ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 36/2551
เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับการทําธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มี
ผลประโยชน์เกี่ยวข้อง (Related Lending)
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ในอดีต สถาบันการเงินได้มีการลงทุนในกิจการต่างๆ หลากหลาย ทั้งกิจการที่สถาบันการเงินเข้าไปลงทุนด้วยตนเองและลงทุนร่วมกับกรรมการ ผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินและผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านั้น รวมทั้งมีการให้สินเชื่อแก่กิจการที่กล่าว ผู้ถือหุ้น และผู้บริหารระดับสูงในปริมาณสูงโดยไม่ได้มีกระบวนการพิจารณาสินเชื่อที่รัดกุมเหมาะสม หรือให้สินเชื่อในลักษณะเอื้อประโยชน์แก่กิจการเหล่านี้ ส่งผลให้สถาบันการเงินได้รับความเสียหายจากการให้สินเชื่อนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้กําหนดหลักเกณฑ์การกํากับดูแลการให้สินเชื่อหรือลงทุนในกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง และการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นของสถาบันการเงิน ตั้งแต่ปี 2544เป็นต้นมา โดยกําหนดอัตราส่วนและแนวทางการกํากับดูแลให้แก่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งเดิมการกําหนดหลักเกณฑ์ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนในบางส่วนยังมีความแตกต่างกันอยู่ อันเนื่องมาจากขอบเขตการประกอบธุรกิจ การออกประกาศในครั้งนี้เป็นการรวบรวมประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเกี่ยวข้องกันมาไว้ในฉบับเดียวกันโดยสาระสําคัญส่วนใหญ่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การดําเนินการครั้งนี้ จึงเป็นการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ กล่าวคือ
ประการที่ 1ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการกําหนดหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่มเมื่อพระราช บัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มีผลใช้บังคับ การกํากับดูแลกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ได้รับการอนุมัติในการจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้เกณฑ์การกํากับในเรื่องนี้จะถูกแยกออกไปกํากับดูแลตามเกณฑ์กํากับแบบรวมกลุ่มคงเหลือเพียงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องที่เป็นธุรกิจนอกกลุ่ม
ประการที่ 2เพื่อให้การกํากับดูแลสามารถรองรับความเสี่ยงจากการทําธุรกรรมของสถาบันการเงินที่ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือแก่กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องของสถาบันการเงินได้จริง จึงได้ขยายขอบเขตการกํากับดูแลโดยนับรวมการทําธุรกรรมทุกประเภทในการคํานวณอัตราส่วน และขยายฐานเงินกองทุนที่เหมาะสมโดยเลือกใช้เงินกองทุนทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ที่จะปรับปรุง
ประการที่ 3เพื่อให้การกํากับดูแลสถาบันการเงินทุกประเภทเป็นมาตรฐานเดียวกันสอดคล้องตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 เนื่องจากเดิมเกณฑ์การกํากับดูแลของธนาคารพาณิชย์ และของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ มีความแตกต่างกันในบางส่วน
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกํากับการทําธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประ โยชน์เกี่ยวข้อง (Related Lending)
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิกตามเอกสารแนบ 1
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 ในประกาศฉบับนี้
5.1.1 คําจํากัดความของนิยามดังต่อไปนี้ให้เป็นไปตามมาตรา 4 และมาตรา 49 วรรค 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ตามเอกสารแนบ 2
(1) ธุรกิจทางการเงิน
(2) การให้สินเชื่อ
(3) ธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ
(4) สถาบันการเงิน
(5) บริษัท
(6) บริษัทแม่
(7) บริษัทลูก
(8) บริษัทร่วม
(9) ผู้มีอํานาจในการจัดการ
(10) ผู้ที่เกี่ยวข้อง
(11) ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
(12) กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง
5.1.2 "เงินกองทุน" หมายถึง เงินกองทุนทั้งสิ้นตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยองค์ประกอบของเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุนสําหรับธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ สําหรับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ สําหรับบริษัทเงินทุน หรือสําหรับบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ แล้วแต่กรณี
5.2 หลักเกณฑ์
5.2.1 อัตราส่วนการทําธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง
ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือแก่กิจการที่มีผลประ โยชน์เกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ในแต่ละรายเกินร้อยละ 5 ของเงินกองทุนของสถาบันการเงิน หรือเกินร้อยละ 25 ของหนี้สินทั้งหมดของผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือของกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องนั้น แล้วแต่จํานวนใดจะต่ํากว่า ทั้งนี้ ให้นับการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วย
5.2.2 ข้อยกเว้นในการคํานวณอัตราส่วน
การคํานวณอัตราส่วนการทําธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ตามข้อ 5.2.1 ไม่รวมถึงการทําธุรกรรมดังต่อไปนี้
(1) การให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ส่วนราชการ หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
(2) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บริษัทที่ส่วนราชการ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นเกินร้อยละ 10 ของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจํากัดนั้น หรือนิติบุคคลที่ส่วนราชการมีอํานาจควบคุมกิจการทั้งทางตรงและทางอ้อม
(3) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่กองทุนรวมที่จัดตั้งโดยส่วนราชการ
(4) การให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อโดยมีหลักประกันเต็มจํานวนเป็นเงินสด เงินฝากที่สถาบันการเงินนั้น ตั๋วแลกเงินที่ออกโดยสถาบันการเงินนั้น หลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่ปราศจากภาระผูกพันและโอนเปลี่ยนมือได้ หรือหลักทรัพย์ที่ออกโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ทั้งนี้ การตีราคาหลักทรัพย์ให้ถือเอามูลค่าที่ตราไว้ของหลักทรัพย์หรือตราสารนั้น
