法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง พ.ศ. 2546

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับกระทรวงการคลัง

ข้อบังคับกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง

พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการหักเงินค่าปรับที่จะต้องนำส่งคลังไว้เป็นค่าสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง พ.ศ. ๒๕๔๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อบังคับหรือระเบียบหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในข้อบังคับนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

“ส่วนราชการ” หมายความว่า ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

“ค่าปรับ” หมายความว่า ค่าปรับที่ส่วนราชการซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายได้รับจากการกระทำผิดกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงการคลัง แต่ไม่รวมถึงค่าปรับหรือเบี้ยปรับที่ได้รับตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรและค่าปรับหรือเบี้ยปรับที่ได้รับตามนิติกรรมสัญญา

“เงินสินบน” หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ผู้แจ้งความนำจับตามข้อบังคับนี้

“เงินรางวัล” หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้จับตามข้อบังคับนี้

“ผู้แจ้งความนำจับ” หมายความว่า บุคคลเดียวหรือหลายคน ซึ่งนำเบาะแสหรือเค้าเงื่อนแห่งการกระทำความผิดมาแจ้งแก่ทางราชการ จนทางราชการสามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้แต่ต้องมิใช่เจ้าหน้าที่ผู้จับหรือข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายในเรื่องนั้น

“เจ้าหน้าที่ผู้จับ” หมายความว่า พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งทำหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิด หรือข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายในเรื่องนั้นและมีส่วนร่วมในการจับกุมผู้กระทำความผิด

“ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่อันได้มาซึ่งเงินค่าปรับ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ภายใต้บังคับข้อ ๙ หากส่วนราชการใดมีความจำเป็นต้องปฏิบัตินอกเหนือไปจากข้อบังคับนี้ ให้ขอตกลงกับกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้

การหักเงิน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ไว้จ่ายเป็นเงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดำ เนินงาน ตามอัตราที่กระทรวงการคลังเห็นชอบตามความเหมาะสมกับสภาพของความตรากตรำและความยากลำบากในการปฏิบัติงาน แต่ต้องไม่เกินอัตรา ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่มีการจับกุมผู้กระทำผิด ให้หักได้ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๙๐ ของเงินค่าปรับที่ได้รับ

(๒) กรณีที่ไม่มีการจับกุมผู้กระทำผิด ให้หักได้ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๗๕ ของเงินค่าปรับที่ได้รับ

ในกรณีที่มีกฎหมายใดบัญญัติให้จ่ายเงินสินบนจากเงินค่าปรับ แต่มิได้บัญญัติให้จ่ายเงินรางวัล ให้หักเงินค่าปรับหลังหักจ่ายเงินสินบนตามกฎหมายนั้น ไว้จ่ายเป็นเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ตามวรรคหนึ่ง

สำหรับเงินค่าปรับที่ได้รับชำระตามคำพิพากษาของศาล ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจสั่งหักเงินตามอัตราที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่ง และนำส่งเงินที่หักนั้นให้แก่ส่วนราชการเจ้าของรายได้เงินค่าปรับ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เงินค่าปรับที่เหลือจากการหักตามข้อ ๗ ให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

การจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เงินที่หักไว้หรือได้รับจากเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมตามข้อ ๗ ให้นำไปใช้จ่าย ดังนี้

(๑) จำนวนสามในสี่ส่วน ให้นำไปจ่ายเป็นเงินสินบนหนึ่งส่วนและเงินรางวัลสองส่วน ในกรณีที่ไม่ต้องจ่ายเงินสินบน ให้รวมจ่ายเป็นเงินรางวัลทั้งสามส่วน

(๒) จำนวนที่เหลืออีกหนึ่งส่วน ให้นำไปจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยส่วนราชการจะจัดตั้งเป็นกองทุนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การจ่ายเงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามข้อ ๙ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เงินในส่วนที่จะต้องนำไปจ่ายเป็นเงินสินบนรางวัลตามข้อ ๙ (๑) ให้นำฝากไว้ที่กรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานคลังจังหวัด หรือสำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ แล้วแต่กรณี โดยเปิดบัญชีแยกต่างหากจากบัญชีเงินฝากอื่นชื่อ “บัญชีเงินฝากเงินสินบนรางวัลของ (ชื่อส่วนราชการ)”

สำหรับเงินในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามข้อ ๙ (๒) ให้นำฝากไว้ที่กรมบัญชีกลางชื่อ “บัญชีเงินฝากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ (ชื่อส่วนราชการ)” แต่หากมีการจัดตั้งเป็นกองทุนให้ใช้ชื่อ “บัญชีเงินฝากกองทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ (ชื่อส่วนราชการ)”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องนำเงินฝากธนาคารหรือเก็บรักษาไว้เป็นเงินสด ณ ที่ทำการให้ขออนุมัติกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ หากมีเงินกองทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคงเหลือให้นำไปใช้จ่ายในปีงบประมาณต่อ ๆ ไปได้ โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เว้นแต่กรณีมีเงินกองทุนคงเหลือเกินความจำเป็น กระทรวงการคลังจะกำหนดให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินบางส่วนตามความเหมาะสมได้

สำหรับกรณีที่มิได้จัดตั้งเป็นกองทุน ให้นำเงินคงเหลือ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ ส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อนุญาตให้ส่วนราชการใดหักเงินค่าปรับไว้ใช้จ่ายก่อนบังคับใช้ข้อบังคับนี้ ให้ส่วนราชการนั้นยังคงถือปฏิบัติตามที่ได้รับอนุญาตนั้นต่อไปเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

สมใจนึก เองตระกูล

ปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

๑๘ กันยายน ๒๕๕๑

ชุติมา/ปรับปรุง

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๐ ง/หน้า ๑๒/๒๙ มกราคม ๒๕๕๐

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง พ.ศ. 2546 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4eb42e26646cf801

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com