法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดเลย พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง

และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดเลย

พ.ศ.

๒๕๕๒

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม

ในท้องที่ ๗๒ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๒

ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดเลยด้วยและเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง

โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดเลย

แต่ทั้งนี้ ไม่หมายความรวมถึงบริเวณตามกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลเมือง

ตำบลชัยพฤกษ์ ตำบลกุดป่อง และตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๒

ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลงใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลปากชม อำเภอปากชม

(๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเชียงกลม อำเภอปากชม

(๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน

(๔)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่

(๕)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลย

(๖)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาอ้อ อำเภอเมืองเลย

(๗)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาด้วง อำเภอนาด้วง

(๘)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาแห้ว อำเภอนาแห้ว

(๙)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลภูเรือ อำเภอภูเรือ

(๑๐)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง

(๑๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย

อำเภอด่านซ้าย

(๑๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองหิน อำเภอหนองหิน

(๑๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลภูกระดึง อำเภอภูกระดึง

(๑๔)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน

(๑๕) ในท้องที่ตำบลหาดคัมภีร์

อำเภอปากชม

(๑๖) ในท้องที่ตำบลห้วยพิชัย อำเภอปากชม

(๑๗) ในท้องที่ตำบลปากชม อำเภอปากชม

(๑๘) ในท้องที่ตำบลเชียงกลม อำเภอปากชม

(๑๙) ในท้องที่ตำบลชมเจริญ อำเภอปากชม

(๒๐) ในท้องที่ตำบลห้วยบ่อซืน

อำเภอปากชม

(๒๑) ในท้องที่ตำบลบุฮม อำเภอเชียงคาน

(๒๒) ในท้องที่ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน

(๒๓) ในท้องที่ตำบลนาซ่าว อำเภอเชียงคาน

(๒๔) ในท้องที่ตำบลจอมศรี อำเภอเชียงคาน

(๒๕) ในท้องที่ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน

(๒๖) ในท้องที่ตำบลหาดทรายขาว

อำเภอเชียงคาน

(๒๗) ในท้องที่ตำบลธาตุ อำเภอเชียงคาน

(๒๘) ในท้องที่ตำบลน้ำแคม อำเภอท่าลี่

(๒๙) ในท้องที่ตำบลหนองผือ อำเภอท่าลี่

(๓๐) ในท้องที่ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่

(๓๑) ในท้องที่ตำบลน้ำทูน อำเภอท่าลี่

(๓๒) ในท้องที่ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่

(๓๓) ในท้องที่ตำบลโคกใหญ่ อำเภอท่าลี่

(๓๔) ในท้องที่ตำบลนาแขม อำเภอเมืองเลย

(๓๕) ในท้องที่ตำบลศรีสองรัก อำเภอเมืองเลย

(๓๖) ในท้องที่ตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลย

(๓๗) ในท้องที่ตำบลกกดู่ อำเภอเมืองเลย

(๓๘) ในท้องที่ตำบลกกทอง อำเภอเมืองเลย

(๓๙) ในท้องที่ตำบลน้ำหมาน อำเภอเมืองเลย

(๔๐) ในท้องที่ตำบลเมือง อำเภอเมืองเลย

(๔๑) ในท้องที่ตำบลเสี้ยว อำเภอเมืองเลย

(๔๒) ในท้องที่ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย

(๔๓) ในท้องที่ตำบลนาดินดำ อำเภอเมืองเลย

(๔๔) ในท้องที่ตำบลนาโป่ง อำเภอเมืองเลย

(๔๕) ในท้องที่ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง

(๔๖) ในท้องที่ตำบลนาด้วง อำเภอนาด้วง

(๔๗) ในท้องที่ตำบลท่าสะอาด อำเภอนาด้วง

(๔๘) ในท้องที่ตำบลท่าสวรรค์ อำเภอนาด้วง

(๔๙) ในท้องที่ตำบลเหล่ากอหก อำเภอนาแห้ว

(๕๐) ในท้องที่ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว

(๕๑) ในท้องที่ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว

(๕๒) ในท้องที่ตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว

(๕๓) ในท้องที่ตำบลลาดค่าง อำเภอภูเรือ

(๕๔) ในท้องที่ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ

(๕๕) ในท้องที่ตำบลสานตม อำเภอภูเรือ

(๕๖) ในท้องที่ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ

(๕๗) ในท้องที่ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ

(๕๘) ในท้องที่ตำบลปลาบ่า อำเภอภูเรือ

(๕๙) ในท้องที่ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้าย

(๖๐) ในท้องที่ตำบลนาดี อำเภอด่านซ้าย

(๖๑) ในท้องที่ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย

(๖๒) ในท้องที่ตำบลนาหอ อำเภอด่านซ้าย

(๖๓) ในท้องที่ตำบลโพนสูง อำเภอด่านซ้าย

(๖๔) ในท้องที่ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย

(๖๕) ในท้องที่ตำบลวังยาว อำเภอด่านซ้าย

(๖๖) ในท้องที่ตำบลอิปุ่ม อำเภอด่านซ้าย

(๖๗) ในท้องที่ตำบลโป่ง อำเภอด่านซ้าย

(๖๘) ในท้องที่ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย

(๖๙) ในท้องที่ตำบลหนองงิ้ว อำเภอวังสะพุง

(๗๐) ในท้องที่ตำบลปากปวน อำเภอวังสะพุง

(๗๑) ในท้องที่ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง

(๗๒) ในท้องที่ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง

(๗๓) ในท้องที่ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง

(๗๔) ในท้องที่ตำบลศรีสงคราม อำเภอวังสะพุง

(๗๕)

ในท้องที่ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอวังสะพุง

(๗๖) ในท้องที่ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง

(๗๗) ในท้องที่ตำบลผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง

(๗๘) ในท้องที่ตำบลโคกขมิ้น อำเภอวังสะพุง

(๗๙) ในท้องที่ตำบลเอราวัณ อำเภอเอราวัณ

(๘๐)

ในท้องที่ตำบลผาอินทร์แปลง อำเภอเอราวัณ

(๘๑) ในท้องที่ตำบลผาสามยอด อำเภอเอราวัณ

(๘๒)

ในท้องที่ตำบลทรัพย์ไพวัลย์ อำเภอเอราวัณ

(๘๓) ในท้องที่ตำบลภูหอ อำเภอภูหลวง

(๘๔)

ในท้องที่ตำบลห้วยสีเสียด อำเภอภูหลวง

(๘๕) ในท้องที่ตำบลหนองคัน อำเภอภูหลวง

(๘๖) ในท้องที่ตำบลเลยวังไสย์

อำเภอภูหลวง

(๘๗) ในท้องที่ตำบลแก่งศรีภูมิ

อำเภอภูหลวง

(๘๘) ในท้องที่ตำบลหนองหิน อำเภอหนองหิน

(๘๙) ในท้องที่ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน

(๙๐) ในท้องที่ตำบลตาดข่า อำเภอหนองหิน

(๙๑) ในท้องที่ตำบลโนนป่าซาง อำเภอผาขาว

(๙๒) ในท้องที่ตำบลบ้านเพิ่ม อำเภอผาขาว

(๙๓) ในท้องที่ตำบลผาขาว อำเภอผาขาว

(๙๔)

ในท้องที่ตำบลท่าช้างคล้อง อำเภอผาขาว

(๙๕) ในท้องที่ตำบลโนนปอแดง อำเภอผาขาว

(๙๖) ในท้องที่ตำบลห้วยส้ม อำเภอภูกระดึง

(๙๗) ในท้องที่ตำบลผานกเค้า อำเภอภูกระดึง

(๙๘) ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง

(๙๙) ในท้องที่ตำบลภูกระดึง อำเภอภูกระดึง

ทั้งนี้ ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๑๔)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ

๔ และในท้องที่ตาม (๑๕) ถึง (๙๙)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๔ หรือข้อ ๕ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทางหรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๘

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวนหรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน และโบราณสถาน ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตรให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน

๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(๑๑)

กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งนํ้าสาธารณะ เช่น แม่น้ำ คู คลอง

ลำธารหรือลำกระโดง ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด ๆ

ในด้านที่ติดกับแหล่งน้ำสาธารณะนั้น ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า ๑๐

เมตร ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป

ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น

บึงหรือทะเลสาบ ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันเกิน

๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า

๔๐ เมตร

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๒

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๘

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวนหรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน และโบราณสถาน ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร สำหรับพื้นที่อาคาร ๑,๐๐๐

ตารางเมตรแรก ส่วนที่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ให้คิดในอัตรา

๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน

๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(๑๑) กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ

เช่น แม่น้ำ คู คลอง ลำธารหรือลำกระโดง

ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด ๆ

ในด้านที่ติดกับแหล่งน้ำสาธารณะนั้น ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า ๑๐

เมตร ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่

๑๐ เมตรขึ้นไป ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น

บึงหรือทะเลสาบ ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ

๔ (๖) ข้อ ๔ (๗) ข้อ ๕ (๖) และข้อ ๕ (๗)

ผู้ขออนุญาตอาจยื่นขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๗

เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมได้

ทั้งนี้ ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๖)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๕๐ เมตรได้

แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

(๒) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๑๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

(๓) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๖)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๗๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

(๔) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๒๐ เมตรได้

แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการก่อสร้างอาคารหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดเลยปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

อุดมศักดิ์

จรกิจ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย

รักษาราชการแทน

ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย

ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

กันยายน ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง/หน้า ๒๖๗/๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดเลย พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4f6aede544f9a2df

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com