法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ และข้อ ๑๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กระทรวงมหาดไทยจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๒] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๓๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้มิให้ใช้บังคับแก่

(๑) ราชการส่วนกลาง

(๒) ราชการส่วนภูมิภาค

(๓) ราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งราชการของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา

(๔) องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ

(๕) งานอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“กิจการประมงทะเล” หมายความว่า งานหรือการกระทำใด ๆ ที่เกี่ยวกับการจับ ดัก ล่อ ทำอันตราย ฆ่า หรือเก็บสัตว์น้ำในทะเลโดยใช้เรือประมง และให้หมายความรวมถึงการเตรียมเรือ การซ่อมบำรุงและการรักษาเครื่องมือทำการประมงด้วย

“เรือประมง” หมายความว่า เรือทุกชนิดที่ใช้เป็นยานพาหนะหรือเพื่อประโยชน์ในการทำกิจการประมงทะเล

“นายจ้าง” หมายความว่า บุคคลใดตามความเป็นจริงเป็นผู้ควบคุมดูแลเรือ หรือผู้เป็นเจ้าของเรือซึ่งใช้หรือยอมให้บุคคลอื่นใช้เรือของตนทำการประมงหรือเพื่อทำการประมง ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลหมายความว่าผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้น และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล

“ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้างไม่ว่าจะเป็นผู้รับค่าจ้างด้วยตนเองหรือไม่ก็ตาม

“ค่าจ้าง” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานตามระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายวัน รายเดือน หรือระยะเวลาอย่างอื่นหรือเงินที่นายจ้างจ่ายให้เป็นการตอบแทนการทำงานโดยคำนวณตามผลงานที่ทำได้ในกิจการประมงทะเล และให้หมายความรวมถึงค่าอาหาร ค่าที่พัก หรืออาหาร ที่พัก ที่นายจ้างจัดให้โดยมีข้อตกลงเป็นหนังสือให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตอบแทนการทำงาน แต่มิให้หมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างต้องทำงานบนเรือเป็นการจัดที่พักสำหรับลูกจ้าง

อาหารหรือที่พักที่นายจ้างจัดให้ตามวรรคหนึ่ง นายจ้างจะประเมินราคาได้ไม่เกินอัตราที่อธิบดีกำหนด

“วันทำงาน” หมายความว่า วันที่กำหนดให้ลูกจ้างทำงานตามปกติ

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ตามความเหมาะสมเดือนละไม่น้อยกว่าสี่วันโดยจ่ายค่าจ้างให้

นายจ้างจะตกลงให้ลูกจ้างเลื่อนวันหยุดประจำสัปดาห์ไปเมื่อใดก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในระยะเวลาไม่เกินสิบหกสัปดาห์ติดต่อกัน

ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุดแก่ลูกจ้างเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด หรือเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างตามผลงานที่ทำได้ในวันหยุด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี โดยได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าปีละหกวันทำงาน โดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดล่วงหน้าให้

นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าสะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีไปรวมหยุดในปีอื่นก็ได้

ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุดแก่ลูกจ้างเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุดหรือเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างตามผลงานที่ทำได้ในวันหยุด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างในปีหนึ่งไม่เกินสามสิบวันทำงาน

การลาป่วยเกินสามวันทำงานติดต่อกัน นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งก็ได้ ถ้าลูกจ้างไม่อาจหาแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งได้ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ

ถ้านายจ้างจัดแพทย์ไว้ให้แล้ว ให้แพทย์นั้นเป็นผู้ออกใบรับรอง เว้นแต่ในกรณีจำเป็นที่ลูกจ้างไม่สามารถให้แพทย์นั้นตรวจได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างให้นำความในข้อ ๒๖ ข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ ข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ ข้อ ๓๑ ข้อ ๓๓ ทวิ และข้อ ๔๕ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๑๑) ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ มาใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างในกิจการประมงทะเลโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้นายจ้างจ่ายเงินในอัตราไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของค่าจ้างในวันทำงานในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) นายจ้างมิได้จัดให้ลูกจ้างทำงานตามปกติ

(๒) ลูกจ้างต้องตกค้างอยู่ในต่างประเทศ หรือภายในประเทศอันมิใช่สถานที่ทำสัญญาจ้างหรือถิ่นที่อยู่ของลูกจ้าง เนื่องจากการทำงานให้นายจ้างในกิจการประมงทะเล

ค่าจ้างในวันทำงานตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า ค่าจ้างอัตราสุดท้ายที่ลูกจ้างได้รับเป็นรายวัน รายเดือน หรือระยะเวลาอย่างอื่น หรือค่าจ้างโดยเฉลี่ยจากการทำงานสามเที่ยวสุดท้าย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กอายุต่ำกว่าสิบหกปีทำงานในเรือประมง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง หรือรับเด็กนั้นไว้เพื่อการฝึกงานในเรือประมง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ห้ามมิให้นายจ้างใช้ลูกจ้างทำงานในเรือประมง ยก แบก หรือทูนของที่มีน้ำหนักเกินห้าสิบห้ากิโลกรัม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ห้ามมิให้นายจ้างใช้ลูกจ้างที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย ดังต่อไปนี้

(๑) งานทำความสะอาดเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ขณะที่เครื่องจักรหรือเครื่องยนต์กำลังทำงาน

