่คลังสินค้าอันตราย ต้องปฏิบัติตาม IMO อย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ภาชนะที่ใช้บรรจุสินค้าอันตรายต้องได้มาตรฐานตามที่ IMDG Code กำหนดและต้องติดฉลากป้ายและเครื่องหมายสินค้าอันตรายบนภาชนะ หรือตู้สินค้าที่บรรจุสินค้าอันตรายให้ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการบรรจุสินค้าอันตรายเต็มตู้สินค้า หรือปนกับสินค้าทั่วไป

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ สินค้าประเภทเปรอะเปื้อนและสินค้าประเภทมีกลิ่นเหม็น ทลฉ. ไม่รับฝากเก็บภายในโรงพักสินค้า โดยต้องฝากเก็บในตู้สินค้าเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในการขนส่งสินค้าอันตราย ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับขี่ประเภทที่ ๔ และมีข้อมูลความปลอดภัยของสินค้าอันตรายนั้น รวมทั้งต้องทำการผูกยึดสินค้าอันตรายบนรถบรรทุกให้แน่นหนาก่อนขนส่งเข้าหรือออกจากเขต ทลฉ. ทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยตลอดเส้นทางการขนส่ง

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ทลฉ. จะนำกฎหมายศุลกากรฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบันซึ่งเกี่ยวข้องกับสินค้าอันตรายมาบังคับใช้โดยอนุโลม เพื่อให้มีมาตรการควบคุมไม่ให้มีการนำสินค้าอันตรายมาทิ้งไว้ที่ ทลฉ.

มาตรการบังคับ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ทลฉ. จะดำเนินการกรณีเจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของเรือ เจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามหมวด ๒ ของระเบียบนี้ อันอาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติภัย หรือเกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมและทรัพย์สินของ ทลฉ. ดังนี้

๔๗.๑ เจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของเรือที่ละเลยไม่แจ้งบัญชีสินค้าอันตราย หรือแจ้งไม่ครบตามที่ระบุไว้ในบัญชีสินค้าสำหรับเรือ หรือมิได้แจ้งภายในระยะเวลาที่ ทลฉ. กำหนด หรือไม่แจ้งสินค้าอันตรายทั้งหมดที่บรรทุกมาบนเรือผ่านเขต ทลฉ. ทลฉ. จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตรา ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ต่อ ๑ ลำเรือ โดยเรียกเก็บจากเจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของเรือ

๔๗.๒ เจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าที่ละเลยไม่แจ้งบัญชีสินค้าอันตราย ทลฉ. จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตรา ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อ ๑ ใบตราส่งสินค้า โดยเรียกเก็บจากเจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้า

๔๗.๓ กรณีตู้บรรจุสินค้าอันตรายไม่ติดฉลากสินค้าอันตรายบริเวณข้างตู้บรรจุสินค้านั้นหรือหากเจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าได้ติดฉลากนั้นแล้ว แต่ปรากฏว่าฉลากนั้นชำรุดเสียหาย หรือฉีกขาด ทลฉ. จะเป็นผู้ดำเนินการติดให้ใหม่ โดยเจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าจะต้องเสียค่าปรับฉลากละ ๑,๐๐๐ บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ทลฉ. จะดำเนินการกรณีเจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้า หรือตัวแทนเจ้าของเรือที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามหมวด ๓ ของระเบียบนี้ อันอาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติภัย หรือเกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมและทรัพย์สินของ ทลฉ. ดังนี้

๔๘.๑ เจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของเรือที่ละเลยไม่ดำเนินการตามข้อ ๑๔.๓ และข้อ ๑๔.๔ ทลฉ. จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตรา ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ต่อ ๑ ลำเรือ โดยเรียกเก็บจากเจ้าของเรือ หรือตัวแทนเรือ

๔๘.๒ เจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าที่ละเลยไม่ดำเนินการตามข้อ ๑๔.๑ และข้อ ๑๔.๒ ทลฉ. จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตรา ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อ ๑ ใบขนสินค้า

๔๘.๓ กรณีตู้บรรจุสินค้าอันตรายไม่ติดฉลากสินค้าอันตรายบริเวณข้างตู้บรรจุสินค้านั้นหรือหากเจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าได้ติดฉลากนั้นแล้ว แต่ปรากฏว่าฉลากนั้นชำรุดเสียหายหรือฉีกขาด ทลฉ. จะเป็นผู้ดำเนินการติดให้ใหม่ โดยเจ้าของ หรือตัวแทนเจ้าของสินค้าจะต้องเสียค่าปรับฉลากละ ๑,๐๐๐ บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

เรือเอก สุทธินันท์ หัตถวงษ์

ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ตารางการแบ่งกลุ่มประเภทสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง แนบท้ายระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. ๒๕๕๙

๒. แบบรายงานสินค้าอันตราย (ขนถ่ายขึ้นจากเรือ) (ทลฉ. สคอ.๐๑)

๓. แบบรายงานสินค้าอันตราย (ที่บรรทุกลงเรือ) (ทลฉ. สคอ.๐๒)

๔. แบบรายงานสินค้าอันตราย (ที่บรรทุกวางอยู่บนเรือ) (ทลฉ. สคอ.๐๓)

๕. แบบขออนุญาตรมยาตู้สินค้า หรือเติมน้ำยาทำความเย็นตู้สินค้า (ทลฉ. สคอ.๐๔)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปุณิกา/ปริยานุช/จัดทำ

๑๐ มีนาคม ๒๕๕๙

นุสรา/ตรวจ

๙ พฤษภาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๕๙ ง/หน้า ๒/๘ มีนาคม ๒๕๕๙

48 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4e6bea8f55fe72ff

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com