法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 142/2555 เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล การพิจารณาเหตุอันสมควร ตามมาตรา 65 ทวิ (4) และกรณีคำนวณรายได้รายจ่าย ตามมาตรา 65 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 142/2555

เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล การพิจารณาเหตุอันสมควร ตามมาตรา 65 ทวิ (4) และกรณีคํานวณรายได้รายจ่าย ตามมาตรา 65 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร

เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนําสําหรับการพิจารณาเหตุอันสมควร ตามมาตรา 65 ทวิ (4) และกรณีคํานวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 65 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร กรมสรรพากรจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กรณีสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้ดําเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยของสถาบันการเงินตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าวเป็นเหตุให้สถาบันการเงินดังกล่าวต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือกระทําการอย่างอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ให้ถือว่ากรณีมีเหตุอันสมควรที่สถาบันการเงินดังกล่าวสามารถดําเนินการได้ ตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่กระทําในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และการลดดอกเบี้ยหรือการกระทําการอย่างอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกันตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้น ได้กระทําในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ กรณีสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้ดําเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัย ของสถาบันการเงินตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าวเป็นเหตุให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเป็นลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยต้องโอนทรัพย์สินหรือให้บริการแก่สถาบันการเงินดังกล่าวโดยไม่มีค่าตอบแทน หรือมีค่าตอบแทน หรือค่าบริการต่ํากว่าราคาตลาด ให้ถือว่า การโอนทรัพย์สินหรือการให้บริการดังกล่าว มีเหตุอันสมควร ตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ที่กระทําในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และการโอนทรัพย์สินหรือการให้บริการตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้น ได้กระทําในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กรณีสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้ดําเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัย ของสถาบันการเงินตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยประกาศกําหนด และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าวเป็นเหตุให้สถาบันการเงินดังกล่าวทํา สัญญาหรือข้อตกลงให้ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยชําระเงินต้นก่อนการชําระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ ให้ถือว่า เป็นกรณีที่อธิบดีกรมสรรพากรอนุมัติให้สถาบันการเงินดังกล่าวกระทําได้ตามมาตรา 65 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่กระทําในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และการชําระเงินต้นก่อนการชําระดอกเบี้ยค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้น ได้กระทําในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า

(1) สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(2) สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

(3) บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยตามกฎหมายว่าด้วยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

(4) บริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์

(5) บริษัทที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

(6) บริษัทที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับที่มิใช่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

“ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัย” หมายความว่า ลูกหนี้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้นําความในข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 มาใช้บังคับกับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ระหว่าง เจ้าหนี้อื่นกับลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยของเจ้าหนี้อื่น ซึ่งได้ดําเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยนําหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนดมาใช้โดยอนุโลม ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่กระทําระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และการลดดอกเบี้ยหรือการกระทําอย่างอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน การโอนทรัพย์สินหรือการให้บริการ การชําระเงินต้นก่อนการชําระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้น ได้กระทําในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558

“เจ้าหนี้อื่น” หมายความว่า เจ้าหนี้ที่มิใช่สถาบันการเงิน ซึ่งได้ดําเนินการเจรจาร่วมกับสถาบันการเงินในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัย และได้ทําความตกลงเป็นหนังสือร่วมกับเจ้าหนี้ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน

“ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยของเจ้าหนี้อื่น” หมายความว่า ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยของเจ้าหนี้อื่น ซึ่งเป็นลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยของสถาบันการเงินด้วย และให้หมายความรวมถึงผู้ค้ําประกันของลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยของเจ้าหนี้อื่นด้วย”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สาธิต รังคสิริ

(นายสาธิต รังคสิริ)

อธิบดีกรมสรรพากร

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 142/2555 เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล การพิจารณาเหตุอันสมควร ตามมาตรา 65 ทวิ (4) และกรณีคำนวณรายได้รายจ่าย ตามมาตรา 65 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_51585417156a2613

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com