(๒) งานที่เกี่ยวกับการใช้สารอันตรายหรือสารมีพิษ เช่น แอมโมเนีย ฟรีออน

(๓) งานที่ทำใต้น้ำ

(๔) งานที่ต้องทำเกี่ยวกับความเย็นจัดอันอาจเป็นอันตราย

ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีซึ่งได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานที่อาจเป็นอันตรายตามวรรคหนึ่งจากสถาบันที่ทางราชการรับรอง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้นายจ้างจัดให้แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งตรวจร่างกายลูกจ้างไม่น้อยกว่าปีละหนึ่งครั้งเพื่อแสดงว่าลูกจ้างนั้นมีสภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรงเพียงพอที่จะทำงานในเรือได้และเก็บบันทึกผลการตรวจไว้ ณ สถานที่ทำงานของนายจ้างไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้นายจ้างจัดให้มี

(๑) น้ำสะอาดสำหรับดื่มอย่างเพียงพอ

(๒) ปัจจัยในการปฐมพยาบาลและเวชภัณฑ์อันจำเป็นเพียงพอแก่การรักษาพยาบาล

(๓) อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับงานให้ลูกจ้างสวมใส่หรือใช้ตลอดเวลาที่มีการทำงาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามข้อ ๑๒ และข้อ ๑๓

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้นายจ้างจัดการหรือออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนาของลูกจ้าง หรือกลับสถานที่ทำงานหรือสถานที่อื่นตามที่ได้ตกลงกันในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) เรืออับปางหรือไม่อาจใช้การได้โดยสิ้นเชิง

(๒) ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานในสถานที่อื่นอันมิใช่สถานที่ทำสัญญาจ้าง

(๓) นายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างก่อนครบกำหนดอายุสัญญา หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในสัญญาจ้างโดยลูกจ้างไม่ยินยอม

(๔) สัญญาจ้างครบกำหนดในระหว่างเวลาที่อยู่ในสถานที่อื่นอันมิใช่สถานที่ทำสัญญาจ้าง

(๕) ลูกจ้างต้องตกค้างอยู่ในต่างประเทศ หรือภายในประเทศอันมิใช่สถานที่ทำสัญญาจ้างเนื่องจากการทำงานให้นายจ้างในกิจการประมงทะเล

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง ให้นำความในหมวด ๖ เงินทดแทนแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ให้นำความในข้อ ๔๖ ข้อ ๔๗ และข้อ ๗๕ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๑๑) ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้นายจ้างจัดทำทะเบียนลูกจ้างเป็นภาษาไทยไว้ ณ สถานที่ทำงานของนายจ้างเพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจได้ พร้อมทั้งให้จัดส่งสำเนาทะเบียนลูกจ้างให้อธิบดีทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่เริ่มจ้างลูกจ้างเข้าทำงาน

ทะเบียนลูกจ้างอย่างน้อยต้องมีรายการและเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อและชื่อสกุล

(๒) เพศ

(๓) สัญชาติ

(๔) วันเดือนปีเกิด

(๕) ภูมิลำเนาตามที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร

(๖) ที่อยู่ปัจจุบัน

(๗) วันที่เริ่มจ้าง

(๘) ตำแหน่งหน้าที่ในกิจการประมงทะเล

(๙) อัตราค่าจ้างและประโยชน์อย่างอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง

(๑๐) วันสิ้นสุดของการจ้าง

(๑๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของลูกจ้างหรือสำเนาบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้

ให้นายจ้างเก็บรักษาทะเบียนลูกจ้างไว้ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันสิ้นสุดของการจ้างลูกจ้างแต่ละราย

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการหรือเอกสารในทะเบียนลูกจ้าง ให้นายจ้างแก้ไขเพิ่มเติมทะเบียนลูกจ้างให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง และแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้อธิบดีทราบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้นายจ้างจัดทำทะเบียนการจ่ายค่าจ้างเป็นภาษาไทยไว้ ณ สถานที่ทำงานของนายจ้าง เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจได้และอย่างน้อยต้องมีรายการและเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อและชื่อสกุล

(๒) ตำแหน่งหน้าที่ในกิจการประมงทะเล

(๓) อัตราค่าจ้างและประโยชน์อย่างอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง

(๔) ลายมือชื่อรับเงินของลูกจ้างหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากลูกจ้าง

(๕) หนังสือข้อตกลงเกี่ยวกับค่าจ้าง

ให้นำข้อ ๑๘ วรรคสามและวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องทุกข์ว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้หรือมีข้อพิพาทแรงงานตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ หรือมีการฟ้องร้องคดี แม้จะพ้นเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ ให้นายจ้างเก็บรักษาทะเบียนลูกจ้างและทะเบียนการจ่ายค่าจ้างไว้จนกว่าจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อปรากฏว่านายจ้างฝ่าฝืนประกาศนี้ พนักงานตรวจแรงงานอาจให้คำเตือนเพื่อให้นายจ้างได้ปฏิบัติการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำเตือนเสียก่อนก็ได้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

เจริญจิตต์ ณ สงขลา

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล (ฉบับที่ ๒)[๓]

อุษมล/ผู้จัดทำ

๙ มกราคม ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๙๓/หน้า ๔๗/๑๑ กันยายน ๒๕๓๕

[๒] ข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล (ฉบับที่ ๒)

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๑๘/หน้า ๘/๘ ธันวาคม ๒๕๓๕

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_501acb7740a3db33

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com