(5) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง อันเนื่องมาจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในกิจการที่สถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประ โยชน์เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในกิจการนั้นก่อนการปรับโครงสร้างหนี้
ส่วนในกรณีที่สถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง มีผลประ โยชน์เกี่ยวข้องกับกิจการดังกล่าวก่อนการปรับโครงสร้างหนี้ หรือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ภายหลังที่สถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องเนื่องจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หากมีความจําเป็นต้องให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อเพิ่มจนเกินอัตราที่กําหนดตามข้อ 5.2.1 จะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน
(6) การก่อภาระผูกพันตามสัญญาอนุพันธ์กับบริษัทแม่ สาขาอื่นของบริษัทแม่ หรือบริษัทร่วม ที่อยู่ในต่างประเทศของสถาบันการเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริหารความเสี่ยงของธุรกรรมอนุพันธ์ที่สถาบันการเงินทํากับบุคคลอื่น
5.2.3 การคํานวณการก่อภาระผูกพันที่กําหนดในข้อ 5.2.1 ให้ถือปฏิบัติโดยอ้างอิงวิธีการคํานวณในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่
5.2.4 การทําธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องจะต้องไม่มีเงื่อนไขหรือข้อกําหนดพิเศษผิดไปจากปกติ ซึ่งเข้าลักษณะหนึ่งลักษณะใดดังต่อไปนี้
(1) ไม่ได้พิจารณาถึงฐานะและผลการดําเนินงานของธุรกิจ หรือไม่ได้วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ
(2) มีลักษณะที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่กิจการนั้น เช่น เรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยต่ํากว่าอัตราปกติของลูกค้าที่มีความเสี่ยงระดับเดียวกัน ไม่มีการจดจํานองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน ไม่ดําเนินการให้หลักประกันมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย เป็นต้น
(3) มีเหตุอันควรสงสัยว่าลูกหนี้ไม่ได้ดําเนินธุรกิจจริง
5.2.5 ให้สถาบันการเงินจัดทํานโยบายการทําธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องโดยจะต้องมีข้อกําหนดอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) ปฏิบัติตามแนวนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการทําธุรกรรมด้านสินเชื่อ
(2) การทําธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการสถาบันการเงินด้วยมติเป็นเอกฉันท์เว้นแต่กรณีดังนี้ให้คณะกรรมการสถาบันการเงินสามารถมอบอํานาจให้คณะกรรมการสินเชื่อหรือคณะกรรมการบริหารเป็นผู้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวได้ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่สถาบันการเงินกําหนด และให้นําจํานวนเงินที่ให้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องนั้น เข้าขอรับสัตยาบันจากคณะกรรมการสถาบันการเงินในการประชุมครั้งถัดไปและต้องได้รับมติเอกฉันท์
(2.1) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ส่วนราชการ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือบริษัทที่ส่วนราชการ หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มีอํานาจควบคุมกิจการหรือถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 10 ของหุ้นที่จําหน่ายแล้วทั้งหมดของกิจการนั้น หรือ
(2.2) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ลูกค้ารายเดิมที่เคยผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการสถาบันการเงินมาแล้วทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีขอวงเงินดังกล่าวเพิ่มเติม หรือขอวงเงินดังกล่าวใหม่ก็ตาม
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการสถาบันการเงินไม่ให้สัตยาบัน หรือให้สัตยาบันด้วยมติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ ให้สถาบันการเงินยกเลิกการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อดังกล่าวทันที
(3) ห้ามกรรมการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อเข้าร่วมในการพิจารณาอนุมัติการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อดังกล่าว
5.2.6 เกณฑ์การกํากับดูแลตามประกาศฉบับนี้ ไม่รวมถึงการทําธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องแก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินที่ได้รับการอนุญาตให้จัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจทางการเงินดังกล่าวต้องปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่ม
5.2.7 ในกรณีที่มีการกระทําที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 49 โดยที่สถาบันการเงินสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังด้วยความรอบคอบในการตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ไม่สามารถทราบหรือป้องกันมิให้เกิดการฝ่าฝืนดังกล่าวได้ให้ถือว่าสถาบันการเงินมิได้กระทําความผิดตามมาตรา 49
อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล
การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือแก่กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องรวมกันเกินอัตราที่กําหนดในข้อ 5.2.1 ก่อนที่พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินมีผลใช้บังคับ โดยการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น สถาบันการเงินจะให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่ออื่นใดเพิ่มเติมแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือแก่กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องดังกล่าวอีกไม่ได้ และต้องดําเนินการเพื่อให้การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อดังกล่าวเป็นไปตามที่บัญญัติในมาตรา 49 โดยเร็ว ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินมีผลใช้บังคับ
อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 36/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับการทําธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือกิจการที่มี ผลประโยชน์เกี่ยวข้อง (Related Lending)
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย